เดอะ ไลอ้อน คิง ยุค90สู่ไลฟ์แอ๊กชั่น
คอลัมน์ สดจากเยาวชน
เดอะไลอ้อนคิง – จากแอนิเมชั่นระดับตำนานที่เข้าฉายใน ปี 1994 และครองใจเด็กยุค 90 มาแล้วทั่วโลก
“เดอะ ไลอ้อน คิง The Lion King” หวนคืนสู่ผาทระนงอีกครั้งในปี 2019 กับเวอร์ชั่นไลฟ์–แอ๊กชั่นสุดอลังการที่เนรมิตเหล่าสรรพสัตว์ในทุ่งหญ้าสะวันนาให้สมจริงราวกับมีชีวิต
เดอะ วอลต์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์ รวบรวม 5 ความประทับใจไม่รู้ลืมของเหล่าเด็กยุค 90 ที่พร้อมส่งต่อให้ผู้ชมรุ่นใหม่ผจญภัยไปกับ เจ้าป่าซิมบ้าใน “ดิสนีย์ เดอะ ไลอ้อน คิง – Disney’s The Lion King” เวอร์ชั่นไลฟ์– แอ๊กชั่น เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

เริ่มกันที่ฉากเปิดในดวงใจของใครหลายๆ คน กับการแนะนำสิงโตตัวน้อย “ซิมบ้า” ลูกของเจ้าป่ามูฟาซา และซาราบี้บนผาทระนง ด้วยภาพพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ขึ้นจากขอบฟ้า เหล่าสัตว์มากมายวิ่งกันขวักไขว่เพื่อมาต้อนรับว่าที่เจ้าป่าคนใหม่
ประกอบกับเสียงเพลงอันทรงพลัง ทำให้ดิสนีย์ตัดสินใจหยิบยกเอาฉากเปิดทั้งฉากมาใช้เป็นตัวอย่างภาพยนตร์ ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวในประวัติศาสตร์ของดิสนีย์ที่ทำตัวอย่างภาพยนตร์จากภาพยนตร์ทั้งฉาก

สำหรับดิสนีย์ เดอะ ไลอ้อน คิง ปี 2019 ยังคงเอกลักษณ์อันโดดเด่นนี้ไว้ ซึ่งเพียงแค่ 24 ชั่วโมงแรกที่ปล่อยตัวอย่างออกมา ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี ด้วยยอดชมที่สูงถึง 224.6 ล้านครั้ง นับว่าเป็นตัวอย่างภาพยนตร์ของดิสนีย์ที่มียอดชมสูงที่สุดภายใน 24 ชั่วโมง
นอกจากคาแร็กเตอร์ที่เต็มไปด้วยความร่าเริง น่ารัก สดใสของซิมบ้าในตอนเป็นลูกสิงโตแล้ว อีกหนึ่งความประทับใจจนกลายเป็นรักแรกของบรรดาเด็กยุค 90 ต้องยกให้ความเท่ทะลุพิกัดของสิงโตหนุ่มซิมบ้าที่ยังคงความน่ารักขี้เล่นเอาไว้ บวกเข้ากับความเท่ ความซื่อสัตย์และจริงใจของสิงโตหนุ่มสุดหล่อ จนทำให้สาวๆ ที่ได้ดูตกหลุมรักทันทีตั้งแต่เมื่อครั้งที่ดูเวอร์ชั่นแอนิเมชั่น

และแน่นอนว่าในภาคนี้ แฟนๆ พลาดไม่ได้เช่นกัน เพราะจะได้เห็นซิมบ้าเวอร์ชั่นสมจริงราวกับมีชีวิต ด้วยสุดยอดเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดจากภาพยนตร์เรื่อง “เมาคลีลูกหมาป่า” ที่สรรค์สร้างให้ทุกอย่างในภาพยนตร์เสมือนจริงจนเหมือนหลุดออกมาจากทุ่งหญ้าสะวันนา
อีกหนึ่งความประทับใจที่ทำให้เด็ก 90 ทุกคนหลงรัก “เดอะ ไลอ้อน คิง” คือบทเพลงในตำนาน ไม่ว่าจะเป็น Circle of Life, Just Can’t Wait to be King, Hakuna Matata หรือ Can You Feel The Love Tonight ที่ฮอตฮิตติดหู ในเวอร์ชั่นไลฟ์–แอ๊กชั่น นอกจากเพลงเหล่านี้ที่ทุกคนรอคอยแล้ว ดิสนีย์ เดอะ ไลอ้อน คิง ยังมาพร้อมบทเพลงใหม่ แต่จะเป็นเพลงอะไรนั้นต้องไปฟังในโรงภาพยนตร์
ส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมสร้าง ให้ตัวละครดูสมจริงและมีชีวิตชีวาจนทำให้แอนิเมชั่นเรื่องนี้เข้าไปอยู่ในดวงใจของเด็ก 90 คงหนีไม่พ้นเสียงพากย์ของตัวละคร ในเวอร์ชั่นไลฟ์–แอ๊กชั่นนี้ ยังคงได้เสียงพากย์ระดับตำนานของเจมส์ เอิร์ล โจนส์ มาพากย์เป็นเจ้าป่ามูฟาซาเช่นเคย

เสริมทัพความ สตรองด้วยโดนัลด์ โกลเวอร์ ผู้ให้เสียงซิมบ้า, ชิเวเทล เอจิโอฟอร์ เป็นสการ์, เซธ โรเกน เป็นพุมบ้า, บิลลี่ ไอช์เนอร์ เป็นทีโมน และตัวแม่ บียอนเซ่ ให้เสียงนาล่า ในเวอร์ชั่นพากย์ไทยได้ดีว่าเสียงดีของเมืองไทย แก้ม วิชญาณี มารับบทพากย์ตัวละครนี้เช่นกัน
นอกจากฉากเปิดตัวสุดอลังการบนผาทระนงที่เหล่าบรรดาสัตว์ทั้งหลายพบกับ ซิมบ้าเป็นครั้งแรกแล้ว ยังมีฉากสำคัญอีกหลายฉากที่กลายเป็นภาพจำที่ตราตรึงอยู่ในใจแฟนๆ ยุค 90 มาจนถึงปัจจุบัน เช่น ฉากมูฟาซา เจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่พาซิมบ้าไปลาดตระเวน
ครั้งแรกกับโมเมนต์ซิมบ้าย่ำลงไปบนรอยเท้าพ่อ หรือฉากการเติบโตของซิมบ้าตัวน้อยกับผองเพื่อน ทีโมนและพุมบ้า คลอไปด้วยเสียงเพลงอันคุ้นหู “Hakuna Matata” รวมถึงฉากดราม่าสุดซึ้งที่เรียกน้ำตาผู้ชมในฉากซิมบ้าคุยกับพ่อที่จากไปบนฟ้า แน่นอนว่าในเวอร์ชั่นไลฟ์–แอ๊กชั่นนี้จะมีฉากสุดประทับใจเหล่านี้แบบสมจริง เพื่อให้ทุกคนอินไปกับดิสนีย์ เดอะ ไลอ้อน คิง ยิ่งขึ้นกว่าเดิม
จากความประทับใจในตัวละครเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นที่ทุกคน หลงรัก สู่เทคนิคการสร้างภาพยนตร์สุดล้ำสมัย จากผู้กำกับฯ “The Jungle Book – เมาคลีลูกหมาป่า” ชวนแฟนๆ ทุกรุ่นพิสูจน์ในโรงภาพยนตร์