ภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) ร่วมกับ บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (HIT) แถลงความสำเร็จปิดโครงการความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ HIT Program ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Human x AI : The Future Marketer Challenge” มุ่งเน้นการบ่มเพาะนักการตลาดรุ่นใหม่ให้มีทักษะระดับสากล ผ่านการทำงานจริง โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสรรค์โซลูชั่นทางการตลาดที่ตอบโจทย์วิสาหกิจชุมชน SME ใน 6 จังหวัดทั่วประเทศ

นิสิตจะต้องเผชิญโจทย์จริงจากสังคมและใช้เครื่องมือ Marketing AI Tools เข้ามาช่วยในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การวางกลยุทธ์ ตลอดจนการผลิตสื่อสร้างสรรค์ เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างสมบูรณ์
ในปีนี้มีวิสาหกิจชุมชน 6 แห่งจาก 6 จังหวัด ได้รับคัดเลือกให้เป็นโจทย์หลักในการพัฒนาแผนการตลาด ซึ่งนิสิตทั้ง 6 ทีม ลงพื้นที่ศึกษาและพัฒนาแคมเปญจริง ได้แก่
1.จังหวัดปทุมธานี (ชุมชนลำไทรพัฒนา) ผลิตภัณฑ์ปลาดุกแปรรูป 2.จังหวัดลำพูน (ชุมชนบ้านโฮ่ง) ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป 3.จังหวัดระยอง (ชุมชนเกาะกก) ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและข้าว

ทีมชนะเลิศ
4.จังหวัดศรีสะเกษ (ชุมชนผักไหม) ผลิตภัณฑ์ข้าวแปรรูป 5.จังหวัดเพชรบุรี (ชุมชนศูนย์ข้าวไร่มะขาม) ผลิตภัณฑ์ข้าวพื้นถิ่น 6.จังหวัดระนอง (ชุมชนแปลงใหญ่กาแฟ) ผลิตภัณฑ์กาแฟ
ทีมชนะเลิศ ได้แก่ โจทย์ปลาดุกแปรรูป จากวิสาหกิจชุมชนลำไทรพัฒนา จังหวัดปทุมธานี จากปลาดุกธรรมดาเพิ่มมูลค่าสู่ขนมปลาดุกแผ่นอบกรอบโปรตีนสูง ผลิตภัณฑ์หลักของชุมชน เปลี่ยนมุมมองสินค้าจากขนมรับประทานเล่นสู่ตัวแทนความใส่ใจและความปลอดภัย แนวคิดนี้ต่อยอดสู่การผลักดันสินค้าเข้าสู่ “ตลาดจริงใจ” พร้อมวางโครงสร้างธุรกิจและการตลาดโดยสื่อสารผ่านคอนเทนต์จริงจากผู้ผลิต
อันดับที่ 2 โจทย์ผลไม้แปรรูป จากวิสาหกิจชุมชนบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ยกระดับผลไม้ท้องถิ่นไทยธรรมดาสู่ผลไม้ฟรีซดราย Healthy Premium Snack เข้าถึงง่ายและอร่อย ตั้งเป้าสร้างการรับรู้และบริหารสต๊อกคงค้างกว่า 10,000 ชิ้นต่อเดือน ทีมนิสิตจึงต่อยอดสินค้าเป็นชุดของฝาก เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน โดยมี “ลำไยสอดไส้สตรอว์เบอร์รี่” เป็นสินค้าชูโรงที่สร้างความแปลกใหม่ ควบคู่การปรับการสื่อสารบนแพลตฟอร์มออนไลน์

ทีมรองชนะเลิศ
อันดับที่ 3 โจทย์สมุนไพรแปรรูป จากวิสาหกิจชุมชนเกาะกก จังหวัดระยอง เปลี่ยนวิถีการเกษตรสู่โมเดลธุรกิจนวัตกรรม เพื่อรักษาพื้นที่นาผืนสุดท้ายในมาบตาพุด โดยต่อยอดสมุนไพรท้องถิ่นและพัฒนา “หมอนประคบสมุนไพร Horm Herb” ให้เป็นแบรนด์เพื่อการพักผ่อนของคนเมือง ทีมนิสิตออกแบบการตลาด 3 ระยะ ได้แก่ สร้างการรับรู้ผ่านคอนเทนต์ ASMR ถ่ายทอดส่วนผสมในหมอนเพื่อชูจุดเด่นของสมุนไพร สร้างประสบการณ์จริงผ่านจุดทดลองในออฟฟิศ ห้าง หรือบนเครื่องบิน และต่อยอดการใช้งานเพื่อสร้างความผูกพันกับผู้บริโภค ผ่านการสแกน QR บน LINE เพื่อสะสมแต้มจากการพักในแต่ละวัน
การประกาศความสำเร็จในครั้งนี้มิใช่เพียงการสิ้นสุดโครงการในปีที่ 3 แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงความพร้อมของนักการตลาดรุ่นใหม่จากรั้วจามจุรีที่พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยความฉลาดทางเทคโนโลยีและความเข้าใจในคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างสมดุล