ก้าวไกล เมินกระแสดราม่า-นักร้อง ชี้ “ยิ่งทุบยิ่งหวาน ยิ่งตี ยิ่งโต” จี้ กกต. ตรวจสอบบังคับให้ทหารเกณฑ์ เลือกตั้งล่วงหน้ายกหน่วย คนละพื้นที่
วันที่ 1 พ.ค. 2566 ที่พรรคก้าวไกล นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวประจำสัปดาห์ของพรรคก้าวไกล แจ้งกำหนดการปราศรัยว่า เย็นวันนี้จะมีเวทีปราศรัยที่จ.เชียงราย นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, วันที่ 2 พ.ค. ที่ จ.อุดรธานี พบกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้างหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล, วันที่ 3 พ.ค. ที่ จ.ชลบุรี นำโดยนายพิธา และที่ จ.ชัยภูมิ พบกับนายธนาธร, วันที่ 4 พ.ค. ที่ จ.นนทบุรี พบกับนายพิธา และวันที่ 5 พ.ค. จ.สมุทรปราการ พบกับนายธนาธร
นายกรุณพล กล่าวว่า เมื่อกระแสของพรรคก้าวไกลดีขึ้น เราจะพบเจอผู้ร้องเรียน คนที่ต้องการสกัดการเติบโตของพรรคก้าวไกลด้วยวิธีต่างๆ กระแสตอบรับนายพิธาและพรรคก้าวไกลยิ่งมากขึ้นเท่าไหร่ ขบวนการที่สร้างข่าวโจมตีก็มากขึ้นเท่านั้น อย่างที่ทราบจะมีแต่นักร้องหน้าเดิมๆ ที่ออกมาหาแสงตลอดเวลา ตั้งแต่ก่อนยุบสภาจนถึงวันนี้ แต่เราไม่หวั่นไหวเพราะพรรคก้าวไกล “ยิ่งทุบยิ่งหวาน ยิ่งตี ยิ่งโต”
นายกรุณพล กล่าวต่อว่า ล่าสุดมีการบิดเบือนว่าพรรคก้าวไกลจะตัดเงินอสม.และผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งไม่เป็นความจริง ขณะนี้เราให้ฝ่ายกฎหมายและเครือข่ายแต่ละจังหวัดรวบรวมหลักฐาน เพื่อเอาผิดตามกฎหมายกับผู้ที่ไม่ประสงค์ดีกับพรรคก้าวไกล
“พรรคก้าวไกลยืนยันว่า เรามีนโยบายเพิ่มค่าตอบแทนให้กับ อสม. เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสุขภาพของชุมชนให้ดีขึ้น เราเชื่อว่าหลังการเลือกตั้งจะผลักดันนโยบายดังกล่าวให้เป็นจริง ดังนั้นสิ่งที่ผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวออกมานั้น อยากให้ประชาชนทำความเข้าใจ และแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องออกไป”
นายกรุณพล กล่าวต่อว่า อีก 14 วัน จะถึงการเลือกตั้งใหญ่ ประชาชนยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่มีความผิดปกติ พรรคก้าวไกลได้ติดตามการทำงานของ กกต.มาโดยตลอด เพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งนี้มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มีประชาชนหลายคนไม่สามารถลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้ ซึ่งมีจำนวนหลักล้านคน และเอกสารผู้สมัครกับพรรคการเมืองมีการสลับกันจนสร้างความสับสน
นายกรุณพล กล่าวอีกว่า เราต้องตั้งคำถามกับ กกต. ที่ใช้งบประมาณเกือบ 6,000 ล้านบาท ในการจัดการเลือกตั้ง รวมถึงการใส่ซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีความชำรุด เสียหาย และรหัสไปรษณีย์ที่มีความคลุมเครือ โดยไม่แจ้งว่าเป็นรหัสของจังหวัด หรือรหัสของกกต. ที่ตั้งขึ้นมา
“พรรคก้าวไกลยังได้เบาะแสที่น่าผิดปกติจากทหาร จ.ตาก เขต 1 ว่ามีการบังคับให้ทหารเกณฑ์ ไปลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าที่ จ.กำแพงเพชร แบบยกหน่วย แทนที่จะเลือกตั้งใน จ.ตาก จึงอยากให้ กกต.ชี้แจ้งเรื่องเหล่านี้ ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ หากเกิดขึ้นจริงมีเจตนาอะไรที่จะต้องขนคนไปเลือกตั้งล่วงหน้านอกจังหวัด หรือเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้พรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่งหรือไม่”
นายกรุณพล กล่าวต่อว่า ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่อยากให้ กกต. ทำงานเรียกความเชื่อมั่นกลับขึ้นมาให้องค์กร ให้ประชาชน และทำงานอย่างตรงไปตรงมา ทำงานอย่างมืออาชีพ เพราะสังคมในปัจจุบันจับตาการทำงาน เพราะทุกคนต้องการการเลือกตั้ง ที่ยุติธรรม โปร่งใส่ ตรวจสอบได้
นายกรุณพล กล่าวอีกว่า จากกระแสที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า พรรคฝ่ายรัฐบาลเดิมไม่ว่าจะลงเลือกตั้ง หรือใช้นโยบายและวิธีใด โอกาสที่จะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งเป็นไปได้น้อยมากมีอย่างเดียวที่จะทำได้ คือ การโกงการเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลขอวิงวอนให้กกต.และประชาชน ร่วมกันตรวจสอบการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่าให้มีบัตรเขย่ง หรือคูหาเลือกตั้งไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้
นายกรุณพล กล่าวต่อว่า โค้งสุดท้ายของพรรคก้าวไกล เราจะมีนวัตกรรมป้ายหาเสียงใหม่ ซึ่งอยากให้ประชาชนติดตามว่า เราจะเปิดตัวป้ายหาเสียงอัจฉริยะอย่างไร
เมื่อถามว่าโค้งสุดท้ายมีการปรับกลยุทธ์หรือไม่ นายกรุณพล กล่าวว่า ช่วงสุดท้ายเป็นการย้ำเบอร์ จะเห็นได้ว่าผู้สมัครของเราลงพื้นที่อย่างหนัก อย่างที่เห็นประชาชนยังมีความสับสนเรื่องบัตรเลือกตั้ง จึงต้องลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจ ฉะนั้นจำเป็นต้องให้ประชาชนทุกคนได้ตรวจสอบความเรียบร้อยของผู้สมัครและละเขตอีกครั้ง
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ที่มีกระแสว่าพรรคก้าวไกลมีกระแสอยู่แต่ในโซเชียล นายกรุณพล กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะเราเชื่อว่า กระแสในโซเชียลก็มาจากกระแสในความเป็นจริง จากการลงพื้นที่ของพรรคก้าวไกล สิ่งที่เราเห็นคือประชาชนตื่นรู้มากๆ เราเชื่อว่าการเมืองแบบก้าวไกล สามารถส่งผ่านไปถึงกลุ่มคนที่ยังไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง จึงเชื่อว่าคะแนน ในโซเชียลสามารถเปลี่ยนผ่านมาเป็นคะแนนที่จับต้องได้
เมื่อถามว่ามั่นใจในพื้นที่ใดบ้าง นายกรุณพล กล่าวว่า มั่นใจทุกพื้นที่ อย่างที่โพลออกมาว่าอย่างน้อยที่สุดพรรคก้าวไกลจะได้ ส.ส. จังหวัดละ 1 คน ไม่รวม ส.ส.กทม. และในส่วนของ กทม. เราคาดหวังว่า จะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 20 คน ซึ่งยังไม่รวมปาร์ตี้ลิสต์ หากเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เราอาจจะได้ประมาณ 30-40 คน