เมื่อวันที่ 16 พ.ย. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จไปยังศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทรบ้านระไซร์ ตำบลตั้งใจ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์เพื่อทรงเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมศูนย์เรียนรู้การเกษตรส่วนพระองค์ ศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทรเป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรทุกๆ ด้าน ภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เห็นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ดำริจัดตั้งขึ้นจากพื้นที่นา 18 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกร นักเรียน ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนเกิดการทำงานในลักษณะบูรณาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสุรินทร์ มีการจัดตั้งอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 ชื่อว่า ศูนย์เรียนรู้การเกษตรส่วนพระองค์บ้านระไซร์ และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์เรียนรู้การเกษตรอทิตยาทร”

 

201611161223213-20041019171812

 

ในการนี้พระองค์ได้เสด็จเยี่ยมและทรงงาน อาทิ โรงเรือนกล้วยไม้และพันธุ์พืชอนุรักษ์ สวนพืชสมุนไพร ซึ่งรวบรวมพืชสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพื่อการศึกษาของนักเรียนและผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพืชสมุนไพรไทย และเยาวชนได้ทราบความเป็นมาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของบรรพบุรุษได้ลองผิดลองถูกนำพืชสมุนไพรมาใช้บำบัดโรคค้นคว้าวิจัยตามธรรมชาติเหนือสิ่งอื่นใด จนกระทั่งสั่งสมเป็นองค์ความรู้ สืบทอดให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์มาจนถึงปัจจุบัน โดยจัดเป็นกลุ่มรักษาและบำบัดโรคกลุ่มปรุงอาหารและเครื่องเทศ กลุ่มเพื่อสุขภาพและความงาม และกลุ่มป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ทรงเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์จากข้าวหอมมะลิ ขบวนการผลิตข้าวเม่า จากนั้นปล่อยปลานิลจิตรลดา และปลานิลแดง จำนวน 89 ตัว และผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเสม็ด จังหวัดบุรีรัมย์ ขอประทานถวายสุกรเพศเมีย ทรงประทานนมแก่ลูกโคและลูกแพะที่เกิดใหม่ซึ่งพระองค์ทรงประทานชื่อว่า โคล่า ลูกแพะจำนวน 5 ตัว คือ น้องมะลิ มะระ ต้นข้าว และข้าวเหนียว ทรงเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์และผลิตผลของสมาชิกศูนย์เรียนรู้ฯ และทรงมอบหน่อกล้วยน้ำว้าให้แก่สมาชิกเครือข่าย จำนวน 89 หน่อ

201611161223202-20041019171812

 

จากนั้นพระองค์ได้ทรงเยี่ยมชมองค์ความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ และทรงเกี่ยวข้าวในแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิพร้อมพระสหาย หัวหน้าส่วนราชการ และสมาชิกศูนย์ฯซึ่งแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวดังกล่าวสมาชิกศูนย์ฯ ได้จัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 พื้นที่ 12 ไร่ สามารถจำหน่ายเป็นเมล็ดพันธุ์ ซึ่งมีราคาสูงกว่าข้าวเปลือกทั่วๆ ไป อย่างน้อย 2 เท่า เกษตรกรมีความมั่นใจในหลักการผลิตเมล็ดพันธุ์มากขึ้น และเป็นที่สนใจแก่เกษตรกรข้างเคียงที่เข้ามาศึกษาดูงานข้าวหอมมะลิ เป็นพืชหลัก เป็นสินค้าส่งออกสร้างรายได้ของจังหวัดสุรินทร์ และถือว่าเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิมากที่สุดในประเทศ โดยข้าวหอมมะลิสุรินทร์ได้รับการยอมรับสูงในวงการค้าข้าวและผู้บริโภค ว่าเป็นข้าวที่มีคุณภาพ ข้าวเปลือกเมล็ดเรียวยาว ได้ขนาดมาตรฐานข้าว และเมื่อสีเป็นข้าวสารแล้ว จะได้เมล็ดข้าวที่เรียว ยาว ขาว ใส มีกลิ่นหอม เมื่อหุงเป็นข้าวสุกจะรสชาติดี มีความอ่อนนุ่ม จนได้รับการกล่าวขานว่า “หอม-ยาว-ขาว-นุ่ม” คือคุณลักษณะเด่นของข้าวหอมมะลิสุรินทร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน