ครม.เศรษฐกิจ เดินหน้า Quick Big Win ด้านพลังงาน หวังลดค่าไฟเหลือ 3.10 บาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.94 บาท/หน่วย ช่วยแบ่งเบาภาระประชาชน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (กนศ.) หรือ ครม.เศรษฐกิจ ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับทราบรายงานและอนุมัติกรอบนโยบาย Quick Big Win ด้านพลังงาน ที่สามารถดำเนินการได้ก่อน ทำได้เร็วเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด เพื่อเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ วันที่ 28 ต.ค.2568

”รัฐบาลตั้งเป้าหมายดำเนินโครงการด้านพลังงานที่สามารถลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันประชาชนจ่ายค่าไฟที่ 3.94 บาท/หน่วย แต่ถ้ามีโซลาร์ประชาชนจะช่วยให้ค่าไฟลดลงอยู่ที่ 3.10 บาท/หน่วยได้ ซึ่งรายละเอียดต้องรอเสนอให้ที่ประชุม ครม. เห็นชอบอีกครั้ง”

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า แต่ละโครงการต้องไม่เป็นภาระประชาชน โดยลักษณะของทุกโครงการจะต้องไม่เป็นลักษณะผูกขาดให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง แต่ต้องสามารถกระจายการดำเนินงานไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้เป็นวงกว้าง ส่วนโครงการอื่นๆ ก็ให้เร่งดำเนินการโดยเร็วต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นโครงการที่จะสามารถเร่งรัดดำเนินการได้ภายในปีนี้ ตามนโยบาย Quick Big Win อาทิเช่น โครงการโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อชุมชน ช่วยลดค่าไฟในชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณารายพื้นที่ที่มีสายส่งรองรับ เป็นเงื่อนไขสำคัญ คาดว่าจะประกาศรับซื้อได้ภายในเดือนพ.ย.2568

“ทำให้เกิดการสร้างงาน 1,600 ตำแหน่ง เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุน 30,000 ล้าบาท ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 0.80 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี”

โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร ตั้งเป้าหมาย 1,200 ระบบ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 7 แสนไร่ทั่วประเทศ แบ่งเป็นกองทุนพัฒนาไฟฟ้า 50 ระบบ วงเงิน 536 ล้านบาท กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาาน 1,150 ระบบ วงเงิน 11,960 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายลดค่าพลังงาน 1,500 บาทต่อไร่ต่อปี

“คาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนกว่า 12,500 ล้านบาท สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 0.06 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี”

การเร่งรัดจัดทำสัญญาซื้อขายพลังงานโดยตรง ระหว่างผู้ผลิตพลังงาน และผู้ใช้พลังงานโดยตรง ไม่ผ่านตัวกลาง (Direct Power Purchase Agreement หรือ Direct PPA) 2,000 เมกะวัตต์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รองรับอุตสาหกรรม Data Center

“โดยจะเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาร่างหลักเกณ์และอัตราคร่าบริการ TPA ภายในเดือนพ.ย.นี้ กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน 2,600 เมกะวัตต์ เกิดการสร้างงานกว่าสว 3,094 ตำแหน่ง คาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ 65,000 ล้านบาท สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 1.66 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน