คอลัมน์รู้ไปโม้ด

น้าชาติ ประชาชื่น [email protected]

งูแมมบ้าสวย งาม เคยมีข่าวหลุดออกมา อันตรายไหม ไม่แน่ใจว่าเคยเห็นตัวเป็นๆ หรือเปล่า

N

ตอบ N

พบคำตอบในข้อเขียนให้ความรู้ของ ดร.ส.พญ.ลาวัณย์ จันทร์โฮม สถานเสาวภา สภากาชาด ไทย ว่า โดยภาพรวม งูเป็นสัตว์ที่คนส่วนใหญ่หวาดกลัว ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วงูเป็นสัตว์ที่ขี้อาย มักหลบซ่อนตัว จะพบเห็นงูก็ต่อเมื่อเวลาที่งูออกหากิน หรือช่วงฤดูสืบพันธุ์

สำหรับ งูแมมบ้า (Mamba) มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา เป็นงูในวงศ์ Elapidae วงศ์เดียวกับกลุ่มงูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม มี 4 ชนิด คือ

1.งูแมมบ้าเขียวตะวันออก (Eastern Green Mamba, Dendroaspis angusticeps) 2.งูแมมบ้าเขียวตะวันตก (Western Green Mamba, Dendroaspis viridi) 3.งูแมมบ้าดำ (Black Mamba, Dendroaspis polylepis) และ 4.งูแมมบ้าจาเมสัน (Jameson”s Mamba, Dendroaspis jamesoni)

ชนิดของงูแมมบ้าที่หลุดออกมาจากแหล่งที่เลี้ยง ตามข่าวรายงานว่าเป็น “งูแมมบ้าเขียวตะวันออก” ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของประเทศแอฟริกาใต้ รวมถึงประเทศทางแถบตะวันออกของทวีปแอฟริกา

แหล่งที่อยู่ส่วนใหญ่พบอาศัยอยู่บนต้นไม้สูงหรือพุ่มไม้ทึบในป่าฝน จะเลื้อยลงพื้นดินก็ต่อเมื่อต้องการล่าเหยื่อบางชนิดหรืออาบแดด

งูแมมบ้าเขียวตะวันออก จัดเป็นงูที่มีขนาดเล็กที่สุดในสกุลงูแมมบ้า ความยาวลำตัวโดยเฉลี่ย 1.4-2.4 เมตร ลำตัวและหางเรียวยาวสีเขียวตองอ่อนเป็นเงามัน เกล็ดลำตัวเรียบ ส่วนท้องมีสีเขียวออกเหลืองหรือสีเขียวอ่อนกว่าสีของลำตัว ล่วนหัวมีสีเขียวยาว ต่อเนื่องมาจากส่วนคอ

ชอบออกหากินกลางวัน โดยกินพวกนก ไข่นก กบ กิ้งก่า สัตว์ฟันแทะ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก การสืบพันธุ์เป็นงูที่ออกลูกเป็นไข่ครั้งละ 6-17 ฟอง

งูแมมบ้าเขียวตะวันออกมีนิสัยขี้อาย มักหลบซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้สูง ไม่ดุร้าย

เมื่อเปรียบเทียบกับงูแมมบ้าดำ เป็นงูที่ว่องไวปราดเปรียว และส่วนใหญ่มักเลื้อยหลบหนีอย่างรวดเร็วเมื่อศัตรูเข้าใกล้ แต่ถ้าถูกศัตรูหรือมนุษย์คุกคามมากๆ และจนมุมจะแสดงอาการดุร้าย ยกส่วนหัวขึ้นสูงเพื่อขู่ และฉกกัดอย่างว่องไวซ้ำกันหลายครั้ง ซึ่งมักถูกทำให้เข้าใจผิดว่างูไล่ฉกกัดอย่างดุร้าย ทั้งที่ในความเป็นจริงคือสัญชาตญาณในการป้องกันตัวเองของงู

ในรายที่ถูกงูแมมบ้าเขียวตะวันออกกัด อาจมีหรือไม่มีอาการปวดบวม และไม่ค่อยพบการเกิดเนื้อตายหรือเกิดน้อยมากบริเวณที่ถูกกัด มีรายงานในบางกรณีที่อาจเกิด เนื้อตายรุนแรงได้ถ้าตำแหน่งที่ถูกกัดอยู่บริเวณนิ้วมือหรือนิ้วเท้า

หรือในกรณีที่ทำการปฐมพยาบาลแบบขันชะเนาะ อาการทั่วไปเป็นอาการของพิษงู ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทหลัก เช่น ซึม ง่วงนอน หนังตาตก คลื่นไส้ อาเจียน น้ำลายไหลเนื่องจากอาการอัมพาตของขากรรไกร แขนขาอ่อนแรงเป็นอัมพาต หายใจลำบาก ช็อก และหมดสติ

ทั้งนี้อาการเป็นพิษรุนแรงมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับขนาดของงูที่กัด อายุของผู้ที่ถูกกัด ปริมาณพิษที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย อาการมักแสดงให้เห็นในช่วงระยะเวลา 30 นาทีถึง 4 ชั่วโมงหลังถูกกัด การปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องและรวดเร็วจะช่วยชะลอการไหลเวียนของพิษไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกงูพิษกัด (รวมถึงกรณีที่ไม่ทราบชนิดของงู) มีดังนี้

1.ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือทันที แล้วใช้ผ้าพันแผลหรือผ้าพันเคล็ดชนิดยืดหยุ่นได้ เริ่มพันจากรอยแผลถูกกัดแล้วพันต่อไปจนถึงข้อต่อหรือสูงเหนือบาดแผลให้มากที่สุด

2.หาไม้กระดานหรือวัสดุที่มีความแข็งตามความยาวของอวัยวะส่วนที่ถูกกัด นำมาดามแล้วพันด้วยผ้าพันแผลทับอีกครั้ง เพื่อให้อวัยวะส่วนที่ถูกกัดเคลื่อนไหวน้อยที่สุด

3.นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้โดยเร็วที่สุดเพื่อรับการรักษาด้วยเซรุ่มแก้พิษงู ซึ่งแพทย์จะมีวิธีการรักษาผู้ป่วยซึ่งได้รับพิษงูออกฤทธิ์ทางระบบประสาทได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีเซรุ่มแก้พิษงูแบบจำเพาะงูพิษนั้นๆ

ชนิดของงูในประเทศไทยที่อาจทำให้เกิดความสับสน หวาดกลัวเกินกว่าเหตุ และถูกตีตายทั้งที่เป็นงูไม่มีพิษ แต่เพราะมีสีสันลำตัวสีเขียวเช่นเดียวกันกับงูแมมบ้าเขียวตะวันออก ได้แก่ งูทางมะพร้าวเขียว งูเขียวกาบหมาก งูเขียวปากแหนบ งูเขียวปากจิ้งจก งูเขียวบอน และงูเขียวพระอินทร์

ส่วนงูพิษในกลุ่มงูเขียวหางไหม้ที่มีลำตัวสีเขียวก็อาจถูกเข้าใจผิด เช่น งูเขียวหางไหม้ท้องเหลือง งูเขียวหางไหม้ตาโต งูเขียวหางไหม้ท้องเขียว และงูเขียวไผ่ เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน