ประเดิมลงเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ครั้งแรก ใน “ภาพยนตร์เรื่อง “อีแหล่ แอรี่ เกาหลี โอปป้า” สำหรับ ‘อี๊ด’ สมพงษ์ คุนาประถม หรือ อี๊ด โปงลางสะออน

โดยวันนี้ ผู้กำกับฯ ป้ายแดงมาเล่าถึงการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ ตั้งแต่การพัฒนาบท การคัดเลือกนักแสดง การบินไปถ่ายทำที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งกว่าจะเป็นรูปเป็นร่างจนเสร็จสมบูรณ์พร้อมฉาย ใช้เวลานานกว่า 2 ปี

เบื้องหลังมายา - ‘อี๊ด’ทุ่มเต็มที่หนังเรื่องแรก ไม่ทำงานอื่น-คุ้มกับสิ่งที่ได้มา

★ ทำไมสนใจทำเรื่อง “อีแหล่ แอรี่ เกาหลี โอปป้า”?

อี๊ด – “เราเจอแต่คนรอบข้างที่เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ที่บ้านจะมีแต่พ่อแม่ปู่ย่าตายายอยู่ ประกอบกับมีอยู่ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสไปแสดงคอนเสิร์ตที่เกาหลี มีคนไทยมาดูน้อยมาก เขาไม่กล้ามาดู กลัวโดนรวบ เลยไปดูข่าวแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ ทำให้อยากตีแผ่เรื่องราวแบบนี้ให้คนได้เข้าใจว่าไม่มีใครอยากจากบ้านไปทำงานต่างถิ่นหรอก ผมเลยอยากนำเสนออีกมุมมองที่อยากให้เห็นว่าชีวิตคนเราต้องดิ้นรนต่อสู้ขนาดไหนที่จะต้องจากบ้านมาเพื่อให้คนที่บ้านมีความสุข

เบื้องหลังมายา - ‘อี๊ด’ทุ่มเต็มที่หนังเรื่องแรก ไม่ทำงานอื่น-คุ้มกับสิ่งที่ได้มา

ผมอยากให้คนได้เห็นว่าเวลาเราทำอะไรเพื่อครอบครัว เรามักไม่ได้นึกถึงผลกระทบที่จะต้องเจอ ไม่มีเวลาคิดแบบนั้น เพราะปากท้องครอบครัวรออยู่ ก็เหมือนชีวิตผม ตั้งแต่เรียนจบมาตั้งแต่ม.3 ม.4 ผมยังไม่มีโอกาสกลับไปอยู่บ้าน มีแค่กลับไปเยี่ยม ขนาดผมทำอาชีพนี้มาถึงปัจจุบัน ไม่ได้กลับไปใช้ชีวิตที่บ้านทำมาหากินที่บ้านเลย ผมก็อยากนำเสนอชีวิตคนที่ทำงานพลัดถิ่นครับ

ส่วนเรื่อง อีแหล่ แอรี่ เกาหลี โอปป้า เกิดขึ้นจากที่ผมไปหาข้อมูลต่างๆ จนเจอชีวิตคนคนหนึ่งที่น่าสนใจจนผมรู้สึกว่ามันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอ และปัจจุบันยังเป็นแบบนั้นอยู่”

เบื้องหลังมายา - ‘อี๊ด’ทุ่มเต็มที่หนังเรื่องแรก ไม่ทำงานอื่น-คุ้มกับสิ่งที่ได้มา

★ การเตรียมบทและเตรียมงานเป็นยังไงบ้าง?

อี๊ด – “ใช้เวลาในการพัฒนาบท เตรียมงาน และถ่ายทำ 2 ปีกว่า เริ่มจากรีเสิร์ชข้อมูลต่างๆ เราเปลี่ยนบทเยอะมาก มีข้อจำกัดหลายอย่าง แต่เรื่องนี้ดีตรงที่สร้างจากเรื่องจริงของคนๆ หนึ่ง ทำให้มีเส้นเรื่องที่หนักแน่น เราเลยพัฒนาบทประมาณ 1 ปี ในส่วนการเตรียมงานไปถ่ายทำต่างประเทศ เราใช้ทีมงานมืออาชีพทั้งหมด ก็คลายความกังวลเรื่องโปรดักชั่นไปเลย

เบื้องหลังมายา - ‘อี๊ด’ทุ่มเต็มที่หนังเรื่องแรก ไม่ทำงานอื่น-คุ้มกับสิ่งที่ได้มา

ส่วนการเตรียมงานไปเกาหลี เรามีการให้ทีมที่เกาหลีไปสำรวจให้ก่อนว่าเราต้องการบรรยากาศอะไรยังไงบ้าง ทีมงานที่โซลก็เดินทางไปที่ปูซานให้เรา ประสานงานหลายเดือนก่อนเดินทาง ประชุมออนไลน์กันทุกวัน เราใช้อุปกรณ์จากประเทศด้วยส่วนหนึ่งและใช้ของทีมเกาหลีอีกส่วนหนึ่ง เราเอาทีมงานไปเกือบ 30 คน โชคดีเราได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวปูซาน ก็ได้รับความคล่องตัวในการทำงานอย่างมีความสุข ถึงแม้จะต้องทำงานแข่งกับเวลา”

เบื้องหลังมายา - ‘อี๊ด’ทุ่มเต็มที่หนังเรื่องแรก ไม่ทำงานอื่น-คุ้มกับสิ่งที่ได้มา

★ การคัดเลือกนักแสดงนำอย่าง ฮง (อิลฮงมิน) และ สแน็ก (อัจฉรีย์ ศรีสุข) มายังไง?

อี๊ด – “ในเรื่องพระเอกต้องเป็นคนเกาหลี ถ้าใช้คนไทยแสดงความเชื่อจะน้อย ตอนแรกพี่ฮงจะไม่รับเล่น ผมเครียดเป็นเดือนเลย จนผมโทร.คุยกับเขาโดยตรงและนัดมาคุยที่ร้าน ผมนั่งรอลุ้นเป็นเดือน เขาคงเห็นความตั้งใจของเรา เลยตัดสินใจมาเล่น

ส่วนนางเอก คาแร็กเตอร์ต้องบ้านๆ มีความสามารถด้านการร้องเพลงและเต้นได้ เราหาอยู่นาน จนมาลงตัวที่สแน็ก มิสแกรนด์เลย 2023 พี่ฮงและสแน็กอาจเป็นมือใหม่ด้านการแสดง พอเราให้การบ้านไป และ Read Through จนให้เขาเข้าใจว่าเขาเป็นใครให้ได้ พี่ฮงพอเข้าฉากเขาก็เป็นตัวนั้นเลย

เรื่องราวของพระเอกคล้ายชีวิตพี่ฮงมาก เป็นคนเกาหลีที่เคยมาอยู่ไทยแล้วไปอยู่ปูซาน ผมอยากให้แฟนคลับพี่ฮงเห็นพี่ฮงในอีกมุมหนึ่งประมาณว่าพี่ฮงเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอ จริงๆ คาแร็กเตอร์พระเอกในหนังเหมือนฮงมาก เป็นคนจริงจัง ซีเรียสกับงาน สำหรับสแน็ก ด้วยความเป็นมิสแกรนด์ เราต้องดึงความบ้านๆ ของเขาออกมาให้ได้ อยากให้คนเห็นความสามารถของสแน็ก เขาทำได้ดีเลยครับ”

เบื้องหลังมายา - ‘อี๊ด’ทุ่มเต็มที่หนังเรื่องแรก ไม่ทำงานอื่น-คุ้มกับสิ่งที่ได้มา

★ แล้วนักแสดงคนอื่นๆ ล่ะ?

อี๊ด – “น้องแพร (แพรเพชร อุดมศาสตร์พร) ที่เล่นเป็นภรรยาน้าหม่ำ จริงๆ เป็นทีมงานที่อยู่เกาหลี เรารู้สึกว่าเขาสวยและห้าวตรงกับคาแร็กเตอร์ ก็ลองให้เขาเล่น เขาก็ทำได้ เลยได้เขามาร่วมงาน สำหรับม้าม่วง ผมต้องการคนที่สนุกสนาน เป็นเพื่อนนางเอกที่เป็นอีกสีสันของเรื่อง เขาก็เล่นเต็มที่มาก

นอกจากนี้ก็มีพี่หม่ำ จ๊กมก ที่เป็นสีสันของหนัง ต้องขอบคุณพี่หม่ำที่มาช่วยเล่นเรื่องนี้ เขาเป็นคนช่ำชองเรื่องงานหนังมากครับ เรื่องนี้ยังมี เบิ้ล ปทุมราช, ก้อง ห้วยไร่, คำแน้ม อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มาร่วมแสดงด้วยครับ”

เบื้องหลังมายา - ‘อี๊ด’ทุ่มเต็มที่หนังเรื่องแรก ไม่ทำงานอื่น-คุ้มกับสิ่งที่ได้มา

★ เอาลาล่าและลูลู่มาเล่นด้วย?

อี๊ด – “ครับ เอาแต่ละคนมาเล่นบทที่ไม่เคยเล่น อย่างลาล่าทุ่มสุดตัวมาก แต่จะเล่นเป็นอะไรต้องมาชมกัน อย่างลาล่าผมบอกเลยมีฉากเลิฟซีนด้วย ผมบอกน้องไปว่ามีฉากแบบนี้ด้วยนะ ตอนแรกเขาก็เงียบไป แต่สุดท้ายเขาก็เชื่อใจผมว่าไม่มีทางทำให้เขาแย่แน่นอน เขาก็มาช่วยเต็มที่”

★ รู้สึกยังไง ที่วันนี้หนังเรื่องแรกในชีวิตที่เรากำกับฯ เข้าฉายแล้ว?

อี๊ด – “ทุกอย่างเกิดจากความตั้งใจของผมจริงๆ 2 ปีที่ทำหนังผมแทบไม่มีรายได้จากทางอื่นเลย เพราะผมเป็นคนทำอะไรอยากทำให้สุด จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดาย ผมทำเองหลายอย่าง เหมือนผมเรียนมหาวิทยาลัยด้านทำหนังโดยเฉพาะมาถึง 2 ปี ถามว่าคุ้มค่าไหมกับการที่เราแทบไม่ทำงานอื่นๆ เลย ผมรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่ได้มาฟรี เราต้องทุ่มเทให้เต็มที่ เราสละเวลา รายได้ และโอกาสอื่นๆ ที่เข้ามาในชีวิต ผมบอกภรรยาเลยว่า พี่ขอทำงานตรงนี้ให้เต็มที่ ผลลัพธ์ออกมาจะได้ไม่ต้องเสียดาย ขอทุ่มเทกับมัน ถ้ามองเป็นรายได้เราก็เสียไปเยอะ แต่ก็คุ้มกับสิ่งที่เราได้รับกลับมา เราได้ทำแล้วเรามีความสุขครับ”

เบื้องหลังมายา - ‘อี๊ด’ทุ่มเต็มที่หนังเรื่องแรก ไม่ทำงานอื่น-คุ้มกับสิ่งที่ได้มา

★ ความน่าสนใจของเรื่องนี้คืออะไร

อี๊ด – “อยากให้มาดูชีวิตของใครคนหนึ่งที่ครอบครัวเขาไม่สมบูรณ์ เขาแค่ขอทำอะไรก็ได้ที่ทำให้มันดีกว่าที่เป็นอยู่ มันโดนใจทุกคน ก็มาดูว่าคนคนนี้จะเป็นยังไง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นสิ่งที่คุณเผชิญอยู่ก็ได้ ในบางมุมมองคุณอาจไม่คิดว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจริงๆ เหรอ อาจมีบางเรื่องที่คุณอาจนำกลับมาคิดก็ได้นะครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน