ระนอง-ชุมพร เส้นทางยอดนิยมสำหรับการสัมผัสเสน่ห์แบบ 2 ฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ที่ผสานระหว่างความเขียวขจีของภูเขา บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ และท้องทะเลที่สวยงามได้อย่างลงตัว
ความงดงามของธรรมชาติเหล่านี้ถูกดูแลรักษาโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

อรรถพล เจริญชันษา-ชลิต สินโรจน์ธนากร
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ บอกว่าผืนป่าและท้องทะเลในเขตอุทยานแห่งชาติพื้นที่จังหวัดระนองและชุมพรถือเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก
“มีทั้งป่าไม้ ป่าบก ป่าชายเลน น้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ทะเลที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำชมปะการังให้กับนักท่องเที่ยว กรมสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชน และย้อนกลับมาสู่การดูแลธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน”

และนี่คือเหตุผลที่กรมอุทยานฯ จัดกิจกรรม “สื่อมวลชนสัญจร ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศพื้นที่อุทยานแห่งชาติในจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนอง” เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา

เริ่มต้นที่ระนอง เมืองฝนแปดแดดสี่ที่หล่อเลี้ยงผืนป่าให้อุดมสมบูรณ์และเขียวขจีตลอดปี และยังโดดเด่นในเรื่องการท่องเที่ยวสุขภาพและเชิงธรรมชาติบำบัด จนได้รับฉายาว่าเป็นเมืองแห่ง “สปาธรรมชาติ”

น้ำตกหงาว
อธิบดีกรมอุทยานฯ พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ ‘อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว’ แหล่งน้ำแร่ร้อนที่ดีที่สุดอีกหนึ่งแห่งของไทย และนายชลิต สินโรจน์ธนากร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว นำเยี่ยมชม ‘บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง’ แหล่งท่องเที่ยวแช่น้ำแร่ร้อนธรรมชาติ

บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง
บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง มีอุณหภูมิ 40-44 องศาฯ ใสสะอาด ไม่มีกลิ่นกำมะถัน มีบ่อแช่น้ำแร่ธรรมชาติให้บริการมากถึง 17 บ่อ ทั้งบ่อส่วนตัวและบ่อรวม พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

นายชลิตระบุว่า ที่ผ่านมาอุทยานได้พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงบ่อน้ำแร่ร้อนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม มีความโดดเด่นด้านการพัฒนาอารยสถาปัตย์ และได้รับรางวัล Friendly Design Award 2024 ประเภท “แหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล : Tourism for All” รวมทั้งรางวัลอุทยานแห่งชาติสีเขียว (Green National Park) ได้รับระดับดีเยี่ยมเหรียญทอง ระดับ Green Plus ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย
ด้าน น.ส.อรุณลักษณ์ นิยม ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จ.ระนอง กล่าวเสริมว่าอุทยานฯ น้ำตกหงาวมีพื้นที่ 417,500 ไร่ ในพื้นที่ 2 จังหวัด คือ ระนองและชุมพร มีจุดไฮไลต์สำคัญคือ ‘น้ำตกหงาว’ ที่มองเห็นได้จากถนนใหญ่ก่อนเข้าสู่อุทยาน และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของจังหวัดระนอง

ปูเจ้าฟ้า
นับเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก เพราะเป็นการค้นพบ ‘ปูเจ้าฟ้า’ ปูน้ำตกพันธุ์ใหม่ครั้งแรกในโลก มีลักษณะเด่นคือ กระดองและก้ามสีขาวบริสุทธิ์ แต่มีเบ้าตาและปากเป็นสีม่วงดำ ชอบอาศัยอยู่ตามซอกหินที่มีน้ำไหลผ่าน

ดาราพิลาส
“นอกจากนี้ ยังพบพืชชนิดใหม่ของโลกคือ ‘ดาราพิลาส’ มีดอกเป็นรูปดวงดาวเปล่งประกาย มี 6 หรือ 7 แฉก สวยงามเด่นชัด และยังมีดอกโกมาซุม กล้วยไม้ป่าหายาก และเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดระนองที่จะบานอวดโฉมในช่วงต้นปีอีกด้วย” น.ส.อรุณลักษณ์ย้ำความหลากหลายทางชีวภาพ

ดอกโกมาซุม
จากนั้นไปต่อที่ ‘อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง’ โดยน.ส.สุวรรณา สะอาด หัวหน้าอุทยานฯ หมู่เกาะระนอง แนะนำว่าอุทยานมีเนื้อที่ 356.70 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานทางทะเลฝั่งอันดามัน มีผืนป่าชายเลนริมชายฝั่งรอบบริเวณ และได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็น ‘พื้นที่สงวนชีวมณฑลโลก’ (ระนอง) ซึ่งถือเป็นแห่งที่ 4 ของประเทศไทย เมื่อปี 2540

เส้นทางป่าเลนเมืองระนอง อุทยานฯหมู่เกาะระนอง
“นับเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลที่เป็นป่าชายเลนแห่งแรกของโลก นอกจากนี้ ยังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นพื้นที่เตรียมประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันอีกด้วย” น.ส.สุวรรณากล่าวและว่า
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอุทยานมีเกาะช้าง (อ่าวไข่เต่า) เกาะโคม เกาะทะลุ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่ทำการอุทยาน และโกงกางยักษ์ ที่อยู่บริเวณพื้นที่แกนกลางของพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง มีอายุกว่า 200 ปี ความสูงประมาณ 30 เมตร มีความโตโดยรอบประมาณ 2 เมตร นับเป็นโกงกางใบเล็กต้นใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพายเรือคายักชมทัศนียภาพของป่าชายเลน มีบ้านพัก และลานกางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย
แต่หากอยากเที่ยวน้ำตกต้องไม่พลาดมาแวะที่ ‘อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี จ.ระนอง’
นายอุกฤษฏ์ ดีทองอ่อน หัวหน้าอุทยานฯ ลำน้ำกระบุรี เผยว่าอุทยานมีพื้นที่ 169.49 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดระนอง ได้แก่ อ.เมืองระนอง ที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน อ.กระบุรี และละอุ่น ได้รับการจัดตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 2542

จุดไฮไลต์การท่องเที่ยวของอุทยานอยู่ที่ ‘น้ำตกปุญญบาล’ เป็นน้ำตก 3 ชั้น เกิดจากลำห้วยสายเล็กๆ บนป่าสงวนแห่งชาติป่าละอุ่น-ราชกรูด ซึ่งเป็นน้ำตกริมทางหลวงที่เดินทางเข้าถึงง่าย
ล่าสุดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกปุญญบาล และบ่อน้ำร้อนหาดยาย ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวระดับดีมากจากกรมการท่องเที่ยวอีกด้วย
ไปกันต่อที่จ.ชุมพร นั่งรถไปประมาณ 2 ชั่วโมงจะได้สัมผัสกับ ‘อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร’ สวรรค์แห่งอ่าวไทย

อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร
นายเขมชาติ ช่วยเมือง หัวหน้าอุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร กล่าวว่าหมู่เกาะชุมพรประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 40 เกาะ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะนิยมเที่ยวแบบวันเดย์ทริป มีกิจกรรมดำน้ำชมความสวยงามของปะการังตามเกาะต่างๆ ส่วนจุดไฮไลต์การท่องเที่ยวที่เกาะมาตรา จะพบหอยมือเสือได้มากที่สุดในจ.ชุมพร และเป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวสลับโขดหิน มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์สวยงาม

ขณะที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติใต้น้ำ อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพรมี 3 เส้นทาง คือ เส้นทางแบบดำน้ำตื้น (Snorkeling) บริเวณเกาะง่ามใหญ่ และเกาะมาตรา และเส้นทางแบบดำน้ำลึก (Scuba diving) บริเวณเกาะหลักง่าม
ในเส้นทางดังกล่าวนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้สิ่งมีชีวิตในแนวปะการังและความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในปะการัง ช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดจะเป็นช่วงเดือนก.พ.-เม.ย. น้ำทะเลเรียบ น้ำใส ถ่ายรูปสวย เหมาะแก่การดำน้ำ

ส่วนอีกจุดเช็กอินที่ถือเป็นเกาะประวัติศาสตร์คือ ‘เกาะลังกาจิว’ หาดทรายขาว น้ำทะเลใส มีแนวปะการังสวยงาม น้ำทะเลสวยใสจนเห็นแนวปะการังจากบริเวณชายหาด

เกาะลังกาจิว เดิมเคยถูกสัมปทานรังนกนางแอ่น แต่ปัจจุบันสัมปทานหมดอายุแล้ว ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสมาดูการเก็บรังนกนางแอ่นถึง 3 ครั้ง มีหลักฐานสำคัญคือ จารึกพระปรมาภิไธยย่อ ‘จปร.’ และปีร.ศ.ที่แผ่นหินในปีร.ศ.108 (พ.ศ.2432) ร.ศ.117 (พ.ศ.2441) และ ร.ศ.124 (พ.ศ.2448)
และนี่คือเส้นทางระนอง-ชุมพร จากขุนเขาสู่ท้องทะเล ต้นแบบของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และรอให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง