ทรงกรม (ตอนจบ)

คอลัมน์ รู้ไปโม้ด

โดย…น้าชาติ ประชาชื่น

ทรงกรม – เมื่อวานนี้ (2 ..) เปียแก้วถามว่า คำว่า ทรงกรม คืออย่างไร เมื่อวาน มีอรรถาธิบายถึงธรรมเนียมการเฉลิมพระยศเจ้านาย โดยสรุปไปแล้ว วันนี้อ่านรายละเอียดการทรงกรม ข้อมูลคำตอบอ้างอิงจาก วิกิพีเดีย

ประเพณีเรียกพระนามเจ้านายเป็นกรมต่างๆ อย่างในทุกวันนี้ ปรากฏขึ้นในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตั้งแต่ทรงสถาปนา พระน้องนางเธอ เจ้าฟ้าศรีสุพรรณ เป็นเจ้ากรมหลวงโยธาทิพ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงสุดาวดี เป็นเจ้ากรมหลวงโยธาเทพ นับเป็นครั้งแรกที่เรียกพระนามอิสริยยศเจ้านายตามกรม และใช้เป็นแบบแผนนับแต่นั้นมา

สาเหตุที่มีการเปลี่ยนแปลงการสถาปนาอิสริยยศเจ้านายขึ้นเป็น พระ ตามประเพณีเดิมนั้น เนื่องจากในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ทรงเป็นอริกับเจ้าฟ้าชายหลายพระองค์ที่มีมาตั้งแต่ยุคสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง จึงมิได้ทรงยกย่องเจ้าฟ้าผู้ใดให้มียศสูงขึ้นตลอดรัชกาล

จากจดหมาย เหตุของ มองสิเออร์ลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศส กล่าวว่า สมเด็จพระนารายณ์ทรงยกย่องพระราชธิดาให้มีข้าคนบริวารและมีเมืองส่วยขึ้นเท่ากับพระอัครมเหสี ดังนั้นการสถาปนาเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์นี้ ในแต่เดิมไม่ได้เป็นการสถาปนาพระอิสริยยศ แต่เป็นการรวบรวมกำลังคนในระบบไพร่ ตั้งกรมใหม่ขึ้นสองกรม คือ กรมที่มีหลวงโยธาทิพ และหลวงโยธาเทพ เป็นเจ้ากรม และโปรดให้ไปขึ้นกับเจ้าฟ้าหญิงทั้งสองพระองค์นั้น

ทรงกรม

กรมหลวงโยธาเทพ

ทรงกรม

และคนไทยโบราณไม่นิยมเรียกชื่อเจ้านายตรงๆ จึงเรียกเป็น กรมหลวงโยธาทิพ หรือกรมหลวงโยธาเทพ เป็นต้น การทรงกรม จึงเทียบได้กับการกินเมือง (การกินเมือง คือการมีเมืองส่วยขึ้นในพระองค์เจ้านาย ประชาชนในอาณาเขตของเมืองนั้นๆ ต้องส่งส่วยแก่เจ้านาย) คือแทนที่จะส่งเจ้านายไปปกครองหัวเมืองต่างๆ ก็ทรงให้อยู่ในพระนคร และให้มีกรมขึ้นเพื่อเป็นรายได้ของเจ้านายนั้นๆ

พระอิสริยยศในสมัยกรุงศรีอยุธยา และกรุงธนบุรี มี 4 ชั้นคือ

ชั้นที่ 1 กรมพระ เป็นอิสริยยศสำหรับ พระพันปีหลวง (พระราชมารดา) พระมหาอุปราช และวังหลัง, ชั้นที่ 2 กรมหลวง เป็นอิสริยยศสำหรับพระมเหสี โดยมากกรมหลวงมักมีแต่เจ้านายฝ่ายในที่ดำรงพระยศนี้เป็นที่สุด, ชั้นที่ 3 กรมขุน เป็นอิสริยยศสำหรับเจ้าฟ้าราชกุมาร และชั้นที่ 4 กรมหมื่น เป็นอิสริยยศสำหรับพระองค์เจ้า

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่มีการเลื่อนชั้นอิสริยยศเจ้านายจากที่ได้รับแต่เดิมแต่ประการใด (ยกเว้นการเลื่อนกรมพระราชมารดา หรือผู้ที่ขึ้นเป็นพระมหาอุปราชขึ้นเป็น กรมพระ) ประเพณีการเลื่อนอิสริยยศเจ้านายเกิดขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ 2 ให้เรียกกรมของสมเด็จพระบรมราชชนนีว่า กรมสมเด็จพระ ต่อมาในรัชกาลที่ 3 โปรดให้พระองค์เจ้าทรงกรมชั้นผู้ใหญ่ เลื่อนขึ้นไปได้เป็น กรมสมเด็จพระ สูงกว่า กรมพระ เดิม และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ให้แก้ไข กรมสมเด็จพระ เป็น กรมพระยา

ดังนั้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อิสริยยศเจ้านายจึงมี 5 ชั้นคือ ชั้นที่ 1 กรมพระยา หรือ กรมสมเด็จพระ เป็นกรมสำหรับพระราชมารดา, ชั้นที่ 2 กรมพระ นอกจากเป็นกรมสำหรับวังหน้าและวังหลังแล้ว รัชกาลที่ 1 ยังตั้งสมเด็จพระพี่นางเธอให้ดำรงพระอิสริยยศนี้, ชั้นที่ 3 กรมหลวง สำหรับเจ้าฟ้าชั้นใหญ่ และทั้งพระองค์ชายและพระองค์หญิง, ชั้นที่ 4 กรมขุน สำหรับเจ้าฟ้าชั้นเล็ก แล้วจึงเลื่อนเป็นกรมหลวง และชั้นที่ 5 กรมหมื่น สำหรับพระองค์เจ้า

เจ้าทรงกรม จะมีขุนนางเป็น เจ้ากรม ปลัดกรม และสมุห์บัญชี โดยบรรดาศักดิ์ของเจ้ากรม คือบรรดาศักดิ์สูงสุดของอิสริยยศนั้น เช่น กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มี เจ้ากรม บรรดาศักดิ์เป็น พระยาดำรงราชานุภาพ ศักดินา 1,000 ไร่ ปลัดกรม คือ พระปราบบรพล ศักดินา 800 ไร่ สมุห์บัญชี คือ หลวงสกลคณารักษ์ ศักดินา 500 ไร่

[email protected]

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน