จากกรณีมีการเผยแพร่คลิป รถยนต์ชนเด็กชาย 5 ขวบ ที่เล่นอยู่บริเวณหน้าร้านขายของชำ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ผู้ขับขี่ลงมาดูแล้วรีบหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 พ.ย. เวลา 13.00 น. โดยผู้บาดเจ็บคือ ด.ช.คนัท เปียแก้ว อายุ 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2/2 โรงเรียนวัดตาก้องหลวงพ่อแช่มอนุสรณ์ ขณะนี้อาการโดยรวมปลอดภัยแล้ว เหลือบาดแผลบริเวณใบหน้า จมูก ปาก ดวงตาซ้ายบวมปูด แพทย์อนุญาตให้กลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน

จากการสอบถาม นางสุทิน วงษ์สุวรรณ แม่ของด.ช.คนัท เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มาจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากคู่กรณี ครอบครัวทำอาชีพรับจ้างแต่ต้องหยุดงานมาดูแลลูก และยังต้องพาไปรักษาดวงตาอีกเพราะถูกกระแทกอย่างแรง ที่เบ้าตาด้านซ้าย ตอนนี้อยู่ระหว่างรอดูอาการ ส่วนนายสมชาย เปียแก้ว พ่อของเด็กขณะนี้ได้ไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่สภ.เมืองนครปฐม

 

นายณภัทร มณฑาสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.บ่อพลับ อ.เมือง จ.นครปฐม กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อทราบจากชาวบ้านได้รีบมาดูอาการเด็ก แต่เด็กอยู่ในห้องฉุกเฉิน แพทย์กำลังรักษาไม่สามารถเข้าไปได้ และเมื่อทราบว่ามีกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ที่ร้านค้า 2 กล้องบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ จึงรีบไปดูและเป็นผู้แชร์คลิป เพราะเห็นว่าเป็นภาพที่สยดสยอง ซึ่งหลังเกิดเหตุคู่กรณีน่าจะนำเด็กส่งโรงพยาบาลทันที แต่กลับกลายเป็นว่า ลงมาดูแล้วอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป ขณะที่พลเมืองดีได้รีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลในสภาพทุลักทุเล ซึ่งการกระทำของคนขับรถไร้มนุษยธรรม น่าจะช่วยนำเด็กซึ่งอาการบาดเจ็บไปส่ง ร.พ.ก่อน ดีแต่มีพลเมืองดีขี่จยย.ตามหลังมาและเห็นเหตุการณ์ ยังเห็นว่าผู้ก่อเหตุจอดรถลงมาดู และได้ช่วยติดตามไปแต่ตามไม่ทันเพราะฝนตกหนักมาก จึงย้อนกลับมาอุ้มเด็กส่งร.พ.โดยอุ้มซ้อนท้าย จยย.ท่ามกลางฝน

 

จากการสอบถามนายสมประสงค์ มุ่ยอี้ อายุ 30 ปี ผู้ขี่จยย.ตามหลังรถกระบะที่ชนและเห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เห็นรถกระบะเมื่อชนเด็กแล้วยังจอดรถและลงมาดู แต่แทนที่จะช่วยนำส่งร.พ.กลับเดินหนีไปขึ้นรถแล้วขับรถออกไปเฉย ส่วนตนนั้นลงมาดูเด็กและคิดว่าจะส่งไปโรงพยาบาลอย่างไรเมื่อหันไปอีกทีเห็นรถกระบะขับหนีออกไปแล้ว จึงพยายามขี่ตามเพื่อดูเลขทะเบียนรถแต่ก็ตามไม่ทันเพราะฝนตกหนักมาก จึงย้อนกลับมาดูอาการเด็กอีกครั้งและตัดสินใจอุ้มเด็กขึ้นจยย. ตากฝนไปส่งร.พ.ศูนย์นครปฐม

