น้ำฝน กุลณัฐ เปิดใจ เหตุทำพินัยล่วงหน้า ห่วงอนาคตลูกๆ หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน พร้อมเคลียร์ดราม่าทะเลาะสามีฝรั่งเรื่องกระทะเทฟลอนนานแรมปี สุดท้ายยอมถอยคนละก้าว
คุณแม่สายสตรอง น้ำฝน กุลณัฐ ที่ล่าสุดควงลูกสาว น้องทาเรีย วัย 9 ขวบ และ น้องเจคอบ วัย 2 ขวบ 10 เดือน เผยเบื้องลึกการวางแผนครอบครัวสุดรอบคอบ ยอมทำพินัยกรรมล่วงหน้าเพราะห่วงอนาคตลูกหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน พร้อมเปิดใจเคลียร์ดราม่าในบ้าน ทะเลาะสามีฝรั่งเรื่อง กระทะเทฟลอนนานแรมปี สุดท้ายยอมถอยคนละก้าวเพื่อสุขภาพของลูก ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน 31 ที่มีธัญญ่า ธัญญาเรศ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

สนิทกับ ธัญญ่า มาก เวลามีเรื่องก็จะทักไป?
น้ำฝน : “ไม่มีอะไร ถามสั้นๆ ว่า “มึงมีแผนอะไรอยู่?” (หัวเราะ) เห็นเงียบ เงียบผิดปกติไง แล้วในกรุ๊ปก็จะกระหน่ำคุยกัน เราก็มีกรุ๊ปของเราอ่ะ ไม่ใช่เขาจะมีแต่ของเขา เราก็ให้กำลังใจกัน แล้วด้วยความที่ข่าว มันก็เงียบจนแบบ เราก็ไดเรกต์ถามเขามึงมีแผนอะไรอยู่ ทำไมเงียบจัง คือเรามีอะไรก็จะโทร.ไป อย่างเรื่องนี้ก็โทร.ไป ก็จะคุยกันทุกเรื่อง”
แต่เห็นบอกว่าในกลุ่มไม่ได้ชื่อ น้ำฝน กุลณัฐ เห็นบอกว่าชื่อ “กุลนอย”?
น้ำฝน: “กุลนอย คนนี้ตั้ง (ชี้ไปที่ธัญญ่า) นอยทุกอย่าง นอยทุกอย่าง จริงๆ เพื่อนก็ตั้งกันหมดแหละ เพราะว่า เขาจะนอยตั้งแต่ตอนมีลูกสาว ก็จะนอยในเรื่องของการให้นมเคยแบบว่า พิมพ์มาในกรุ๊ป ว่าแบบเนี่ย ลูกดูดนมอยู่ เป็น 8 ชั่วโมงอ่ะ คือทาเรียจะติดนมแม่มาก แล้วก็เหมือนแบบพอเอาออกก็จะร้องๆ แล้วมีอยู่วันนึงก็คือ เพื่อนคุยกันนะ จนผ่านไป 8 ชั่วโมงอะ ลูกยังเข้าเต้าอยู่เลย ดูดจนหัวนมเปื่อย”
จำได้มั้ย ทาเรีย กินนมแม่จนถึงกี่ขวบ?
ทาเรีย: “4 ขวบ”
น้ำฝน: “กินถึง 2 ขวบ แต่ดูดเต้าเปล่าอะถึง 4 ขวบ ก็เป็นเต้าเปล่าไง ไม่ออกแล้ว คือเด็กอะเขาจะมีบางอย่างในการที่ทำให้เขาหลับ คืออย่างบางคนก็จะแบบ ดูตุ๊กตา บางคนดูดจุก อันนี้เป็นเต้าแม่ ซึ่งบางคนก็มีนมไปยาวๆ นะ แต่เราไม่อยากแล้วไง คือเราอยากจะหยุด มันก็ต้องหยุด ก็คือให้ดูดเวลานอน เพราะว่ามันก็ไม่ดีกับฟันเขาด้วยไง”
ตอนนี้ใครกี่ขวบแล้วบ้างคะ? ทาเรียกี่ขวบ?
ทาเรีย : “9 ขวบค่ะ อยู่ในเยียร์ 4”
เห็นว่าคุณแม่ให้เรียนเยอะมาก ทำกิจกรรมเยอะมาก ทำอะไรบ้าง?
ทาเรีย : “ว่ายน้ำ บัลเล่ต์ แล้วก็เปียโน”
แล้วหนูชอบอะไรที่สุด?
ทาเรีย : “ไม่มี”
แล้วหนูชอบอะไรคะ?
ทาเรีย: “อ่า..ไม่รู้”
น้ำฝน: “เคยพูดกับเขา คือเขาชอบเต้น ใช่ไหม เราก็แบบ พ่อก็ไม่อยากให้ไป K-pop เร็ว เพราะว่ามันค่อนข้างเป็นสาว ก็เลยคิดว่า อะงั้นให้เขาคีพไว้ที่บัลเล่ต์ก่อนดีกว่า เพราะใจคิดว่าเขาน่าจะไปต่อได้”

โตขึ้นอยากเป็นนักร้องแบบพี่ลียาไหมคะ?
ทาเลีย: “ไม่รู้”
น้ำฝน: “ยังไม่รู้ รอโตอีกหน่อยเนาะ ว่ายน้ำล่ะคะชอบไหม?”
ทาเรีย: “เหนื่อย”
น้ำฝน: “เขาเป็นนักกีฬาไงคะ พอว่ายน้ำมันก็เลยเหนื่อย ต้องฝึกเยอะ เพราะฝึกวันละ ครั้งละ 2 ชั่วโมง แล้วเวลาว่ายน้ำคือ ไปกลับ ๆ ได้พักคือตอนที่ครูบอกว่า ท่านี้ไม่ดีนะ แล้วทำใหม่ เราก็ มันก็ว่ายอยู่อย่างงี้มันก็เหนื่อยเนาะ”
มีร้องไห้บ้างไหมว่าเหนื่อย ไม่เอาแล้ว ไม่อยากเรียนแล้ว?
ทาเรีย : “ไม่มี..แต่ว่าหนูเคยร้องไห้เพราะว่าหนูไม่ได้เหรียญ ถ้าเคยอย่างงั้นอะเคยร้องไห้”
มีคนแบบคอมเมนต์มาบอกว่า ทาเรียสวยมาก คิดว่าตัวเองสวยไหม?
ทาเรีย : “ขอบคุณค่ะ”
ลูกยิ่งโตหูยิ่งตึง?
น้ำฝน : “คือตอนเด็กๆ คุยกับลูก โตมาคุยกับกำแพง เหมือนขับรถไปแล้วก็แบบทาเรียเป็นไงบ้างอ่ะลูก ทาเรีย ทาเรีย ทาเรีย! ดีเว้ย คุยกับพวงมาลัยรถก็ได้ แล้วเขาก็หัวเราะ คือได้ยินแหละแต่ไม่ตอบ”
ทำไมไม่ตอบแม่คะทาเรีย?
ทาเรีย: “ไม่รู้..”
น้ำฝน: “ทาเรีย วันนี้เรียนเป็นไงบ้าง วันนี้แบบเพื่อนเป็นยังไงบ้างลูก? เงียบ..”
ทาเรีย : “หนูเหนื่อยไง”

เห็นบอกมีครั้งนึงเคยโดนฟาด เกิดอะไรขึ้นคะ?
