ดีเจพี่อ้อย ชิมลางซิตคอม รับยากกว่าที่คิด ประกาศข่าวดี! จัดทอล์กโชว์เดี่ยวครั้งแรก พร้อมเผยสูตรฮีลใจ “ไม่ไหวก็พัก”

ก่อนขึ้นเวที “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” พูดคุยในหัวข้อ Longevity Talk : ฮีลใจไม่ให้พัง เพิ่มพลังในวันที่ไม่ไหว ณ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ดีเจพี่อ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ให้สัมภาษณ์กับทาง ข่าวสดบันเทิง ถึงความรู้สึกที่ได้มาร่วมแชร์มุมมองเกี่ยวกับสุขภาพกายและใจ พร้อมทิ้งข้อคิดฮีลใจว่า “คนเราพังได้ ไม่ไหวก็พัก”

นอกจากนี้ ดีเจพี่อ้อย ได้อัพเดตผลงานซิตคอม “ใต้โต๊ะทำงาน” ที่เจ้าตัวยอมรับติดตลกว่า “อยากชักนำตัวเองออกจากวงการนักแสดง” ทันทีเพราะงานแสดงเป็นสิ่งที่ยากมาก ก่อนเซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการประกาศข่าวดี เตรียมเปิดทอล์กโชว์เดี่ยวครั้งแรกในชีวิต One Stand up Empathy วันที่ 12 กันยายนนี้

ความรู้สึกที่ได้มาในงาน Thailand Healthcare 2026?
“พอเป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพ พี่ยินดีมากๆ เพราะมีความรู้สึกอย่างหนึ่งคือวันนี้เราอาจจะทำงานอะไรเยอะแยะมากมาย หรือมัวแต่ดูแลหัวใจใครๆ จนลืมหัวใจตัวเอง เพราะฉะนั้นพอวันนี้เดินเข้ามาปั๊บ เราจะเจอคนรักตัวเองเต็มไปหมดเลย แล้วก็เจอคนรักกันเพราะบางคนพาคุณพ่อคุณแม่มาด้วย บางคนมาเป็นคู่สามีภรรยา เพื่อที่จะบอกกันและกันว่า ดูแลตัวเองให้ดีนะ เพราะเธอเป็นหัวใจของเรานะ มันก็เลยเป็นงานที่อบอุ่นตลอดทั้งงาน และถ้าเกิดบังเอิญว่าสิ่งที่พี่อ้อยเรียนรู้มาจะเป็นประโยชน์ ก็ยินดีที่ได้ขึ้นมาร่วมเวทีด้วย”

บนเวทีพูดคุยกันในหัวข้อ “ฮีลใจไม่ให้พัง เพิ่มพลังในวันที่ไม่ไหว” ได้ยินปุ๊บหน้าพี่อ้อยต้องลอยมาแล้ว?
“จริงๆ หลักสูตรพี่อ้อยง่ายที่สุดคือยอมรับความจริงให้ได้ก่อนว่าคนเราพังได้ คนเราไม่ไหวได้ พี่ว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกกดดันตัวเองมากๆ เพราะเราเริ่มรู้สึกว่า “ฉันไม่เก่งไม่ได้” ซึ่งผิดธรรมชาติมนุษย์ค่ะ เวลาที่เรารู้สึกว่ามันไม่ไหว อย่าบอกไหว ถ้าไม่ไหวก็คือต้องพาตัวพาใจตัวเองไปพักบ้าง อย่ามองโลกแค่ด้านเดียวว่าฉันต้องมีความสุขตลอดเวลา ความจริงคือไม่มีใครมีความสุขตลอดเวลา และการมีปัญหาคือเรื่องปกติ พอเรายอมรับจุดนี้ได้ ใจเราจะไม่ต้องพยายามกดดันตัวเองในสิ่งที่ผิดธรรมชาติ

พี่ว่าวันนี้เรารับฟังตัวเองน้อยลง หลายคนทำงานหนักมากแต่ถามตัวเองว่าไหวไหม ก็ตอบว่าไหว สู้ไหม ก็ตอบว่าสู้ ลองฟังว่าวันนี้ไม่สู้ได้ไหม วันนี้เราสามารถเบรกใจไปพักได้ไหม แค่เราฟังใจตัวเองและเอาใจใส่ตัวเองบ้าง มันเป็นพลังที่ทำให้เรามีแรงไปดูแลใจคนอื่นได้ บนเวทีพี่ก็แชร์หลายๆ อย่าง วิธีคิดแบบไหนที่มันจะสามารถทำให้เรารอดได้ ความสุขไม่ได้อยู่ที่เรามีอะไร แต่อยู่ที่เรารู้สึกยังไงกับสิ่งที่มี ทุกอย่างอยู่ที่ Mindset แล้วคำว่า Mindset ไม่ได้แปลว่าต้องคิดบวกเสมอไป เพราะโลกไม่ได้บวกใส่เราทุกวัน บางทีการคิดลบไว้ก่อนเพื่อหาทางรับมือก็อาจจะเป็นการคิดบวกประเภทหนึ่งก็ได้ เพื่อที่จะได้ไม่กลัวเพราะไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย”

คนอื่นมองว่าพี่อ้อยเป็นพื้นที่ปลอดภัยเป็นเซฟโซน แล้วสำหรับพี่อ้อยเอง หาพื้นที่เหล่านั้นให้ตัวเองยังไง?
“พี่เป็นคนไม่ค่อยคาดหวังพื้นที่ปลอดภัยจากใครค่ะ เพราะพี่มั่นใจว่าใจของตัวเองเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ดี และเวลาที่มีใครเดินเข้ามาปรึกษา พี่รู้สึกว่าเขาไม่ได้มาปรึกษา แต่นั่นคือพลังให้พี่อ้อยนะ เพราะไม่มีใครเล่ามุมอ่อนแอให้ทุกคนในโลกฟัง แปลว่าเขาเลือกเรา เราควรภูมิใจที่เขาไว้วางใจ นี่คือการส่งพลังกันไปมาค่ะ”

แสดงว่าทุกวันนี้เดินไปไหนมาไหน นอกจากมีคนมาขอถ่ายรูปแล้ว จะต้องมีคนเข้ามาขอคำแนะนำตลอด?
“ใช่ค่ะ บางคนเจอหน้าปั๊บพยายามหาปัญหามาคุยด้วย หรือบางคนรู้สึกผิดว่าช่วงนี้หนูยังไม่มีปัญหาความรักเลย(หัวเราะ) ไม่เป็นไรค่ะ คุยเรื่องดินฟ้าอากาศเรื่องอื่นก็ได้ ยินดีและดีใจเสมอที่มีคนมาทักกัน แม้จะทักเป็นพี่ฉอดบ้างก็ตาม(หัวเราะ) แต่ไม่เป็นไรเพราะชื่อเราปรากฏคู่กันอยู่แล้ว จะเรียกพี่อ้อยหรือพี่ฉอดก็ได้หมด เพราะพี่เชื่อว่าการเป็นพี่อ้อยพี่ฉอดคือพื้นที่เล็กๆ ที่พร้อมรับฟัง เรื่องเศร้าแค่เล่าก็เบาลงค่ะ”

อัพเดตผลงานนิดหนึ่ง เห็นว่ากำลังจะเป็นนักแสดงท่านหนึ่งแล้ว?
“ซิตคอมชื่อว่า “ใต้โต๊ะทำงาน” เป็นงานที่มีคนชักนำเข้าสู่วงการแล้วพี่อยากจะชักนำตัวเองออกจากวงการไปเลย(หัวเราะ) มันยากค่ะ พี่เป็นดีเจได้อย่างเดียวค่ะทุกคน พี่รู้สึกว่าการเป็นดีเจเป็นพื้นที่ของพี่มากที่สุด แล้วเขาก็บอกว่าซิทคอมให้เล่นพี่อ้อย

แต่ว่าในนั้นไม่ใช่พี่อ้อยเท่าไหร่นะคะ ในเรื่องนี้พี่เล่นเป็นเศรษฐินีซึ่งผิดแล้ว และเป็นเศรษฐีที่มีพูดคำหยาบด้วย ซึ่งภาพนั้นใช้ในการแสดงเท่านั้น แต่นอกจากความตลกแล้ว ซิตคอมเรื่องนี้ยังสะท้อนชีวิตผู้คนในยุคนี้ เช่น คนถูกให้ออกตอนอายุ 40 ซึ่งการจะบอกตัวเองว่าอายุ 40 ยังมีคุณค่าอยู่มันไม่ง่าย ติดตามได้ทางช่องวัน ทุกวันอังคาร เวลา 21.30 น.”

ก่อนหน้านี้ที่เคยโพสต์ไปแล้วคนตกใจนึกว่ามีดราม่า จริงๆ คือเกี่ยวกับซิตคอม?
“อ๋อ…อันนั้นเป็นซีนหนึ่งในซิตคอมค่ะ โดนด่าฉ่ำเลย(หัวเราะ) แต่พี่ต้องขอบคุณนะเพราะทุกคนเป็นห่วง บางคนโทรมาบอกว่ามีทนายนะพี่เอาไหม จริงๆ พี่ไม่ได้โพสต์เอง แต่พี่เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานช่องวัน เขาก็มาบอกว่าเดี๋ยวจะมีซีรีส์อยากโปรโมตซีรีส์

พี่อ้อยต้องโพสต์อันนี้อ่ะก็โพสต์ไป แล้ววันนั้นจะถ่ายรายการตัวต่อตัวอยู่ สักพักโทรศัพท์เยอะมาก พี่เลยโทรให้ผู้บริหารของเอไทม์บอกว่าพี่คะ…พี่ต้องรีบเฉลย ไม่อย่างนั้นทุกคนจะคิดว่าเราเอาความห่วงของเขามาเล่น

น้องๆ ไม่ได้ผิด เขาก็คิดวิธีการในแบบของเขาที่มันจะออกจากกรอบ เพียงแต่พี่อาจจะแก่ไปกับการเล่นมุกแบบนั้น บางคนก็ตามไปด่าน้องๆ ในทีม ต้องย้ำว่าน้องๆ ไม่ผิดนะคะ แค่บังเอิญคาแรกเตอร์พี่อ้อยไม่เคยมีใครคิดว่าพี่จะมาโพสต์อะไรแบบนี้ ทั้งหมดมันเป็นบทบาทในซิตคอมที่พี่ให้เงินกู้ไป 3 ล้านแล้วเขาไม่คืน ซึ่งในชีวิตจริงถ้าเป็นคนที่รู้จักกันจะรู้ว่า หนึ่งพี่อ้อยไม่ให้ยืมหรอก และสองถ้าต้องทวงพี่จะโทรคุยส่วนตัว ไม่โพสต์ลงโซเชียลแน่นอนค่ะ”

แล้วเห็นว่าจะมีทอล์กโชว์ด้วย? “ใช่ค่ะ บอกที่นี่เป็นที่แรก พี่อ้อยจะมีทอล์กโชว์ของตัวเอง ไม่เคยทำเลยหลังจากการที่เป็นวิทยากรหลายที่มาก จนกระทั่งน้องน้องของทางเอไทม์ บอกว่าพี่อ้อยน่าจะเปิดโอกาสให้หลายๆ คนได้เข้ามาดูทอล์กโชว์ของพี่ ซึ่งจะมีในวันที่ 12 กันยายนนี้ ชื่อว่า One Stand up Empathy คอนเซ็ปต์คือก่อนที่จะคิดถึงใจเขา อย่ามัวแต่เห็นใจเขาจนลืมหัวใจตัวเองค่ะ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน