โซนี่ พิคเจอร์ส พาสร้างประสบการณ์สุดระทึกและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบกับภาพยนตร์ “28 YEARS LATER” (28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน) นำแสดงโดย โจดี้ โคเมอร์, แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน, แจ๊ก โอ’ คอนเนล, อัลฟี่ วิลเลียมส์ และ ราล์ฟ ไฟน์ กำกับฯโดย แดนนี่ บอยล์ เขียนบทโดย อเล็กซ์ การ์แลนด์

เรื่องราวเกิดขึ้นในโลกที่ต่อเนื่องมาจาก 28 Days Later (2003) นับตั้งแต่ไวรัสบ้าเลือดหลุดออกมาจากห้องทดลองอาวุธชีวภาพ โลกจึงเต็มไปด้วยคนติดเชื้อร้าย หลังจากเวลาผ่านไปเกือบสามทศวรรษ ตอนนี้ ผู้รอดชีวิตก็ยังคงต้องอยู่ภายใต้การคุ้มกันอย่างเคร่งครัด บางกลุ่มก็ค้นพบวิธีที่จะดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ติดเชื้อได้ มีผู้รอดชีวิตกลุ่มหนึ่งแยกตัวไปใช้ชีวิตอยู่ใน Holy Island เกาะเล็กๆ ที่ปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็มีทางเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ ที่เต็มไปด้วยผู้ติดเชื้อที่อยู่ภายใต้การกักกันอย่างแน่นหนา และแล้วเมื่อสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มมีเหตุต้องเดินทางออกจากเกาะ เพื่อไปปฏิบัติภารกิจในใจกลางแผ่นดินใหญ่อันมืดทมิฬ เขาก็ค้นพบความลับ ความน่าอัศจรรย์ และความน่าสยองขวัญน่าสะพรึง ที่ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์กับผู้ติดเชื้อ แต่ยังรวมถึง


ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
ผู้กำกับรางวัลอคาเดมีอวอร์ด ‘แดนนี่ บอยล์’ และ ‘อเล็กซ์ การ์แลนด์’ มือเขียนบทผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอคาเดมี อวอร์ด พาเข้าสู่โลกที่ยังคงอยู่ 28 ปีหลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสที่ทำลายล้างเกาะอังกฤษ สังคมถูกบีบบังคับให้ต้องฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาและก่อเกิดเป็นสังคมใหม่ๆ
บอยล์กล่าวว่า “เราจินตนาการว่าโลกจะสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่อย่างไร หลังหายนะทำลายล้างโลก ในตอนที่ ‘ของ’ ทุกอย่าง ที่ล้อมรอบตัวเราในตอนนี้ ไร้ประโยชน์ แม้แต่อาหารและเชื้อเพลิง เรื่องราวใน 28 YEARS LATER เกิดขึ้นบนเกาะโฮลี ไอส์แลนด์ พื้นที่หนึ่งพันเอเคอร์ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ ในชุมชนปิดเล็กๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ชุมชนที่แน่นแฟ้นแต่เปราะบางนี้ถูกป้องกันโดยเส้นทางยกระดับข้ามแหล่งน้ำ ซึ่งช่วยสร้างสถานที่ที่เหมือนจะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย เกาะแห่งนี้และเส้นทางสายนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรื่องราวของเราครับ สภาพโลกหลังหายนะเมืองนี้กำลังเปลี่ยนไปสู่ศตวรรษที่ยี่สิบ โดยที่แผ่นดินใหญ่กลายเป็นที่ที่อยู่ตรงโน้น ที่เป็นทั้งพันธสัญญาและภัยคุกคาม กฎเหล็กข้อหนึ่งของเกาะแห่งนี้นั่นคือ ถ้าคุณไม่กลับมาจากการผจญภัยในแผ่นดินใหญ่ ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ออกตามหาคุณทั้งนั้น จะไม่มีการส่งกลุ่มคนไปค้นหาหรือช่วยเหลือคุณครับ”

นักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษ ‘แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน’ เผยประสบการณ์การร่วมงานกับสุดยอดผู้กำกับฯในตำนานว่า มันคือประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ ที่ทำให้เขาและนักแสดงคนอื่นๆ ได้ทดลองทำในสิ่งใหม่ๆ และในเชิงภาพยนตร์ แดนนี่ บอยล์ เองก็ก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ ไปอีกขั้น จนทำให้ได้งานภาพที่แปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