201611161529094-20090121143059
นางจันทร์ทิรา รุ่งทวีชัย ครูโรงเรียนหลวงพ่อแช่มอนุสรณ์ กล่าวว่า ตอนนี้สงสารเด็กมาก อยากให้คู่กรณีติดต่อมาช่วยเหลือหรือดูแลบ้าง ตอนนี้โซเชียลได้แพร่ภาพออกไปมาก มีการแชร์ส่งต่อๆกันอยากให้มองถึงหลักมนุษยธรรมที่จะมีการรับผิดชอบหลังเกิดเหตุ ขณะนี้ทางโรงเรียนได้ประสานช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในการรักษา ด.ช.คนัท โดยเด็กทุกคนจะมีประกันอุบัติเหตุหมู่คุ้มครองวงเงิน 10,000 บาท เพื่อช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้ว

ทางด้านพ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก.สภ.เมืองนครปฐม เปิดเผยว่า กล้องวงจรปิดที่อยู่หน้าร้านขายของชำตรงจุดเกิดเหตุนั้นสามารถจับภาพได้อย่างชัดเจน แต่เพราะมีฝนตกลงมา จึงไม่สามารถมองเห็นเลขทะเบียนได้ชัดเจน ตำรวจสภ.เมืองนครปฐม ไม่ได้นิ่งนอนใจมอบหมายชุดสืบสวนเร่งรัดตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมทั้งสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ที่อยู่ใกล้เคียงในบริเวณนั้นว่า รถคันที่เกิดเหตุซึ่งหน้าหลบหนีไปทิศทางใด คาดว่าสามารถติดตามตัวได้ในเร็ววัน ขณะนี้ชุดสืบสวนได้เก็บภาพจากกล้องวงจรปิดมาได้หลายจุดแล้ว พอทราบทิศทางที่หลบหนีแต่ยังไม่เห็นหมายเลขทะเบียนชัดเจน

 

สำหรับผู้ที่เห็นจากภาพกล้องวงจรปิดต่างคิดกันว่าคนขับรถเป็นแม่ค้าหรือไม่นั้น ซึ่งภาพได้ปรากฎเป็นภาพผู้หญิง อายุประมาณ 50 ปี สวมเอี๊ยมทับ จากการพิจารณาอาจเป็นแม่ค้าที่ขายของในบริเวณนั้น 2 วันที่ผ่านมา ได้มอบหมายชุดสืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนครปฐม เอาตำหนิรูปพรรณสัณฐานของผู้ที่ขับขี่รถที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นไปให้ประชาชนแม่ค้าที่ตลาดนัดดู 2-3 ที่แล้ว แต่ยังไม่พบตัวจึงอยากฝากสื่อมวลชนหรือผู้ที่พบเห็น ตำหนิรูปพรรณใกล้เคียงรวมทั้งผู้หญิงที่อายุประมาณ 50 ปี ขับรถปิคอัพ สีขาว ขอความกรุณาแจ้งเข้ามา ที่สภ.เมืองนครปฐมด้วย เพื่อจะช่วยกันดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป

 

เนื่องจากความผิดในกรณีนี้ถึงแม้ว่าจะหยุดรถมาดูและพูดคุยแต่รู้ว่าเด็กได้รับบาดเจ็บมากหรือน้อยก็ตาม แต่พยานที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้ามาถามว่า เด็กเป็นอะไร แต่หญิงคนนั้นก็ตอบว่า เขาไม่ได้ชนจากนั้นก็ขับหลบหนีไป ซึ่งพยานก็ไม่ได้สนใจเพราะ เข้าใจว่าไม่ใช่รถคันที่ชน มัวแต่พะวงกลัวเด็กจะบาดเจ็บหนักจึงรีบพาไปหาหมอ จากนั้นเราได้ติดต่อพยานมาสอบปากคำเพิ่มเติม ขณะนี้เรากำลังเร่งรัด ติดตามผู้ที่กระทำความผิด มาดำเนินการต่อไป

สำหรับความผิดนี้เป็นความผิดชัดแจ้งตามพ.ร.บ.จราจรทางบก มาตราที่ 78 เรื่องการขับรถชนผู้อื่นจนได้รับความเสียหาย หรือได้รับอันตราย และไม่หยุดให้การช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานใกล้เคียงในทันทีทันใด ก็เหมือนกับที่ชาวบ้านเรียกว่า ขับรถหลบหนี ถึงแม้หยุดดูแล้วก็ตามแต่ไม่ได้แสดงตนและไม่แจ้งกับเจ้าพนักงาน ส่วนอัตราโทษจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน