GDH สร้างปรากฏการณ์ความประทับใจครั้งใหม่ ด้วยภาพยนตร์ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ที่ได้ 2 โปรดิวเซอร์ ‘วัน’ วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ และ ‘บาส พูนพิริยะ’ ร่วมส่งต่อความอบอุ่นฮีลใจ กับเรื่องราวหมาจรที่เดินทางตามหาความหมายของคำว่า “บ้าน” ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมอง 3 ผู้กำกับฯ ‘หมู’ ชยนพ บุญประกอบ, บาส พูนพิริยะ และ ‘อัตต้า’ อัตตา เหมวดี

นำแสดงโดย ‘เจ้านาย’ จินเจษฎ์ วรรธนะสิน (เปเล่), ‘ตู’ ต้นตะวัน ตันติเวชกุล (ใจดี), พิ้งกี้ ปู มามี ตา (น้ำชา), ยาซูชิ คิตะจิมะ (ฮิโระซัง), ‘ตาต้าร์’ ชาติชาย ชินศรี (ไพฑูรย์) ฯลฯ และ 3 นักแสดงนำ 4 ขาตัวเอก โคริ (โกฮังวัยเด็ก), มีโชค (โกฮังวัยหนุ่ม) และ หิมะ (โกฮังวัยแก่)


“โกฮัง..หัวใจโกโฮม” เล่าเรื่องราวลูกหมาจรที่กินอยู่หลับนอนหน้าเซเว่น เริ่มค้นพบว่านอกจากเล่นสนุกไปวันๆ มันก็ฝันอยากมีบ้านที่อบอุ่น จนได้เจอกับเจ้าของคนแรก ‘ฮิโระ’ (ยาซูชิ คิตะจิมะ) วิศวกรรถยนต์ชาวญี่ปุ่นวัยใกล้เกษียณ ผู้เป็นคนตั้งชื่อ ‘โกฮัง’ ให้มัน แล้วชะตาชีวิตก็พาให้โกฮังในวัยหนุ่มไปเจอกับเจ้าของคนที่สอง ‘น้ำชา’ (พิ้งกี้ ปู มามี ตา) แม่บ้านชาวเมียนมาที่คอยดูแลและปกป้องมัน ตอนที่อยู่บ้านพักพิงสุนัขจรจัด เมื่อเวลาผ่านไป โกฮังได้กลายมาเป็นหมาคณะสุดเก๋า และได้เจอกับเจ้าของคนที่สาม ‘เปเล่’ (เจ้านาย จินเจษฎ์) และ ‘ใจดี’ (ตู ต้นตะวัน) สองนักศึกษามหา’ลัยที่ตกลงจะช่วยกันดูแลมัน หมาแก่อย่างโกฮังจึงตอบแทนด้วยการสอนให้ทั้งคู่รู้จัก ความรัก
วัน วรรณฤดี หนึ่งในโปรดิวเซอร์ เผยถึงจุดเริ่มต้นโปรเจ็กต์ว่า “มาจากที่ทั้งวันและบาสต่างเป็น Dog Lover ทั้งคู่ เรามีความคิดอยากทำหนังหมาเหมือนกัน วันหนึ่งบาสมาชวน วันก็เลยรวบรวมไอเดียและไปชวนผู้กำกับฯ อย่างหมูและอัตต้า ที่มีไอเดียเกี่ยวกับหนังหมาอยู่เหมือนกันมาทำด้วยกัน

ตอนแรกบาสจะช่วยโปรดิวซ์อย่างเดียว แต่สุดท้ายก็มาร่วมกำกับฯ ด้วย โดยเราเขียนบทด้วยกัน และเห็นตรงกันว่าเราจะช่วยกันเล่าเรื่องการเดินทางของน้องหมาที่ชื่อ โกฮัง ผ่าน 3 ช่วงวัย โดยผู้กำกับฯ แต่ละคนจะรับผิดชอบในการเล่าเรื่องราวในแต่ละวัยของโกฮัง ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น จนถึงวัยแก่
นอกจากความเข้มข้นของบทภาพยนตร์ สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งคือ ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักแสดงสี่ขา เราจัดให้มีสัตวแพทย์ประจำกองถ่ายคอยดูแลน้องๆ อย่างใกล้ชิดในทุกคิวที่ถ่ายทำ เพื่อให้มั่นใจว่าน้องหมาได้ทำงานภายใต้สุขภาพที่แข็งแรงและปลอดภัยที่สุดค่ะ”

ด้าน บาส พูนพิริยะ โปรดิวเซอร์และหนึ่งในผู้กำกับฯ เล่าถึงพรหมลิขิตที่ทำให้เจอน้องหมาจร ที่ภายหลังกลายมาเป็นนักแสดงนำในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “มีคนเคยพูดว่า ถ้าเรารักหมาตัวหนึ่ง เราจะรักหมาทั้งโลก ซึ่งในฐานะ ‘พ่อหมามือใหม่’ ผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้นจริงๆ ผมเริ่มใช้เวลาว่างเข้าไปช่วยเหลือเคสสุนัขต่างๆ ตามโซเชี่ยล

มีวันหนึ่งผมไปทำงานที่เชียงใหม่ โชคชะตาพาให้พบหมาจรตัวหนึ่งที่หน้าตลาดอยู่ในสภาพป่วยหนักและน่าสงสารมาก ผมจึงตัดสินใจพาเขาส่งโรงพยาบาลสัตว์ที่เชียงใหม่ ก่อนจะส่งมารักษาตัวต่อที่กรุงเทพฯ คุณหมอดูแลอย่างดีจนเขาเริ่มแข็งแรง ผมรู้สึกว่าเขามีอะไรบางอย่างที่เข้ากับคาแร็กเตอร์ของ ‘โกฮังวัยแก่’ ซึ่งทุกคนในทีมเห็นตรงกัน


น้องหมาจรตัวนี้เลยกลายเป็นต้นแบบของโกฮังที่เราต้องไปแคสต์หาน้องหมาพันธุ์บางแก้วที่มีขนสีขาว จมูกชมพูแบบนี้ในอีก 2 วัย โชคดีได้เจอน้องอีก 2 ตัวที่มีความคล้ายตัวต้นแบบ เราเลยได้โกฮังทั้ง 3 วัยที่มีเสน่ห์และมีความเป็นธรรมชาติที่น่ารักในแบบของเขา เชื่อว่าคนดูจะรักและเอาใจช่วยโกฮังทั้ง 3 วัยในหนังแน่ๆ ครับ”


เรื่องราวของ ‘เจ้าโกฮัง’ จะอบอุ่นและฮีลใจขนาดไหน มาพิสูจน์กันในภาพยนตร์ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ได้แล้ว ทุกโรงภาพยนตร์