ยี้นี้-ไม่ยี้ แต่เป็นยี้ที่หลายคนพุ่งเข้าใส่
“ก๋วยเตี๋ยวเนื้อใส่เต้าหู้ยี้” หนึ่งในเมนูถวิลหาเพราะหากินยาก โดยเฉพาะในหมู่สอวอวัยเก๋า

ใช่เลย น้ำซุปกลิ่นนี้ รสโบราณไทยแท้ที่ไม่ใช่แนวตุ๋นยาจีน หรือเตี๋ยวเรือที่ขายกันทั่วไป
ในฐานะเอฟซีเต้าหู้ยี้ จะมัวช้าอยู่ไย โดดเข้าใส่สิคะ

ร้านนี้ไม่มีใครมารับออร์เดอร์ ต้องไปยืนสั่งเองหน้าร้านและรอรับเลย จากนั้นถือชามก๋วยเตี๋ยวไปปรุงยังโต๊ะที่เตรียมไว้
บนโต๊ะเครื่องปรุงครบ พริกน้ำส้ม น้ำปลา น้ำตาล พริกป่นพริกเผา เต้าหู้ยี้ ทำเองสดใหม่ใส่โหล มีตะบวยเล็กๆ ให้ตัก รวมถึงผักดิบ ถั่วงอก โหระพา ช้อน-ตะเกียบ วางรวมกันตรงนี้


ระหว่างรอ ดูแม่ค้าลวกเส้นใส่เครื่องเพลินๆ และเห็นหมดพฤติกรรมชาวบ้าน ใครปรุงยังไง รสไหน ซึ่งเสน่ห์ของร้านอยู่ตรงนี้

ป้าบุษ-บุษบา สมแสน เจ้าของร้าน ซึ่งนอกจากขายก๋วยเตี๋ยวแล้ว ยังทำหอยทอดและออส่วนสูตรโบราณด้วย
เผยว่า ความโบราณของก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่น้ำซุป กระดูก-เล้งห้ามหวง ส่วนเครื่องปรุงเครื่องเทศต้องคั่วก่อน เอาไปโขลกแล้วห่อใส่ผ้า ข่าก็เผาให้หอม ก่อนโยนลงหม้อ
เพิ่มความนัวกลมกล่อมของน้ำซุปด้วยสับปะรด ใบเตย และน้ำกระเทียมดอง ซึ่งจะเข้ากันกับเต้าหู้ยี้ที่เติมตอนปรุง

เนื้อเปื่อยนั้น ใช้สามชั้นชายโครง และเอ็นแก้ว ตุ๋น 4 ชั่วโมง ในระดับที่หั่นแล้วไม่เสียทรง นุ่มหนุบละมุนลิ้น ไม่เละยุ่ย


ส่วนเต้าหู้ยี้ นำมาบด ต้มแล้วปั่น รสชาติจึงไม่เค็มโดด แต่หอมนัวกลมกล่อม
ร้านขายทั้งเนื้อและหมู สด เปื่อย เอ็นแก้ว ตับ ผ้าขี้ริ้ว
เนื้อ ธรรมดา 50 พิเศษ 60 บาท ส่วนหมู 40 พิเศษ 50 บาท
ขณะที่หอยทอด ความโบราณคือทอดพร้อมกระเทียมเจียว และมีพริกน้ำส้มให้ปรุงตัดเลี่ยน ใช้พริกขี้หนูสวนหั่นเผ็ดๆหอมๆ ราคา 50-60 บาท


ป้าบุษบอกว่า ขายก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่ยังทำงานเป็นจนท.ธุรการฯ ในกรมชลฯ จนตอนนี้เกษียณแล้วเลยเปิดร้านขายเองเต็มตัวในกรมชลฯ นี่แหละ
“ทำของขายลูกจ้างข้าราชการต้องอร่อยและถูก มิเช่นนั้นร้านอยู่ไม่ได้” ป้าบุษเผยเคล็ดลับ
สำหรับร้านเปิดทุกวัน 09.00-15.00 น.
โทร. 08-0912-8985
มาดามคูซีน

#คอลัมน์สวรรค์ในครัว