หนุ่ม คงกระพัน ส่งหนังใหม่เอาใจคอบู๊-พร้อมเปิดมุมคุณพ่อลูก 3

หนุ่ม คงกระพัน-วันที่ 20 ก.ค. 63 ที่บริษัท ดี ดอคคิวเมนทารี่ (ซ.นวลจันทร์ 44) หนุ่ม คงกระพัน ในฐานะ ผู้จัดและโปรดิวเซอร์ ภาพยนตร์เรื่อง “นักฆ่าไร้เงา Invisible Cop” ให้สัมภาษณ์ถึงการทำโปรเจกต์นี้ พร้อมกับพูดถึงบทบาทการเป็นคุณพ่อลูก3

พูดถึงโปรเจ็กต์นักฆ่าไรเงา?
“โปรเจ็กต์นี้ก็เป็นโปรดิวเซอร์และผู้จัดนะครับเรื่องนี้เป็นพอร์ตเรื่องของผมเองเราก็มาทำการดัดแปลงแล้วก็เอาไปเสนอกับโมโน พอเค้าชอบ เราก็เลยได้ท และส่วนตัวเป็นคนชอบพวกแอ็คชั่นอยู่แล้ว เพราะว่าเราเป็นผู้ชาย เริ่มต้นเล่นละคร ก็มาจากละครแอ็คชั่น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เชิดชูความเก่งความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้บอกเล่าเรื่องราวของหน่อยงานหนึ่ง ที่เอาไว้จัดการคนที่กฎหมายทำอะไรเขาไม่ได้ มันเกิดขึ้นมาจากไอเดียเล็กๆที่บางทีเราเจออยู่ในสังคม เราไปเห็นว่าจะมีคนจำพวกหนึ่งที่ไม่ดีแต่กฎหมายไม่สามารถจัดการได้ เลยรู้สึกว่าจริงๆมันน่าจะมีหน่วยงานไหนที่สามารถจัดการคนพวกนี้เพราะไม่งั้นเค้าก็ไปทำบาปทำกรรมทำอะไรผิดโดยที่กฎหมายทำอะไรไม่ได้ ก็เลยกลายเป็น ภาพยนตร์(นักฆ่าไรเงา)”

ความที่มันเป็นหน่วยงานที่มีจริง เราหาข้อมูลยังไง?
ก็เวลาที่เราจะทำภาพยนตร์หรือทำหนัง ก็ต้องศึกษาก่อนว่าหน่วยงานนี้เป็นเป้ยังไง ทำยังไง เราก็เหมือนฝต้องปรึกษา แล้วก็ทำหนังสือขออนุญาตเป็นเรื่องเป็นราว แต่ในความเป็นหนัง ตัวละคร เรามีข้อจำกัดในเรื่องของการแสดงออกก็ไม่ได้ 100% แต่แน่นอนว่ามันต้องมีเคล้าโลงของความเป็จริงอยู่ ”
แล้วระยะเวลาการทำโปรเจ็กต์นี้นานแค่ไหน? “ปีกว่า แล้วในช่วงทำโพสต์ก็จะเป็นช่วงของโควิด-19 แล้วพอเราทำโพสต์เป็นช่วงโควิด-19พอดี ก็เลยเว้นระยะห่าง ช่วงนี้ก็เลยคิดว่าน่าจะออนแอร์วันอาทิตย์ที่ 26 นี้เวลาบ่ายสอง ที่ช่อง MONO29 ฝากติดตามด้วยนะครับ”

แล้วในฐานะที่เราเป็นผู้จัดเรามีความคาดหวังอย่างไรบ้าง?
“ก็คาดหวังว่าคุณดูแล้วจะชอบงาน ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรนอกเหนือจากเราทำงานออกไปแล้ว ให้ความบันเทิงให้ผู้ชม และผู้ชมดูแล้วบอกสนุกมากแบบนี้ผมก็ถือว่าได้ความสำเร็จแล้ว คนที่จะให้เราทำชมว่างานดี. เขาสามารถไปต่อยอดต่างประเทศก็ได้ หรือเค้าชื่นชมงานเรา สำหรับคนทำงาน ผมว่าก็ดีใจมากแล้ว และทีมงานเราทุกคนก็ตั้งใจตั้งใจทำงานมาก เพราะว่าหนังแอ็กชั่นทุกคนก็รู้ว่ามันหนัก แล้วด้วยข้อจำกัด

เรามีคิวจำกัดทเราไม่สามารถถ่ายทำให้มากกว่านี้ได้ เพราะฉะนั้นนักแสดงทุกคนทุ่มเทมาก. อย่างก่อนเข้าฉาก ก็จะต้องมีการซักซ้อมคิว ซึ่งต้องเป็นอีกคิวหนึ่งเลย ไม่ใช่มาซักซ้อมหน้าฉาก พวกเค้าต้องทำการบ้านมาก่อนต้องหาวันไปซ้อมกับครูบู๊ ครูสอนสตั๊นมาก่อน แล้วพอวันมาเข้าฉาก ทุกคนจะต้องพร้อมมาระดับหนึ่งแล้ว ก็มาถ่ายทำก็จะเล่น และนั่นก็จะเป็นการที่ได้งานที่คุณภาพและงบไม่บานปลาย”

“ขนาดไต้ฝุ่น(พระเอกของเรื่อง) ที่แข็งแรงเป็นนักมวย มาเจอวันแรกยัง ฮิสโตก เพราะบู๊หนักมาก ในนั้นจะมีทั้งควัน ใส่แมสบังหน้า อะไรต่ออะไรเต็มไปหมด แล้วก็ทำงานในตึกร้าง ร้อน เพราะว่าวันนั้นเป็นวันที่ร้อนที่สุดในประเทศ

หลังจากถ่ายทำอย่างลำบากพอเราเห็นงานของเราแล้วเรารู้สึกอย่างไรบ้าง?
“หายเหนื่อยครับหายเหนื่อย เพราะว่าผมว่านักแสดงอ่ะ เรื่องค่าแรงไม่ได้มาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะหวังให้ผลงสนของตัวเองออกมา แล้วมีคนดูแบบว้าว! ชอบ เท่ เพราะว่าภาพนี้มันจะติดตัวไปตลอด เรารู้เลยว่าผ่านจากวันนี้ไป 20 ปี 30 ปีถ้าเราตั้งใจเต็มที่ในตอนทำงาน สุดท้ายเวลาผ่านไปแล้วเรามาดูเราก็จะภูมิใจกับมัน เราไม่อยากมานั่งเสียดายว่าวันนั้นทำไมไม่เล่นให้ดีกว่านี้ มันคือความภาคภูมิใจของเรา พัฒนาทุกคนเต็มที่ผลงานออกมาเค้าแฮปปี้เราก็ดีใจนะผู้ผลิต ตัวนักแสดงเองก็ภูมิใจ เวลาไปคุยที่ไหนบ้าเล่นเรื่องนี้มา”

