ตัวแม่มาเอง! ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา เป็นกระบอกเสียง พาผู้เสียหายร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ หลังโดนร้านรองเท้าทิพย์โกง มีผู้เสียหายมูลค่าหลักล้าน
หลังจากอินฟลูเอนเซอร์ ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา ที่สั่งรองเท้าในเพจขายรองเท้าร้านหนึ่ง แต่ปรากฎว่าไม่ได้ของ เจ้าตัวไม่ปล่อยผ่านโพสต์ข้อความพร้อมภาพหน้าเพจร้านดังกล่าว เรียกรวมพลชาวเน็ตที่โดนโกงจากร้านเดียวกันว่า ซึ่งก็มีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาแสดงตัวว่าคือเหยื่อของร้านนี้
ต่อมา ปุ้มปุ้ย ได้โพสต์ในเฟสบุ๊ก Pantipa Arunwattanachai ระบุว่า “จับได้แล้วนะคะ ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงให้ติดต่อเข้าแจ้งความได้ที่ กองกำกับการ 4 กองบังคับตำรวจสอบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 กองบัญชาการตำรวจสิบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์)”
ล่าสุดวันที่ 25 เม.ย. ปุ้มปุ้ยได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์เพื่อมาพูดคุยเป็นกระบอกเสียง พร้อมผู้เสียหาย 2 ท่าน ที่ กองกำกับการ 4 กองบังคับตำรวจสอบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ซึ่งเธอได้กล่าวว่า
“วันนี้ปุ้ยได้พาผู้เสียหายบางส่วนมาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วก็มาขอบคุณผู้กำกับที่จับคนร้ายได้รวดเร็วมากๆ ก่อนหน้านี้กระแสในโซเชียลบอกว่า เพราะว่าปุ้ยมีปัญหากับร้านมิจฉาชีพหรือเปล่าตำรวจเลยทำงานเร็ว
จะบอกว่าไม่ใช่นะคะ เพราะว่ากระบวนการขั้นตอนในการรวบรวมหลักฐานหรือว่าเข้าจับกุมมันมีขั้นตอนที่นานกว่านั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่ 3 วัน จะบุกเข้าไปจับคนร้ายได้เลย ตรงนี้ปุ้ยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง”
“แต่ปุ้ยมีส่วนช่วยในการรวมผู้เสียหายที่ยังไม่ได้ไปแจ้งความจนเป็นคดี รวบรวมได้เป็นร้อยกว่าเคสเกือบสามสี่ร้อยเคสได้เลยในคอมเมนต์ ตรงนี้ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เห็นว่ามันมีผู้เสียหายที่เกิดขึ้นแต่ยังไม่ได้เข้ามาแจ้งความ ตรงนี้ก็เลยอยากมาประชาสัมพันธ์ว่าให้ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความ”
ต่อมา พล.ต.ต..จิตติพนธ์ ผลพฤกษา ผบก.สอท.4 กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นคดีการฉ้อโกงประชาชน แล้วก็นำข้อมูลการเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทางกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก็มีระบบของการแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline หรือผู้เสียหายสามารถไปแจ้งความที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ
ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จะเรียกตัวผู้เสียหายมาสอบปากคำ ทางเราที่ได้ทำการสอบสวนเรื่องนี้อยู่แล้ว เดิมมีผู้เสียหายประมาณ 70 กว่าราย แล้วก็ยังมีอีกจำนวนหลายคน เราก็จะทำหนังสือไปสอบถามทางสถานีตำรวจต่างๆเพื่อที่จะได้รวบรวมเอกสาร แล้วก็ส่งคดีพวกนี้มาทำการสบสวนเป็นคดีกลุ่มรวมกันที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 ตอนนี้ทางเรารับผิดชอบในเรื่องนี้ครับ”
แล้วยังต่อกล่าวว่า “ตอนนี้ความคืบหน้าคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนผู้เสียหาย ส่วนหนึ่งติดตามการโอนเงินจากธนาคารมาตรวจสอบว่ามีการยักย้ายถ่ายเทในลักษณะการฟอกเงินไปทางใครที่มีเจตนาร่วมกระทำความผิดนี้ด้วยหรือเปล่า”
พ.ต.อ.คมสัน มีภักดี ผกก.4 บก.สอท.4 ยังกล่าวต่อว่า “ตอนนี้ผู้เสียหายรวมในประเทศประมาณ 70 แล้วที่มาคอมเมนต์ใต้คุณปุ้ยประมาณ 300 กว่าคน ใน 300 มีทั้งได้รับเงินคืน แล้วก็ไม่ได้รับเงินคืน น่าจะหลายล้าน”
“ในส่วนที่คุณปุ้ยโพสต์เป็นประโยชน์แก่ทางราชการมาก ผมไปเจอก่อนที่จะเข้าจับ 3 วันว่า มีผู้เสียหายเยอะมาก แล้วก็จะมีผู้ที่จะโดนหลอกอีกเยอะมาก เขาได้เปลี่ยนชื่อในเพจไปเรื่อยๆ ต้องขอบคุณคุณปุ้ยในส่วนนี้ ที่เป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน”
ซึ่งเพจดังกล่าวได้เปิดเพจมาประมาณ 2 ปี มีการหลอกว่าจะขายจะซื้อ อันไหนน่าจะมีปัญหาทางร้านจะโอนเงินคืน อย่างเช่นในเคสของคุณ ปุ้ย หากผู้เสียหายไม่ได้มีปัญหาทางร้านก็จะนิ่งเฉย
โดยมีผู้เสียหาย 2 ท่านมาร่วมแถลงข่าวด้วย คนแรกชื่อ นายณัฐวุฒิ ภิญโญยิ่ง อายุ 28 ปี เจ้าของร้านรองเท้าออนไลน์ ที่ก่อนหน้านี้ไว้ใจซื้อขายกับเจ้าของร้านรองเท้าทิพย์ เปิดมูลค่าความเสียหายคร่าวๆประมาณ 1,130,000 บาท ซึ่งน่าจะเป็นผู้เสียหายที่มีมูลค่ามากที่สุด อีกท่านเสียหายไปมูลค่า 15,000 บาท