ตะลุยเที่ยวเมือง “ชิงเต่า” สวิตเซอร์แลนด์ตะวันออก
“จีระ นุชกระโทก”
มีโอกาสร่วมทริปไปประเทศจีนกับคณะของ “ซีพีออลล์” และ “อาศรมสยาม-จีนวิทยา” ตามโครงการทัศนศึกษา “แวะปักกิ่ง ตะลุยชิงเต่า ดินแดนใต้ร่มเงาสามมหาอำนาจ”
เมืองชิงเต่าตั้งอยู่ทางใต้ของคาบสมุทรซานตง มณฑลซานตง มีพื้นที่ทั้งหมด 11,292 ตร.ก.ม. ประชากรราว 10 ล้านคน

บริเวณชิงเต่าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ย้อนไปไกลตั้งแต่ยุคหินใหม่ มีกลุ่มชนมาตั้งรกรากและขยายเผ่าพันธุ์ อยู่บริเวณปลายลุ่มแม่น้ำฮวงโห ซึ่งขณะนั้น ยังไม่ปรากฏชื่อเมืองชิงเต่า
สมัยราชวงศ์ฉิน ราว 221-206 ปีก่อนคริสตกาล จักรพรรดิจิ๋นซีเคยเสด็จประพาส เมืองหลางหยาไถ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตหวงเต่า เมืองชิงเต่า
สมัยราชวงศ์ถัง และราชวงศ์ซ่ง บริเวณนี้มีความสำคัญในด้านการขนถ่ายสินค้าทางทะเลจากเหนือไปใต้ เป็นท่าเรือการค้าและศูนย์กลางการเดินทางริมทะเลทางภาคเหนือที่สำคัญ
ในสมัยราชวงศ์หมิง และ ราชวงศ์ชิง มีการก่อตั้งเมืองเจียวอ้าว ซึ่งเป็นชื่อเดิมของเมืองชิงเต่า เพื่อใช้เป็นป้อมปราการป้องกันตามแนวชายฝั่งทะเล

สำหรับในปี 1897 จักรวรรดิ เยอรมันใช้ข้ออ้างในคดีสังหารมิชชันนารีชาวเยอรมันที่จวี้เหย่บีบบังคับราชสำนักชิงให้ลงนามสนธิสัญญาให้เช่าเมืองเจียวอ้าว ในวันที่ 6 มี.ค.1898 จนตกเป็นเขตเช่าของเยอรมนี
หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ชาวจีนได้ต่อสู้เพื่อแย่งชิงเมืองเจียวอ้าวกลับคืนมา

ในปี 1930 ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเจียวอ้าวเป็นเมืองชิงเต่า
คำว่า “ชิง” แปลว่าเขียว ส่วนคำว่า “เต่า” แปลว่า เกาะ รวมหมายถึงเกาะแห่งความเขียวขจี เนื่องจากสมัยก่อนเมืองนี้ ถูกปกคลุมด้วยแมกไม้สีเขียวทั่วทั้งเมือง และใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นบุกจีน และยึดเมืองชิงเต่า อีกครั้ง เมื่อม.ค.1938 กระทั่งญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลก๊กมินตั๋งเข้ามาปกครองเมืองชิงเต่าแทน
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.1949 รัฐบาลคอมมิวนิสต์เข้าปกครองเมือง ชิงเต่าอย่างเต็มรูปแบบนับแต่นั้นเป็นต้นมา
ปัจจุบันเมืองชิงเต่าเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญ
เป็นเมืองต้นกำเนิดกีฬาเรือใบของจีน เป็นสถานที่จัดแข่งขันกีฬาเรือใบ ในโอลิมปิกเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์ ที่จีนเป็น เจ้าภาพในปี 2008 ด้วยติดทะเล จนได้ชื่อว่า “เมืองแห่งเรือใบ”

เมืองใหญ่นี้ยังมีสินค้าที่ขึ้นชื่อไปทั่วโลก คือเบียร์ชิงเต่า เบียร์อันดับ 1 ของจีน และส่งออกมากอันดับ 3 ของโลก
ในเดือนส.ค.ของทุกปี จะจัดเทศกาลเบียร์นานาชาติชิงเต่าขึ้น เป็นเทศกาลเบียร์ระดับโลกอันดับ 2 เป็นรองเพียงอ๊อกโทเบอร์เฟสต์ เทศกาลเบียร์มิวนิกของประเทศเยอรมนี

จักรวรรดิเยอรมันก่อตั้งโรงงานเบียร์ ชื่อบริษัท เบียร์เยอรมัน จำกัด เมื่อส.ค.1903 เริ่มกลั่นเบียร์ดำรสชาติอ่อน
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง เยอรมันแพ้สงคราม ญี่ปุ่นเข้ามาปกครองชิงเต่า จึงเข้าซื้อกิจการโรงเบียร์แห่งนี้ พร้อมเปลี่ยน ชื่อเป็น DAI NIPPON BEER COMPANY

กระทั่งญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลก๊กมินตั๋งของจีนก็เข้ามาบริหารโรงเบียร์แทน
จากนั้นในปี 1949 รัฐบาลของพรรคคอมมิวนิสต์เข้ามา ปกครองชิงเต่า จึงเปลี่ยนชื่อเป็นรัฐวิสาหกิจเบียร์ชิงเต่า กระทั่งปี 1993 เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็นบริษัท เบียร์ชิงเต่า จำกัด
“พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า” จึงเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ระดับ 4A ใช้เงินลงทุนก่อสร้างกว่า 5 ล้านหยวน มีการรวมเอาเทคโนโลยีการผลิต กับการพัฒนาเบียร์เป็นเวลา 100 ปี
เปิดตัวเมื่อ 15 ส.ค.2003 เนื่องในโอกาส ครบรอบ 100 ปีการก่อสร้างโรงงานเบียร์ชิงเต่า
เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ที่ทำการเก่าเยอรมนี สร้างด้วยหินแกรนิต ตั้งแต่สมัยครั้งที่เยอรมนีมาตั้งรกรากอยู่ที่เมืองชิงเต่าในปี 1905 โดยสถาปนิกชาวเยอรมัน ใช้เวลา ก่อสร้าง 3 ปี
ลักษณะของอาคารเป็นแบบปราสาทสไตล์ยุโรป
ประธานเหมาเจ๋อตุง พร้อมแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์จีน เคยใช้เป็นสถานที่ประชุมคณะกรรมการกรมการเมืองหลังจากเข้ามาปกครองจีนอีกด้วย

นอกจากนี้ เมืองชิงเต่ายังเป็นสถานที่พักตากอากาศอันมี ชื่อเสียงไปทั่วโลก เนื่องด้วยภูมิประเทศที่ติดกับทะเลและภูเขา ทัศนียภาพอันงดงามทางธรรมชาติ และมีสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปอยู่แทบทั่วเมือง ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งตะวันออก”

จุดท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อคือสะพานชิงเต่าไห่วาน หรือสะพานข้ามอ่าวเจียวโจว คือหนึ่งในโครงการก่อสร้างด้านคมนาคมขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง และมีมาตรฐานการก่อสร้างสูงสุดในประวัติศาสตร์การก่อสร้างสะพานของจีน
ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและดำเนินการก่อสร้างล้วนเป็นชาวจีนทั้งหมด
ก่อสร้างโดย ซานตง ไฮ-สปีด กรุ๊ป จำกัด ด้วยงบเกือบ 1 หมื่นล้านหยวน เริ่มสร้างเมื่อเดือนธ.ค.2006 แล้วเสร็จในเดือนมี.ค.2010 เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2011
โครงสร้างสะพานบางส่วนออกแบบให้มีเอกลักษณ์ เช่น ช่วงของสะพาน บริเวณ ต้ากู่เหอ มีลักษณะเป็นสะพานแขวน มีเสาตั้งตรงเพียงต้นเดียว ตัวเสาสูงจากฐาน 149 เมตร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ของสะพานนี้
เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นสะพาน ข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก 36.48 ก.ม. ก่อนจะเสียตำแหน่งให้กับสะพานกั่งจูอ้าว ซึ่งเชื่อมระหว่างฮ่องกง จูไห่ และมาเก๊า ที่มีความยาว 55 ก.ม. เปิดใช้ในปี 2018
ปี 2011 ได้รับการยกย่องว่าเป็นสะพานยอดเยี่ยมอันดับ 1 ของโลกจากกินเนสส์บุ๊ก และนิตยสารฟอร์บส์
อีกสถานที่สำคัญคือ ภูเขาเหลาซาน แหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A เทียบเท่ากับพระราชวังต้องห้าม ในกรุงปักกิ่ง

“เหลาซาน” เป็นภูเขาที่สูงสุด 1,132.7 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่บริเวณแนวชายฝั่งทะเลของจีน ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลหวงไห่ หรือทะเลเหลือง ห่างไปทางตะวันออกจากตัวเมืองชิงเต่ากว่า 40 ก.ม.
ว่ากันว่าภูเขาเหลาซานแห่งนี้มีอายุกว่า 100 ล้านปี ผ่านการเปลี่ยนแปลง อันยาวนาน ก่อเกิดเป็นภูเขาขนาดใหญ่ สวยงามและแปลกตา โดยมียอดเขา จวี้เฟิงเป็นศูนย์กลาง
มีแหล่งน้ำพุซึ่งมีชื่อเสียงในด้านความสะอาด คุณภาพดี และมีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ ต่อร่างกาย จึงนำไปใช้เป็นส่วนประกอบผลิตเบียร์ชิงเต่า

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะเป็น “ภูเขาแห่งลัทธิ เต๋า” นับตั้งแต่สมัยชุนชิวจ้านกว๋อ (770-221 ปีก่อนคริสต์ศักราช)
มีวัดซานกวนอัน และวัดซานชิงเตี้ยน ซึ่งเป็นวัดลัทธิเต๋า แห่งแรกที่สร้างขึ้น ต่อมาได้รวมเป็นวัดไท่ชิงกง ในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907)
บริเวณวัดยังมีต้นไม้นานาพันธุ์ เขียวขจี ร่มรื่น โดยเฉพาะต้นไม้ ที่มีอายุราว 2,000 ปี

นอกจากนี้ ยังมีรูปปั้นขนาดใหญ่ของเล่าจื๊อ นักปราชญ์นามกระเดื่องของจีนตั้งอยู่ด้วย
“ชิงเต่า โพลาร์ โอเชี่ยน เวิลด์” เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด เป็นอควาเรียมที่ดีที่สุดของเมืองนี้
ภายในมีการจัดแสดงสัตว์มากมาย ทั้งปลาโลมา แมวน้ำ และสัตว์ ทะเลอื่นๆ ที่ทำให้บรรดาเด็กๆ ผู้ปกครองและนักท่องเที่ยวชื่นชอบ

และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนี้ที่ “ขาช็อป” ทั้งหลายไม่ควรพลาด คือถนนคนเดินกลางเมืองชิงเต่า มีสินค้าหลากหลาย ชนิดให้เลือกซื้อ

มนต์เสน่ห์ของเมืองชิงเต่าพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก