มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นับเป็นหนึ่งในมูลนิธิที่ทำงานต่อเนื่องยืนยาว พูดง่ายจำง่ายว่าดำเนินงานมาห้าทศวรรษแล้ว

ห้องเรียนอนุบาล
เวลา 50 กว่าปี ด้วยเป้าหมายการทำงานหนักแน่นตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน คือรับอุปการะหรืออุปถัมภ์เด็กตั้งแต่ปฐมวัย เตาะแตะต้วมเตี้ยม ดูแลประคับประคองจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จนกว่าจะเรียนจบอุดมศึกษา ปริญญาตรี หรือเรียนการงานอาชีพ พึ่งพาตนเองได้ เพื่อก้าวออกไปเป็นคนคุณภาพของสังคม
การดำเนินงานเช่นนี้ต้องอาศัยทั้งทุน การบริหารจัดการ และองค์ความรู้ด้านการดูแลเด็กเล็ก กล่อมเกลาเลี้ยงดู ผ่านช่วงวัยวุ่นวัยรุ่น จนเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ไม่ใช่เด็ก 2-3 คน หรือ 20-30 คน แต่ดูแลเด็กถึง 600 คนต่อปี!!
ทันทีที่คุณอยากไปเยือนหมู่บ้านเด็กโสสะ ที่บางปู สมุทรปราการ ด่านแรกที่จะต้องผ่านให้ได้ก่อน คือ ติดต่อล่วงหน้า แจ้งวัตถุประสงค์ มาบริจาคของ บริจาคทุน บริจาคเงิน เยี่ยมเยียนเด็ก เจ้าหน้าที่ หรือมาดูงาน ฯลฯ
ติดต่อเรียบร้อยแล้วต้องรับฟังอย่างเข้าใจและนำไปปฏิบัติเกี่ยวกับ Do and Don’t คือกฎกติกามารยาทในการเยี่ยมเยือนชุมชนหมู่บ้านโสสะซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งห้าหมู่บ้านในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย ในจังหวัดสมุทรปราการ สงขลา หนองคาย เชียงราย และภูเก็ต

หมู่บ้านเด็กโสสะ บางปู สมุทรปราการ
หลายข้อเท่าที่จำได้ เช่นแจ้งล่วงหน้า เข้าเยี่ยมบ้านของคุณแม่และเด็กๆ ได้ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ไม่ควรนำของบริจาค เงินบริจาค มอบให้เด็กโดยตรง ควรมอบผ่านระบบองค์กรมูลนิธิ ถ่ายภาพเด็กรวมๆ ไม่เฉพาะเจาะจงคนใดคนหนึ่ง และปฏิบัติอย่างถนอมใจ รักษาความเป็นส่วนตัว ไม่สอบถามประวัติและเรื่องในอดีตของคุณแม่โสสะและเด็กๆ เพื่อป้องกันคำถามที่กระทบจิตใจเนื่องจากหลายคนเปราะบางจากเรื่องราวหนหลัง ฯลฯ
ไม่ต้องกังวลมาก เพราะพอเราไปถึง เจ้าหน้าที่มูลนิธิจะมาทบทวนข้อปฏิบัติและให้เซ็นเอกสารรับรองว่าจะทำตามกฎเหล่านั้น สิ่งต่างๆ เป็นหลักปฏิบัติสากลที่รักษาสิทธิเด็กเป็นสำคัญ ในยุคปัจจุบันที่แฟชั่นหลากหลาย มูลนิธิกำชับว่าขอความกรุณาแต่งกายสุภาพเหมาะสมสำหรับการมาเยือนด้วย
ผ่านเข้ามูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เรียบร้อย เจ้าหน้าที่พาเดินตรงไปยังบ้านพักเลขที่ 9 (ในหมู่บ้านโสสะบางปูและหมู่บ้านในจังหวัดอื่นๆ แต่ละแห่งมีบ้านเฉลี่ยประมาณสิบกว่าหลัง) การดูแลเด็กของมูลนิธิเด็กโสสะฯ ทำให้หมู่บ้านเป็นเหมือนชุมชนเล็กๆ มีบ้านหลายหลัง แต่ละหลังมีสมาชิกในครอบครัว คือ คุณแม่โสสะ (สตรีโสดที่เสียสละเลี้ยงดูเด็กๆ เหมือนบุตรของตน) ในบ้านมักมีเด็กหลายวัย ทั้งชายและหญิง ตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษา

บ้านเลขที่ 9
พี่ๆ ผู้ชายเมื่อเติบโตเข้าวัยหนุ่มก็จะแยกไปอยู่บ้านพักที่เรียกว่าบ้านเยาวชนชาย ห่างออกไปจากหมู่บ้านไม่ไกล สามารถมาเยี่ยมเยียนน้องๆ ได้ในวันกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ เพราะในวันปกติมักจะต้องไปเรียนหนังสือและมีกิจวัตรประจำวันของตน
หมู่บ้านเด็กโสสะบางปูมีห้องเรียนอนุบาลเพื่อกระตุ้นพัฒนาการและเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กปฐมวัยด้วยกิจกรรมหลากหลาย เมื่อพร้อมแล้วก็จะส่งเข้าโรงเรียนในละแวกบางปู สมุทรปราการ เด็กเยาวชนได้เรียนอย่างเหมาะสมตามศักยภาพ อย่างน้อยเรียนจบการศึกษาภาคบังคับ ต่อด้วยการเรียนสายอาชีพ สายอุดมศึกษา ตามความสามารถและความต้องการ ช่วงมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาก็จะลุ้นกันโดยจะมีฝ่ายการศึกษาของมูลนิธิเข้ามาช่วยปรึกษาหารือกับคุณแม่โสสะและตัวเด็กเองว่าเด็กๆ จะสอบเข้าและเรียนต่อที่ใดบ้าง เป็นต้น

“บุญรอดบริวเวอรี่” ร่วมสนับสนุน
ตัวอย่างการเยือนบ้านเลขที่ 9 มีคุณแม่และเด็กหลายคนหลายวัย เด็กๆ จัดเวร ช่วยกันรับผิดชอบงานในบ้าน ทำงานบ้าน พี่ๆ ช่วยดูแลน้อง แม่โสสะเป็นทั้งแม่และที่ปรึกษาทุกปัญหา ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเรื่องสำคัญของชีวิต
เด็กในมูลนิธิส่วนใหญ่เป็นเด็กกำพร้า มีบางคนที่ไม่ได้กำพร้าแต่คุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถดูแลได้ด้วยเหตุปัจจัยหลากหลาย การให้เด็กอยู่กับครอบครัวนั้นดีที่สุด แต่เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบจนถึงที่สุดแล้วว่าสมควรต้องได้รับการอุปถัมภ์ก็จะเข้าสู่บ้านโสสะโดยลำดับ
เงินสนับสนุนมูลนิธิเด็กโสสะฯ มาจากผู้บริจาคทั่วไป และผู้บริจาครายใหญ่ที่สนับสนุนเป็นประจำ เจ้าหน้าที่บอกว่าวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ก็ไม่น้อย และมักจะพอใจกับกติกาการปฏิบัติต่อเด็กๆ เช่นการรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย รวมทั้งความตระหนักในสิทธิเด็ก
วันนี้เป็นวันพักผ่อน สมาชิกในครอบครัววาดรูปในห้องนั่งเล่น
คุณแม่จอย คุณแม่โสสะท่านหนึ่ง กล่าวว่า “การเป็นคุณแม่โสสะถือว่าเป็นงานที่ท้าทาย ต้องใช้ทักษะหลายด้าน แต่ก็พยายามเรียนรู้”
“ก่อนจะเป็นคุณแม่ ต้องฝึกงาน เรียกว่าคุณน้าค่ะ จะทำหน้าที่ช่วยคุณแม่ โดยเวียนไปช่วยบ้านแต่ละหลัง ก็เรียนรู้ สังเกต ดูว่าเด็กแต่ละคนนิสัยอย่างไร จดจำว่าเขาชอบอะไร มูลนิธิมีงานอบรมให้ความรู้คุณแม่คุณน้าในการจัดการปัญหาต่างๆ เมื่อเรามาเป็นคุณแม่ ก็ใส่ใจเขา คนไหนชอบอะไร ไม่ชอบอะไร คอยอบรมสั่งสอนความรับผิดชอบและระเบียบวินัย มีความสุขที่เห็นเขาเติบโต มีพัฒนาการที่ดี พึ่งพารับผิดชอบตัวเองได้”

บรรยากาศสวดมนต์เย็น
“การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในบ้าน มูลนิธิมีค่าใช้จ่ายให้แต่ละบ้านเป็นรายสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าอาหารแต่ละสัปดาห์ เด็กๆ อยากกินอะไร มีลิสต์เมนู ซื้อวัตถุดิบตุนไว้ในตู้เย็น สัปดาห์ต่อสัปดาห์ ช่วยกันทำอาหาร ซักผ้า กวาดบ้าน เป็นการเรียนรู้ทักษะชีวิตไปด้วยในตัว มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่เหมาะสมตามวัย โตมาจะได้ดูแลตนเอง ไม่เป็นภาระตัวเอง และไม่เป็นภาระของคนอื่น”
ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินงานการช่วยเหลือเด็กปีละประมาณ 600 คน ให้มีผู้ดูแลชีวิต จิตใจ สุขภาพ การศึกษา อาหาร ที่อยู่อาศัย และพัฒนาศักยภาพ ต้องอาศัยทุนทรัพย์จำนวนมาก เราได้คุยกับคุณจันทิรา สมบุญเกิด รองผู้อำนวยการใหญ่และผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาทุนและการสื่อสาร มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์
“ไม่มีใครช่วยเหลือเด็กไทยของเราได้ดีกว่าคนไทยด้วยกันอีกแล้ว ค่าใช้จ่ายมาจากเงินบริจาค มีหลากหลายรูปแบบ บริจาคเป็นรายครั้ง บริจาคตัดผ่านบัตรเครดิตเป็นรายเดือน ทุนทรัพย์ที่ได้ทั้งหมดมูลนิธิบริหารจัดการเข้าสู่ 5 หมู่บ้านทั่วประเทศไทย งบประมาณแต่ละบ้านมีเรื่องปัจจัย 4 เช่น อาหาร เสื้อผ้า การดูแลสุขภาพ การศึกษา และการดูแลบำรุงรักษาบ้าน ทั้งหมดมาจากการบริจาค”

วาดรูป กิจกรรมวันหยุด
“มีการรับการสนับสนุนจากผู้บริจาครายใหญ่แล้วก็องค์กรหรือหน่วยงาน บริษัท ต่างๆ มอบทุนทรัพย์ ทำกิจกรรม ล่าสุด คุณสันติ ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ซึ่งสนับสนุนมูลนิธิเด็กโสสะฯ หลายครั้ง บริจาคเงินจำนวนมากสนับสนุนก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งอาคารนี้จะใช้เป็นอาคารอนุบาลหมู่บ้านเด็กโสสะ บางปู แทนอาคารเดิม อาคารที่เป็นห้องเรียนเด็กอนุบาลและห้องสวดมนต์นี้”
เสียงระฆังดังกังวาน เด็กๆ ทยอยมารวมตัวกันเพื่อสวดมนต์เย็น นั่งสมาธิ บางครั้งก็มีการสนทนาบรรยายหรือประชุมแจ้งข่าวประจำวัน ก่อนแยกย้ายกลับบ้านเพื่อพักผ่อนและเริ่มวันใหม่ในวันพรุ่งนี้
ย้อนนึกถึงตอนกลางวันวันหยุด เด็กๆ นั่งวาดรูปเล่นที่ห้องโถงของบ้านพัก หนูวาดรูปเป็นครอบครัวค่ะ อยู่ด้วยกัน ครอบครัวหมายถึงอะไรคะ “ครอบครัวหมายถึงคนที่อยู่ด้วยกัน คอยซัพพอร์ตกัน ช่วยเหลือซึ่งกันละกันในทุกๆ เรื่องค่ะ”
อีกคนกล่าวว่า “เป็นที่พักใจให้กันค่ะ คุยได้ทุกเรื่องเลย อะไรที่ไม่สบายใจ จะทำอย่างไรกับปัญหาต่างๆ หารือกันเรื่องเรียนด้วยค่ะ หนูอยากเรียนการบัญชี มีมหาวิทยาลัยที่อยากเข้า”
ฟังแล้วรู้สึกสบายใจ เด็กที่มีเป้าหมายในชีวิตรู้คุณค่าของตนเอง มีเรื่องท้าทายและอยากไปให้ถึงเพื่อรับผิดชอบชีวิตและอนาคต

เด็กควรได้เติบโตโดยมีปัจจัย 4 อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม มีความมั่นคง ปลอดภัย เพื่อให้เด็กๆ มีพัฒนาการถูกต้องและเหมาะสมตามวัย มีโอกาสพัฒนาตนเองเต็มศักยภาพ เพราะคนมีคุณภาพ สังคมจึงจะมีคุณภาพ
ขอบคุณมูลนิธิเด็กโสสะฯ ที่ทำให้เรามีโอกาสรับรู้และเรียนรู้การบ่มเพาะต้นกล้าน้อยให้เติบโตสู่อนาคต ผู้สนใจทุกท่าน บริษัท องค์กรต่างๆ ที่ต้องการสนับสนุนการดูแลและพัฒนาเด็กและเยาวชน ติดต่อที่เว็บไซต์มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ www.sosthailand.org
เรื่องราวของคุณแม่โสสะและเด็กๆ จะเผยแพร่ในรายการทุ่งแสงตะวัน เสาร์ที่ 25 ตุลาคม เวลา 05.05 น. ทางช่อง 3 / Online 07.30 น. ทางเพจทุ่งแสงตะวัน และ Youtube Payai TV