ย้อนรอย ศาลาราชการุณย์ จ.ตราด อนุสรณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณ ต่อผู้อพยพกัมพูชา จากวิกฤตสู่ความเมตตา เรื่องเล่าผู้ลี้ภัยกัมพูชาที่ไม่ถูกลืม
26 มี.ค.2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ ช่วงปี พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตจากสงครามกลางเมืองและความรุนแรงในกัมพูชา ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมหาศาลต้องหลบหนีเอาชีวิตรอด จนเป็นที่มาของ วิกฤตสู่ความเมตตา เรื่องเล่าผู้ลี้ภัยกัมพูชาที่ไม่ถูกลืม

โดยศาลาราชการุณย์ จังหวัดตราด ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนถึงเหตุการณ์ครั้งใหญ่ในอดีต เมื่อชาวกัมพูชาจำนวนมากอพยพหนีภัยสงครามข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะใน พื้นที่บ้านเขาล้าน จังหวัดตราด กลายเป็นจุดรองรับผู้ลี้ภัยสำคัญ

โดยผู้อพยพส่วนใหญ่เผชิญกับความอดอยาก ขาดแคลนอาหาร และเจ็บป่วยอย่างหนัก หลายคนเป็นสตรีและเด็กที่อยู่ในภาวะเปราะบาง ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่มีความตึงเครียดและเกินขีดความสามารถของหน่วยงานท้องถิ่นที่จะดูแลได้อย่างทั่วถึง

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “ศูนย์ราชการุณย์” ขึ้น ณ บ้านเขาล้าน โดยความร่วมมือกับสภากาชาดไทยและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัยอย่างเร่งด่วน ทั้งการรักษาพยาบาล การจัดหาอาหาร และที่พักพิง

นอกจากการช่วยเหลือด้านพื้นฐานแล้ว ยังมีการจัดการศึกษาและฝึกอาชีพให้แก่ผู้อพยพ เช่น การสอนภาษา การปลูกพืช และการเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว อีกทั้งยังมีการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสถานการณ์ในกัมพูชาเริ่มคลี่คลาย และผู้ลี้ภัยทยอยเดินทางกลับประเทศหรือไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม

ปัจจุบัน ศาลาราชการุณย์และพื้นที่ศูนย์ราชการุณย์ เขาล้าน จังหวัดตราด ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวแห่งพระเมตตาและมนุษยธรรมที่ยิ่งใหญ่ในอดีต อีกทั้งยังเป็นอนุสรณ์สถานที่ย้ำเตือนถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามวิกฤตอย่างไม่เลือกเชื้อชาติ

ในปัจจุบัน พื้นที่ภายในศาลาราชการุณย์ได้รับการจัดแสดงนิทรรศการถาวรที่บอกเล่าเรื่องราวเหตุการณ์การอพยพของชาวกัมพูชาอย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่สาเหตุของความขัดแย้ง ภาพชีวิตความเป็นอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย ไปจนถึงกระบวนการให้ความช่วยเหลือของฝ่ายไทยและนานาชาติ โดยมีการนำเสนอผ่านภาพถ่าย เอกสารสำคัญ และสื่อจำลองเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์อย่างรอบด้านและเข้าถึงความรู้สึกของผู้ประสบภัยในช่วงเวลานั้น
นอกจากนี้ ศาลาราชการุณย์ยังมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านมนุษยธรรมและการจัดการภัยพิบัติในระดับพื้นที่ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา และองค์กรต่าง ๆ เข้ามาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการวิกฤตผู้ลี้ภัย การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ และการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ยังคงมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน จังหวัดตราดได้ส่งเสริมให้ศาลาราชการุณย์ เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นในพื้นที่ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งสำคัญนี้ พร้อมทั้งปลูกฝังจิตสำนึกด้านมนุษยธรรมแก่คนรุ่นใหม่ ให้ตระหนักถึงคุณค่าของความเมตตา การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามยากลำบาก