เริ่มเข้าวงการมาตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัย สำหรับพระเอกหนุ่ม ‘ภณ’ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ จนมาถึงวันนี้ 10 ปีแล้วที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง
โดยวันนี้พระเอกหนุ่มมาเปลือยใจถึงการที่ได้เข้ามาทำงานในวงการ ปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง พร้อมยังเปิดใจถึงเรื่องความรักที่คบกับแฟนสาว ‘คุกกี้’ ญดา สุวรรณปัฏนะ


★ เข้ามาวงการกี่ปีแล้ว?
ภณ – “10 ปีได้ครับ เรื่องแรก “สายลับจับแอ๊บ” ตอนนั้นอยู่มหาวิทยาลัยปีสอง ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เข้ามาทำงานมัน ตื่นเต้น แต่ก็มีความสนุกไปด้วย เพราะตอนนั้นกำลังค้นหาสิ่งใหม่ๆ ก็เลยสนุก ทุกครั้งที่ได้มากองและมีความตื่นเต้นไปด้วย เข้ากองไปเรื่อยๆ ความตื่นเต้นก็เริ่มลดลง แต่ก็ยังไม่ได้หายไป เพราะมันมีซีนใหม่ๆ ที่ท้าทาย”
★ ช่วงแรกๆ เป็นคนไม่ค่อยพูด คนมองว่าเข้าถึงยาก?
ภณ – “อาจด้วยบุคลิกด้วยแหละ เวลาเจอคนที่ไม่รู้จักอาจจะนิ่งๆ ไม่ได้เป็นคนเข้าหาคนอื่นก่อน แล้วอาจเพราะเกร็งด้วย เลยเป็นอุปสรรคในการแสดงช่วงแรกๆ พอเกร็งเลยไม่กล้าแสดงออกเต็มที่ ผมก็ทราบครับว่ามีกระแสเรื่องพวกนี้เข้ามา ก็พยายามปรับ โชคดีเจอรุ่นพี่ที่เข้าหา ชวนเราเล่น ชวนเราคุยทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น

อีกอย่างช่วงแรกๆ ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์เพราะอยากให้ทุกอย่างออกมาดี กลัวจะทำผิดทำพลาด มันเกร็งไปหมด ด้วยนิสัยส่วนตัวอยากให้เป็นไปตามที่เราคิดเราวางแผนไว้ ซึ่งผมเป็นคนที่วางแผนชีวิตในแต่ละวันไว้เลย วางไว้ตั้งแต่ก่อนนอนเลยว่า ตื่นเช้ามาจะทำอะไรบ้าง 1 2 3 4 5 เหมือนหุ่นยนต์ ใส่ข้อมูลไว้ วันรุ่งขึ้นก็ทำตามที่วางแผนไว้ พอมีอะไรเข้ามาขัดก็จะเฟลนิดนึง”
★ วงการบันเทิงไม่สามารถเป็นไปตามที่เราวางแผนไว้ได้ทุกอย่าง?
ภณ – “ต้องปรับตัวหน้างานตลอดเวลา ฝึกภูมิคุ้มกันเราด้วย ให้เรารู้ว่าบางทีมันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เราคิดทุกอย่าง งานในวงการบันเทิงเขามีสโคปให้ แต่คาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งบางทีผมคิดล่วงหน้าแล้วว่าคงจะประมาณนี้ ปรากฏพอเจอจริงๆ เลเวลมันมากกว่านั้นเยอะ หรืออาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิด มันต้องปรับหน้างาน

ในเรื่องเวลาในการทำงานด้วย อาจมีดีเลย์ หรือพวกซีนถ่าย สมมติถ่ายติดกัน 3 วัน เราอ่านบทวันแรกเป๊ะหมดแล้ว ปรากฏด้วยโลเกชั่น สภาวะอากาศทำให้ต้องยกซีนของวันที่สอง หรือวันที่สามมาถ่าย ซึ่งเรายังไม่ได้ทำการบ้าน เราก็จะรู้สึกอารมณ์เสีย ด้วยความที่เราเป็นคนที่ทำอะไรต้องเพอร์เฟ็กต์”
★ ย้อนกลับไปจากวันแรกที่เริ่มเข้าวงการมาจนถึงวันนี้ เราได้อะไรจากมันมาบ้าง?
ภณ – “การที่เราต้องเรียนรู้หน้างาน มันไม่ได้เป็นไปตามที่เราคิดไว้เสมอ เราต้องไหลไปตามสถานการณ์ ทำให้ฝึกการเรียนรู้และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และสิ่งที่เรารู้สึกโชคดีที่ได้ทำงานในวงการบันเทิงคือ เรื่องของการแสดง ได้บทที่หลากหลาย และได้ทำอะไรหลายอย่างที่ชีวิตประจำวันเราไม่น่าจะได้ทำ อย่างเช่น ขี่มอเตอร์ไซค์ ขี่ม้า ฟันดาบ ยิงปืน แล้วก็ได้เจอคนมากมาย ปกติภณไม่ทำอะไรก็สามารถอยู่คนเดียวได้ หรืออยู่กับเพื่อนไม่กี่คนแค่นั้นก็พอ แต่พอเข้ามาในวงการได้เจอคนเยอะ ต้องฝึกการเข้ากับคนอื่น ได้เรียนรู้ได้อะไรจากวงการค่อนข้างเยอะ”

★ วันแรกๆ ดูเกร็ง แต่ตอนนี้กลายเป็นคนที่ยิ้มแย้ม พูดเล่นกับทุกคนได้?
ภณ – “ตอนแรกเกร็งเพราะไม่ได้เป็นตัวเองมาก หลังๆ มาเริ่มรู้สึกสนิทกับคนโน้นคนนี้ เป็นตัวเองในแบบอีกตัวตนหนึ่ง แบบที่ไม่มีกำแพงมากมาย รู้สึกไม่ได้เสียหายอะไร ก็เป็นตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ

จุดเปลี่ยนอีกอย่างน่าจะเป็นเพราะ โบว์ เมลดา ด้วยมั้ง ผมเล่นละคร “คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์” กับโบว์ เราวัยเท่ากันเป็นเพื่อนกัน พออยู่ในกองสนิทกัน โบว์เป็นคนดึงตัวตนผมออกมา ทำให้เรารู้สึกรีแล็กซ์มากขึ้น โบว์อาจจะเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าจริงๆ เราไม่ต้องเครียดกับทุกอย่างก็ได้ เรายังทำงานอยู่ตรงนี้แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคาแร็กเตอร์แบบนี้เท่านั้นนะ เราสามารถเป็นได้หลายคาแร็กเตอร์ เป็นตัวของตัวเองโดยที่ไม่ต้องสนใจอะไรมาก”
★ วงการบันเทิงแสงสีเยอะ ต้องระวังตัวอะไรบ้าง?
ภณ – “เป็นตัวเอง แค่ระมัดระวังบางอย่าง เช่นเรื่องการพิมพ์หรือโพสต์อะไรในโซเชี่ยล คุณแม่ก็เตือนด้วย การพิมพ์หรือการพูดอะไรไปมันเป็นดิจิทัลฟุตพรินต์ สามารถจะออกมาเป็นทั้งผลดีและไม่ดีกับเราในอนาคตได้

ส่วนการเที่ยวตอนกลางคืนนับครั้งได้เลยครับ ผมเป็นคนที่ไม่ชอบเที่ยวพวกนี้ด้วย มืดปุ๊บก็ง่วงแล้ว ก่อนจะวิ่งหนักๆ ผมก็ไม่ได้เที่ยวกลางคืนนะ ทำงานถ้าไม่ออกกองก็จะไปฟิตเนส ไม่ไปฟิตเนสก็จะไปเล่นเอ็กซ์ตรีม เสร็จแล้วกลับบ้าน ชีวิตจะอยู่ประมาณนี้”
★ ภณมาในยุคที่วงการกำลังเฟื่องฟูและได้เจอกับการเปลี่ยนแปลงที่กะทันหัน ตั้งรับทันไหม?
ภณ – “งานเรามีมาเรื่อยๆ แต่มีช่วงนึงที่วูบลงไป มันเป็นทุกคน ก็แอบใจหาย แต่พอฟื้นขึ้นมาใหม่ วงการก็เป็นอีกรูปแบบนึง ผมรู้สึกว่ามันต้องหาตัวตนใหม่หาเวย์ใหม่ หาวิธีใหม่ๆ แล้วถ้าเราใช้แบบเดิม ไฟเราจะมอดไปเรื่อยๆ จะเติบโตในวงการบันเทิงก็ต้องทำทุกอย่างตามใจคนดู เขาอยากบริโภคแบบไหน เราก็ต้องเป็นแบบนั้น จะยึดว่าเป็นตัวของตัวเองอย่างเดียวไม่ได้ บางทีเราต้องยอมปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคด้วย”

★ วางแผนทำงานในวงการไปอีกนานแค่ไหน?
ภณ – “ต้องยอมรับว่าช่วงหลังมานี้ เราทุ่มเทกับทุกบทบาทอยู่แล้ว แต่ผลลัพธ์กลับมาอาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวังมาก ก็อาจจะทำให้เฟลบ้าง เริ่มหมดไฟกับวงการ มันมีความรู้สึกแบบนี้บ้าง แต่หลังๆ มาเราต้องพยายามหาพลังงานใหม่ๆ ของเราขึ้นมา สมัยนี้วงการบันเทิงการแข่งขันเยอะ เปลี่ยนไปเยอะ เราต้องหาจุดที่เราโดดเด่นขึ้นมา ต้องหาจุดนั้นมาให้ได้ ต้องค้นหาตัวเองตลอดเวลา”

★ การที่ทำให้เราเป็นผู้ที่ถูกเลือกยากไหม?
ภณ – “ยาก เห็นผมอย่างนี้ ผมก็ไปแคสต์หนังแคสต์นู่นแคสต์นี่ บางทีไม่ใช่ว่า ภณ ณวัสน์ จะได้ตลอดนะ บางทีไม่ได้ซะส่วนใหญ่ด้วย ผมเข้าใจว่าบางทีคาแร็กเตอร์ของเรามันไม่ใช่แบบที่เขาต้องการ ภณ ณวัสน์อกหักมาหลายครั้งครับ ก็มีเสียเซลฟ์บ้าง แต่ก็ต้องเข้าใจว่าทุกๆ ภาพยนตร์เขาอยากได้ คาแร็กเตอร์ที่ชัดเจนในรูปแบบที่เขาคิดไว้ บางทีคาแร็กเตอร์เรามันไปในทิศทางที่เขาต้องการไม่ได้ อย่ายึดติดว่าเราเป็นพระเอกแล้วต้องได้ เดี๋ยวนี้นักแสดงใครก็เป็นได้ ขอแค่เหมาะสมกับบทนั้นจริงๆ”
★ ความรักบ้าง เมื่อก่อนไม่เปิดตัวเลย?
ภณ – “อาจเพราะไม่ได้เจอคนที่คลิกจริงๆ คำว่าคลิกของผมคือ เราไม่ต้องรู้สึกลำบากใจที่จะคบเขา หรือว่าทำความรู้จักเขา แค่เรารู้สึกว่าไลฟ์สไตล์ไม่น่าจะไปกันได้ ผมก็จะเอ๊ะในใจแล้วก็จะรู้สึกว่าไม่น่าจะไปกันรอด เมื่อก่อนไม่ได้ปิดแค่ยังไม่เจอมากกว่า ตอนแรกที่คุยก็จะคุยเหมือนเพื่อน พอคุยเริ่มลงลึกไปเรื่อยๆ รู้สึกไลฟ์สไตล์ยังไม่เข้ากันก็จะเบรกไว้อยู่แค่ผิวๆ เป็นเพื่อนกัน”

★ ล่าสุดเปิดปุ๊บคนโฟกัสเลย?
ภณ – “ก็ตกใจครับ คนนี้ด้วยความที่ไลฟ์สไตล์ตรงกัน คุยกันไปเรื่อยๆ ไม่รู้สึกเอ๊ะ พอพัฒนาไปเรื่อยๆ รู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรติด เราไม่ได้อยากจะปิดเรื่องนี้ตั้งแต่แรกที่เข้าวงการมาอยู่แล้ว แต่คนนี้รู้สึกว่าไปกันได้ก็ปกติก็เปิดเท่าที่เปิดได้ แล้วคนก็ค่อยๆ สืบแล้วก็ไปเรื่อยๆ
เราเจอกันที่แรกคือลู่ปั่นจักรยาน น่าจะรู้ชะตากรรมแล้วว่าต่อไปน่าจะต้องออกกำลังกายไปด้วยกันเรื่อยๆ เขาเป็นที่ปรึกษาที่ดีและเป็นกำลังใจที่ดี มันไม่จำเป็นจะต้องเป็นสถานะเดียวในความสัมพันธ์นี้”
★ ความรักในวงการที่ต้องอยู่ในแสงสว่าง ต้องระวังตัวขนาดไหน?
ภณ – “ด้วยความที่เราเป็นตัวของตัวเองรู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรเสียหาย ก็ใช้ชีวิตแบบนี้ในแบบไลฟ์สไตล์ของเราครับ”
อนงค์ จันทร