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ถามถึงอีก1 ทบาท บทบาทคุณพ่อลูก3 ?
“คุณพ่อลูก3 ก็สนุกในการเลี้ยงลูกเรารู้สึกว่าเป็นหน้าที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม.. วันนี้ลูกและครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่งนะ เพราะว่าเราโตแล้ว เรารู้สึกว่าเวลาแบบนี้มันไม่สามารถย้อนกลับไปได้แล้ว อีกอย่างหนึ่ง ลูกในวัย1-3ขวบ เป็นเวลาที่ต้องป้อนอะไรดีๆให้เขาให้มากที่สุด ต้องขอบคุณภรรยา ที่เค้าเป็นคนที่ทุ่มเทเวลาเพื่อดูแลลูก ตอนนี้คนโตก็5ขวบแล้ว เริ่มโตมัน ก็จะไปหนักคนเล็กก็คือลูกแฝด เพราะว่าตอนนี้อายุประมาณ1ขวบ 10 เดือน ก็เป็นช่วงเวลาที่เขาซึมซับและรับรู้ เรียกว่าเป็นฐานพีระมิดที่จะโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า ก็สำคัญ ก็พยายามให้เวลาเขาแล้วก็เลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุด ซึ่งเป็นหน้าที่ของพลเมือง(หัวเราะ) “ “งานก็ต้องทำ ภาระก็มี แล้วก็เป็นเรื่องที่เหนื่อยไม่ธรรมดา ต้องมีทั้งเวลา ต้องมีทั้งเงิน มีความพร้อมที่จะต้องดูแลเขาตลอดเวลา เพราะว่าเริ่มซนแล้ว บางที3 คนก็ไม่ทันเหมือนกัน บางทีอยู่ในบ้าน..โอ้โห!วิ่งจับไม่ทัน แต่ก็สนุก แล้วรู้สึกว่ามีความสุข คาดหวังว่าเค้าโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า”
อย่างคุณพ่อมาทำงานที่บ้านคุณแม่เลี้ยงคนเดียวเลย?
“มีคนช่วยดูแล ก็มีคุณแม่คือภรรยาของผม แล้วก็มีพี่เลี้ยงที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของผมและภรรยา จริงๆผมก็พยายามหาเวลาให้เขาได้มากที่สุด อย่างออกมาทำงานแบบนี้ ก็ต้องรีบทำอะไรให้เสร็จ ต้องวางแผนว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง แล้วก็จะต้องรีบกลับไปหาเค้า ในช่วงเย็นพาเขานอน แต่อีกสองเดือนข้างหน้าโรงเรียนเปิดทั้งหมดก็ต้องไปโรงเรียน เราก็จะต้องไปส่ง บ่ายมีเวลาก็ต้องไปรับเขา แต่ถ้าทำงานก็ทำไป เพราะหน้าที่หลักจะเป็นภรรยา “
แล้วเด็กๆติดพ่อหรือแม่มากกว่ากัน?
“แล้วแต่อารมภ์ เวลา ช่วงไหนมีเวลาอยู่กับเขาเยอะเค้าก็ติดเรา แต่ปกติเค้าจะติดคุณแม่ เพราะเค้ายังให้นมอยู่ เพราะฉะนั้นเค้าจะติดแม่มาก ส่วนลูกชายเค้าก็จะติดแม่ รักแม่มาก เพราะว่าเค้าเค้าดูแลใกล้ชิดกันมา เพราะคุณพ่อบางทีไปนู่นไปนี่ ไปต่างจังหวัด ค้างแรมที่อื่น”
แต่คุณพ่อก็ไม่ได้น้อยใจลูกๆใช่มั้ยที่ไม่ติดเรา?
“ไม่หรอกเราเข้าใจเลย บางทีแอบดีใจด้วยดีแล้วแล้วเพราะว่าติดเราจะเหนื่อย แล้วอย่างลูกชายถ้าชวนออกมาด้วย น้อยมากนะที่เค้าจะออกมา นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่เขาชอบจริงๆถึงจะไปด้วย เพราะว่าเค้าเป็นคนชอบอยู่บ้าน เพราะว่าที่บ้านมีอะไรให้เขาทำเยอะมาก แล้วก็โปรแกรมการเรียนการออกกำลังกายก็จะอยู่ในบ้านหมด “
แล้วพี่หนุ่มตั้งจะหยุดไว้แค่ 3 คน?
“ จริงๆก็มีความสุขกับการมีลูกนะ ยังคิดอยู่ว่าถ้ามีสตางค์มากๆจริงๆ ผมมีได้นะ 4-5 คน แต่บางทีเรานึกดูแล้ว ก็โตแล้วนะ อายุไม่น้อยแล้ว การมีลูกเล็กตอนอายุมากๆก็เหรื่อย ก็พยายามดูแลสุขภาพให้ดี แต่ไม่แน่นะบางทีภาพ ถ้าปุ๊บปั๊บร่ำรวยขึ้นมาว่าไม่แน่ก็อาจจะมี แต่คิดว่าคงไม่แล้ว.. เพราะสงสารภรรยา ตอนนี้เค้าก็บ่นเหนื่อยมากเพราะว่าไม่ใช่ลูกโตแล้วก็สบายมันเหนื่อยคนละแบบมากกว่า อย่างคนโตรู้เรื่องแล้ว ช่วยดูแลน้อง ไม่เป็นภาระมากเหมือนเบบี๋ แต่ก็จะไปเหนื่อยตรงที่เรื่องเรียนเค้า บริหารจัดการเรื่องตอบคำถาม เรื่องชีวิตความสงสัยใคร่รู้ในเรื่องนั้น เรื่องนี้ คนเล็กก็เริ่มโตเริ่มวิ่ง ก็สรุกดี คิดว่า3 กำลังดี จริงๆตั้งใจมีแค่นี้(สองชูนิ้ว 2 )พอดีเทวดาแถมมาให้อีกคนหนึ่ง ก็ดีครับ…

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน