เทคโนโลยีปัจจุบันรุดหน้ารวดเร็ว โดยเฉพาะหลังการมาของระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ที่เรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้ มนุษย์จึงจำเป็นต้องปรับตัวตามให้ทัน เพราะปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าเอไอกลายเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยี
ในปี 2024 จะได้เห็นการนำอีกขั้นของพัฒนาการเอไอ ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ด้วยตัวเอง เรียกว่า Generative AI มาใช้ผลิตงาน หรือใช้ในอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจอย่างจริงจัง ตามที่เว็บไซต์ simplilearn คาดไว้

Generative AI
เอไอชนิดสร้างผลลัพธ์ได้ด้วยตัวเอง หนึ่งในสุดยอดพัฒนาการอีกขั้นของเอไอ ที่ผ่านมาเอไอชนิดนี้เริ่มเข้ามามีบทบาทปฏิวัติรูปแบบการทำงาน และการสร้างสรรค์ผลงานแล้วอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ เอไอที่สามารถเขียนบทความ รังสรรค์ภาพวาด ไปจนถึงประพันธ์บทเพลงได้ตามที่มนุษย์สั่ง สร้างความตื่นตะลึง และหวาดผวาให้กับมนุษย์ที่อาจถูกแย่งงาน
เว็บไซต์ Simplilearn ระบุทักษะการควบคุมและสั่งการ Generative AI เหล่านี้ จะเป็นหนึ่งในทักษะที่บรรดาภาคเอกชนปรับตัวไวตามต้องการ รวมถึงอาชีพประเภทนักวิเคราะห์ข้อมูล นักพัฒนาเอไอ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และที่ปรึกษาด้านศีลธรรมการใช้เอไอ
ปีนี้เอไอชนิดใหม่นี้จะส่งผลให้เกิดนวัตกรรมน่าตื่นตาและอาชีพแปลกๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน

Computing Power
ขุมพลังเอไอคือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ปีนี้ประสิทธิภาพคอมพิวเตอร์จะรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันของมนุษย์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมอินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) มากขึ้น ด้วยรากฐานการสื่อสารไร้สายที่รวดเร็วและมีค่าหน่วงเวลาต่ำจนให้ความรู้สึกไร้รอยต่ออย่าง 5G ซึ่งกำลังจะเป็น 6G ในปีนี้
ขุมพลังประมวลผลและความสามารถในการสื่อสารที่ว่องไวไร้รอยต่อจะยิ่งต่อยอดอาชีพประเภทด้านการวิจัย วิศวกรเอไอ วงการหุ่นยนต์ เอไอสถาปัตย์ให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นไปอีก
รวมถึงประสิทธิภาพงานด้านบริการอย่างการดูแลลูกค้าผ่าน Customer Service ที่เอไอเข้ามามีบทบาทแล้วในปัจจุบัน

Smarter Device
ขุมพลังและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพมากขึ้นในปีนี้จะส่งผลให้อุปกรณ์ IoT ที่มนุษย์ใช้กันทั่วไปในชีวิตประจำวัน มีความชาญฉลาดและตอบสนองว่องไวทันใจมากขึ้น
โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงการช่วยอำนวยความสะดวกตรงหน้า แต่จะแนะนำหรือทำงานล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกในอนาคตอันใกล้ที่อาจเกิดขึ้น
อุปกรณ์เหล่านี้เป็นข้าวของเครื่องใช้ทั่วไปที่ผนวกเอาพลังของเอไอเข้ามา อาทิ ตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ ระบบแสงสว่าง กลอนประตู เครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว ฯลฯ ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่อย่างยวดยานพาหนะ และเครื่องบินโดรน

Datafication
อุปกรณ์ IoT ที่น่ามหัศจรรย์เหล่านี้ทำงานโดยอาศัยทรัพยากรที่จะกลายเป็นสิ่งมีมูลค่าที่สุดในปีนี้ คือ “ข้อมูล”
ในที่นี้คือ ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ นอกเหนือไปจากสุขภาพร่างกาย ยังรวมถึงพฤติกรรมใช้ชีวิต ตั้งแต่ชอบรับประทานอาหารประเภทไหน ชมภาพยนตร์แนวใด ชื่นชอบดาราคนไหน ชอบเที่ยวตามสถานที่ใด เป็นต้น
ข้อมูลมหาศาลนี้ที่เรียกว่า Big Data จะเป็นแหล่งขุมทรัพย์ทำเงินให้บรรดาเอกชนและอุตสาหกรรมทั่วไป ผู้บริโภคจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องตระหนักถึงมูลค่าของข้อมูลส่วนตัว และดำเนินการเพื่อปกป้องหรือจำกัดขอบเขตการเข้าถึง
ในปีนี้อาจเริ่มมีกฎหมายกำหนดมูลค่าให้กับข้อมูลส่วนตัวของบุคคลทั่วไปเกิดขึ้นในบางประเทศด้วย

Extended Reality (XR)
เทคโนโลยีโลกเสมือนจะแพร่หลายมากขึ้นอีกในปีนี้ผ่านเทคโนโลยีที่ผู้คนทั่วไปเข้าถึงได้ในระดับครัวเรือนอย่าง Virtual Reality (VR) หรือเทคโนโลยีทะลุมิติ ที่สร้างสภาพแวดล้อมใหม่ถอดด้ามขึ้นมารอบตัวผู้ใช้ และ Augmented Reality หรือเทคโนโลยีหลอมมิติ ที่จะหลอมรวมเอากราฟิกและสิ่งแวดล้อมจำลองเข้ามาไว้รอบตัวผู้ใช้ในโลกจริง
โดยเทคโนโลยีทั้ง VR และ AR จะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากราคาที่ต่ำลง ทั้งหมดนี้รวมเรียกว่า XR
นอกเหนือจากความบันเทิง XR จะส่งผลใหญ่หลวงต่อการแวดวงการทำงานด้วยผ่านนวัตกรรม Digital Twin ที่ก้าวหน้าไร้รอยต่อไปอีกขั้น เป็นการจำลองรูปแบบผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ อย่างเครื่องไม้เครื่องมือ ไปถึงจักรกลขนาดใหญ่ และผังเมือง
ช่วยให้กระบวนการออกแบบและวางแผนพัฒนาทำได้สะดวก และละเอียดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา

Genomics
หนึ่งในตัวอย่าง Digital Twin ผ่าน Extended Reality ข้างต้น สร้างความก้าวหน้าอย่างใหญ่หลวงให้วงการแพทย์ โดยเฉพาะด้านพันธุศาสตร์ทั้งด้านการค้นคว้าวิจัย วินิจฉัย ชันสูตร และการรักษา ไปจนถึงการประเมินความเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรม ผ่านการวิเคราะห์สารพันธุกรรม (DNA) ในรูปแบบที่น่าตื่นตาตื่นใจ
บุคลากรการแพทย์จะต้องเริ่มปรับตัว ฝึกฝนทักษะด้านคอมพิวเตอร์ รวมถึงการมาถึงของอาชีพใหม่ๆ ที่โรงพยาบาลจำเป็นต้องมี อาทิ นักวิเคราะห์ข้อมูลเชิงชีวภาพ และวิศวกรด้านพันธุกรรม

3D Printing
การพิมพ์ 3 มิติเมื่อหลายปีก่อนจะกลับมาอยู่ในความสนใจระดับครัวเรือนมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากราคาที่ต่ำลง และความก้าวหน้าของเครื่องพิมพ์
หลังจากก่อนหน้านี้การพิมพ์ 3 มิติสร้างแรงกระเพื่อมให้ภาคอุตสาหกรรมและการแพทย์ นอกเหนือจากการพิมพ์อะไหล่ อวัยวะ ข้าวของเครื่องใช้แล้ว อุตสาหกรรมอาหารทั่วไปจะเริ่มนำเครื่องพิมพ์ 3 มิติ เข้ามาใช้ในการพิมพ์อาหารสำเร็จรูปตามห้างร้านทั่วไปด้วย

New Energy Solutions
ความก้าวหน้าของ AI จะถูกนำมาใช้วิเคราะห์และค้นคว้าหาแหล่งพลังงานรูปแบบใหม่ให้กับอารยธรรมของมนุษยชาติ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงหรือโลกร้อน จากการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติมากเกินไป
หมายความว่า แม้แต่วงการนักสิ่งแวดล้อมและสายพลังงานก็หนีเอไอไม่พ้น เพราะต้องพึ่งพาเอไอทั้งด้านการค้นคว้า วางแผนพัฒนา และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

Edge Computing
บริการขุมพลังการประมวลผลทางด้านคอมพิวเตอร์ผ่านอินเตอร์เน็ต เดิมทีเป็นเพียงเทรนด์น่าจับตามอง แต่ความก้าวหน้าที่สั่งสมมานานหลายปีส่งผลให้บริการเหล่านี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากสะดวกรวดเร็ว และต้นทุนที่ถูกกว่า ท่ามกลางภาวะราคาฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์พุ่งสูง
ตัวอย่าง Edge Computing มีให้เห็นกันแล้ว อาทิ Microsoft Azure, Google Cloud Platform, Nvidia EGX จนถึงผลิตภัณฑ์ความบันเทิงอย่างการเล่นเกมได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดเกมมาลงประเภท Cloud Gaming อาทิ Nvidie GeForce Now และ Sony Playstation Now เป็นต้น

Quantum Computing
ความก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์ควอนตัมก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ทั้งยังมีผลงานเป็นหลักประกันแบบสดๆ ร้อนๆ อย่างการรับมือโรคโควิด-19 ทำให้โลกทั้งใบต้องล็อกดาวน์ โดยคอมพิวเตอร์ชนิดนี้มีพลังประมวลผลที่มหาศาลกว่าคอมพิวเตอร์ปัจจุบันมาก และมีส่วนช่วยให้การพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิดรุ่นใหม่ล่าสุดประเภท mRNA สำเร็จ และนำมาใช้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
คอมพิวเตอร์ควอนตัมยังสัมพันธ์ต่อด้านความมั่นคง เพราะนอกเหนือจากเป็นระบบเข้ารหัสที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ชนิดใดในปัจจุบันเจาะทะลวงได้ ยังเป็นคอมพิวเตอร์ชนิดเดียวที่เจาะทะลวงการเข้ารหัสแบบควอนตัมได้
ว่ากันว่าหากอาวุธนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดการเป็นมหาอำนาจทางการทหาร คอมพิวเตอร์ควอนตัมก็คือดัชนีชี้วัดการเป็นมหาอำนาจทางด้านไอทีในยุคต่อไป …สวัสดีปีใหม่ 2567
ทีมข่าวสดไอที