น้ำฝน: “ล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หรือสองอาทิตย์ที่แล้วมั้ง ไม่รู้งอนอะไร เขาก็ร้องไห้เดินเข้าไปในห้อง เสร็จแล้วพ่อเขาก็ตกใจ วิ่งออกมาหาเรา “ฝน ลูกเปิดหน้าต่างที่ตึก” ฝนก็แบบ..เปิดทำไม? อีพ่อกลัวลูกจะจัมพ์ออกไป อีแม่ก็แปลงร่างเป็นยักษ์เลย (หัวเราะ) บอกทาเรียสอนอย่างงี้หรอ ม่ามี้สอนอย่างงี้อ๋อ”
ทาเรีย: “ม่ามี้ตีขา”
น้ำฝน: “ตีขาไง ตกใจ ฝนเสียใจด้วย ใช่ ม่ามี้สอนอย่างงี้เหรอ? ตีเลย จะได้ไม่กล้าทำอีก เขาก็บอกไม่ได้ยกขาค่ะ หนูแค่เปิดหน้าต่าง แต่พ่ออ่ะตกใจ แม่แปลงร่างเลย (หัวเราะ) แบบฉันจะไปโหมดไหนดี แต่ก็คิดว่าเข้าไปซัดดีกว่า แม่ฝนก็เคยสอนมาว่า ตีลูกไม่ตาย แต่ถ้าปล่อยไปเขาตายนะ เราก็ต้องสอนด้วยวิธีนี้ ก็เลยแบบห้ามทำค่ะ ตอนนี้เราต้องดุอย่างเดียว”
แสดงว่าฝนก็คือคุณแม่ที่ตีลูก?
ทาเรีย: “ไม่ค่อยบ่อย”
น้ำฝน: “ไม่ค่อยบ่อย คือจะตีก็ตูด แบบ สุดๆ จริงๆ แบบ อื้อหือมันสักทีนึงอย่างเงี้ย”
น้องเจคอบอันนี้กี่ขวบนะคะ?
น้ำฝน: “อันนี้ 2 ขวบ 10 เดือนค่ะ”

ปกติวันว่างๆ น้องเจคอบทำกิจกรรมอะไรบ้างในวัย 2 ขวบ 10 เดือน?
น้ำฝน : “ก็มีไปเล่นที่ Snonglet Kiddy ออกกำลังกายทั่วไป และที่สำคัญคือต้องไป ฝึก OT เพื่อฝึกสมาธิค่ะ เพราะน้องมีภาวะกล้ามเนื้อดีเลย์ ทำให้พัฒนาการในการใช้กล้ามเนื้อและการสำรวจสิ่งรอบตัว ค่อนข้างช้ากว่าเด็กคนอื่น เช่น เด็กคนอื่นอาจจะหยิบจับสิ่งของได้เร็ว แต่เจคอบจะช้ากว่า คุณหมอเลยให้ไปฝึกกิจกรรมบำบัด เช่น ฝึกกินข้าว, ฝึกเล่นแยกเม็ดถั่วแต่ละเม็ด และฝึกเดินเพื่อให้ร่างกายมีความมั่นคงมากขึ้นเช็กทุกอย่างละเอียดแล้ว ร่างกายส่วนอื่นๆ ปกติดีค่ะ”
วิธีเลี้ยงน้องทาเรียกับน้องเจคอบ แตกต่างกันไหม?
น้ำฝน : “แตกต่างกันแน่นอนค่ะ เพราะเป็นเด็กคนละวัยและคนละเพศกัน พี่ทาเรียตอนนี้ 9 ขวบแล้ว โตเป็นเด็กผู้หญิงที่เข้าใจอะไรหมดแล้ว ส่วนเจคอบยังเป็นเบบี้ผู้ชายอยู่ วิธีการรับมือเลยไม่เหมือนกัน”
คุณสามีเวลาอยู่กับลูกๆ เป็นยังไง?
น้ำฝน : “แดดดี้จะค่อนข้างโอ๋และสปอยล์เจคอบเป็นพิเศษ เวลาเจคอบอยู่กับคุณพ่อจะมีความขี้แงและอ้อนหนักมาก”

ส่วนเรื่องกระทะเทฟลอนที่ทะเลาะกันมาเป็นปีๆ เกิดจากอะไร?
น้ำฝน : “คุณจอนนี่เป็นสายเคร่งครัดเรื่องสุขภาพและสารเคมีมาก ขนาดยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ ยังไม่อยากให้ลูกกินง่ายๆ ถ้าไม่ป่วยหนักจริงๆ เพราะอยากให้ร่างกายสู้เอง พอเป็นเรื่องกระทะเทฟลอน แดดดี้มองว่ามันอันตราย มีสารเคมี ถ้ากระทะมีรอยถลอกนิดเดียวคือสั่งห้ามใช้ทันที แต่ฝนมองว่ากระทะปกติล้างยาก ทอดไข่ก็ติดกระทะ ที่ผ่านมาทะเลาะกันจนต้องซื้อเปลี่ยนทิ้งไปหลายใบมาก”
สุดท้ายเรื่องกระทะในบ้าน จบลงที่ข้อตกลงไหน?
น้ำฝน “สรุปพบกันครึ่งทางค่ะ อาหารของลูก ห้ามใช้กระทะเทฟลอนเด็ดขาด แดดดี้ไม่อยากให้ลูกต้องกินอาหารที่ทำจากเทฟลอนทุกวัน โดยจะเปลี่ยนไปใช้ กระทะเหล็กจริงๆ หรือกระทะสเตนเลส แทนส่วนอาหารของผู้ใหญ่ใครอยากใช้กระทะแบบไหนใช้ได้ตามใจชอบ ไม่บังคับกัน เขาชอบเอาบทความให้อ่านอยู่นั่นแหละ ก็กลัวสารเคมีแล้วก็ เขียงที่เป็นพลาสติกอ่ะ ก็ห้ามไม่ให้ใช้ ให้ใช้เป็นไม้ ให้ใช้เป็นไม้กับกระจก”

ทำพินัยกรรมกันแล้ว?
น้ำฝน: “คืออย่างงี้เนื่องจาก เราคิดว่าน่าจะเป็นอเมริกันหรือเปล่าไม่รู้นะ คราวนี้เขาก็เลยมีความกังวลใจว่า ถ้าสมมติว่า อะไรที่มันเกิดขึ้นกับเราตรงเนี้ย ลูก 2 คน จะออกจากประเทศยังไง มันเป็นประเด็นแรกก่อน แล้วพอหลังจากที่เราได้คุยกับทนายเนี่ย เออ มันยากนะ มันไม่ได้ง่าย เพราะการที่จะเอาเด็กใครออกนอกประเทศไม่ง่ายเลย เขาก็เลยเริ่มมีการปรึกษา เริ่มมีการคุยว่า เออ แล้วมันจะยังไง กว่าจะเอาออกได้ใช้เวลา 1 ปี แบบช้า แบบช้ากลางๆ คือ 1 ปี ทีนี้ 1 ปีการที่ลูกจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย ก่อนที่จะออกไป เพราะว่าทรัพย์สินทุกอย่างเขาที่อเมริกาเขาเยอะกว่า เขาก็เลยเริ่มมีความกังวลใจว่า แล้วอีก 1 ปีที่ลูกต้องใช้เวลาอยู่ในเมืองไทยโดยที่พ่อแม่ไม่อยู่ ทำยังไงก็เลยเกิดประเด็นของการที่ว่าจะ เอาใครมาดู”
น้ำฝน: ก็ต้องทางฝั่งนู้น ไว้ใจได้ที่เอามาดู เพื่อที่จะแบบให้มั่นใจว่า ลูกจะได้เรียนโรงเรียนเดิม อยู่บ้านเดิม มีคนดูแล มีเงินใช้ แล้วก็สื่อสารกับญาติเขาที่เมืองนอกได้ แล้วในวันที่ส่งกลับไปใครจะพาไปส่งจนถึงบ้านญาติอย่างงี้ แล้วมันทำให้รู้เยอะไปถึงขนาดที่ว่า ถ้าสมมติว่าพ่อแม่เสีย นะคะ เงินในบัญชีทุกอย่างมันจะถูกฟีตเลย แล้วกว่าที่จะเอาเงินออกจากบัญชีได้อ่ะ มี 6 เดือน ถึง 1 ปี ซึ่งนั่นแปลว่า ถ้าเกิดเราไม่ได้มีญาติที่มีตังค์อ่ะ แล้ว เอาเงินตรงไหนมาซัพพอร์ตอ่ะ เห็นไหม เนี่ยพอเราถือว่า อันนี้คือไม่ต้องพูดถึงครอบครัวฝรั่งนะ พูดถึงครอบครัวไทยก็ตาม แล้วเด็กจะอยู่ยังไง”
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/C_bM0P3c2Jw?si=bXqytkhcBJRc3M0U