“28 YEARS LATER เป็นเรื่องราวของการเอาชีวิตรอดจากการระบาดของไวรัสคลั่ง ที่มีมายาวนานกว่า 28 ปี และการรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากเหล่าผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์ สุดอันตราย เจมี่ ตัวละครของผม, อิสลา (โจดี้ โคเมอร์), และสไปก์ (นักแสดงหน้าใหม่ อัลฟี่ วิลเลียมส์) อาศัยอยู่ในชุมชนบนเกาะที่ตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่ เพื่อป้องกันการบุกรุกของผู้ติดเชื้อ ไม่มีหมอ ไม่มียา กินได้แค่ของที่ปลูกเอง ถ้าจะล่าสัตว์ก็ต้องออกไปล่าสัตว์บนแผ่นดินใหญ่ โดยมีกฎว่า ถ้าคุณออกจากเกาะแล้วไม่กลับมา จะไม่มีใครออกไปตามหาคุณ พวกเขาจะถือว่าคุณติดเชื้อตาย หรือหายสาบสูญ ในขณะเดียวกัน อิสลา เกิดป่วยหนักแต่ไม่ได้ติดเชื้อ ส่วนสไปก์ ลูกชายก็ต้องเข้าร่วมพิธีกรรมเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ด้วยการเดินทางไปสู่แผ่นดินใหญ่และเผชิญหน้ากับ ผู้ติดเชื้อ คนแรกของเขา เจมี่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปกป้องชุมชนและครอบครัวของเขาให้รอดพ้นจากไวรัสคลั่งนี้ไปให้ได้” แอรอนกล่าว

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งตัวละครที่มีความสำคัญคือ ดร.เอียน เคลสัน นายแพทย์ผู้รอดชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสคลั่ง และการไล่ล่าของฝูงผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์มาได้ด้วยตัวคนเดียวตลอดระยะเวลา 28 ปีที่ผ่านมา ซึ่งรับบทโดย ‘ราล์ฟ ไฟน์ส’


ไฟน์ส พูดถึงตัวละครของเขาว่า “ด๊อกเตอร์เอียน เคลสัน เป็นหมอผู้มีแนวคิดมนุษยนิยมครับ เป็นชายผู้มีความเห็นอกเห็นใจ ผมว่าเขาคือคนที่ยอมรับสัจธรรมเรื่องความตาย กับคำศัพท์ประจำใจ เมเมนโต โมริ ศัพท์ภาษาละติน ที่แปลว่าให้รำลึกถึงความตาย ว่าคุณเป็นมนุษย์ปุถุชน ว่าวันหนึ่ง คุณก็ต้องตาย นอกจากนั้น มันยังเป็นเครื่องเตือนให้รำลึกถึงภัยคุกคามที่เกิดจากผู้ติดเชื้อ และหล่อหลอมมุมมองโลกของเขาอีกด้วย” “เคลสันได้สร้างวิหารเพื่อเป็นอนุสรณ์สำหรับผู้ล่วงลับหรือผู้ที่กลายเป็นเหยื่อของเชื้อไวรัส โครงสร้างนั้นเป็นอาคารที่มีขนาดเท่าโบสถ์ และสร้างจากกระดูกของมนุษย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กระดูกต้นขา กระดูกซี่โครง กระดูกส่วนสะโพก และหัวกะโหลก ดังนั้น วิหารกระดูกนี้จึงเป็นทั้งสิ่งที่อุทิศให้กับผู้ล่วงลับ และเป็นงานแห่งรักสำหรับเคลสันด้วย เขายอมรับความจริงเรื่องความตายว่ามันปรากฏชัดเจนเหลือเกิน แทนที่จะวิ่งหนีจากมัน แสร้งทำเป็นว่าความตายไม่ได้มีอยู่จริง หรือใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความกลัวมัน เคลสันกลับให้เกียรติความตายและผู้ล่วงลับ ในแง่หนึ่งเขาก็เป็นคนที่เหมือนกับนักบวชและเป็นผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องมนุษย์ด้วยครับ”

จะทำอย่างไรเมื่อเชื้อลุกลามเกินกวาดล้าง ติดตามได้ในโรงภาพยนตร์