สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO จัดพิธีมอบตรารับรอง “EEC Select Best Service 2026” แก่ผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 21 ราย จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ณ ระยอง ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง ตอกย้ำความสำเร็จในการยกระดับสินค้าและบริการของชุมชนในพื้นที่ EEC ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค พร้อมต่อยอดโอกาสทางการตลาด เชื่อมโยงคุณค่าท้องถิ่นสู่การลงทุนนพื้นที่

กิจกรรมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของงาน EEC Sustainability Expo 2026 โดยนอกจากพิธีมอบตรารับรองแล้ว ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาจัดแสดงและจำหน่าย พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเชื่อม “มาตรฐาน” ไปสู่ “โอกาสทางการตลาด” และสร้างการรับรู้ให้สินค้าและบริการคุณภาพจากพื้นที่ EEC เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างยิ่งขึ้น

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวว่า โครงการ EEC Select Best Service เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของชุมชนในพื้นที่ EEC โดยมุ่งเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงจากการขยายตัวของเมืองและเศรษฐกิจสมัยใหม่ ยกระดับมาตรฐานทั้งด้านการบริการและผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ นำอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

“EEC Select Best Service ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน แต่เป็นกลไกสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ EEC พัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ สร้างความเชื่อมั่น และต่อยอดไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น เพื่อให้การเติบโตของพื้นที่ EEC สามารถสร้างประโยชน์และรายได้กลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม”

โครงการดำเนินงานภายใต้กรอบแนวคิด “SERVICE + SMART & SMILE” สะท้อนคุณค่าผ่านความหมาย E – EXPERT ผู้ประกอบการมีทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญ E – EXCELLENCE สินค้าและบริการมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการและตอบโจทย์ Lifestyle ของผู้บริโภค และ C – CERTAINTY สร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค

โดยในปีนี้มีผู้ประกอบการได้รับตรารับรองจำนวน 21 ราย จาก 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม สปาและสุขภาพ ที่พักและโรงแรม สถานประกอบการท่องเที่ยวชุมชน และผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ โดยผ่านการประเมินใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ปัจจัยที่ใช้ในการผลิตและให้บริการ การสร้างคุณค่าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ขั้นตอนและกระบวนการให้บริการ ความโดดเด่นในการให้บริการ และการตลาด

21 ผู้ประกอบการคุณภาพ (22 ผลิตภัณฑ์) จาก 3 จังหวัด EEC

จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 6 ราย ได้แก่ กรีนวิลล์ ฟาร์มคาเฟ่ 1 ดาว, ร้านประดิษฐโภชนา 2 ดาว, จิมมี่ ฟาร์ม 1 ดาว, บริษัท ดิลิเชียส สตอรี่ จำกัด ผลิตภัณฑ์ชิฟฟ่อนน้ำตาลช่อดอกมะพร้าว 2 ดาว, ปลาสลิด พอดีคำ ผลิตภัณฑ์ปลาสลิดทอดอบกรอบ 2 ดาว และหะรูหะรา HRUHRA ผลิตภัณฑ์ “Pakong Mango” ผ้าลายอัตลักษณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา 2 ดาว

จังหวัดชลบุรี จำนวน 12 ราย(13 ผลิตภัณฑ์) ได้แก่ เมฆไอศครีม 1 ดาว, Mirae Sushi 2 ดาว, Kusatsu Onsen Spa 2 ดาว, Mandarin Eastville Pattaya 1 ดาว, Siam Bayshore Resort Pattaya 3 ดาว, Hotel J Pattaya 1 ดาว, Cliff Spa 2 ดาว, บริษัท ทีอาร์ ไทยฟู้ดส์ จำกัด ผลิตภัณฑ์ข้าวต้มมัดพร้อมทาน 2 ดาว, บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผลิตภัณฑ์ข้าวสารตราไก่แจ้ ข้าวหอมไทย 2 ดาว, ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ตรา พีซี-1999 3 ดาว, บริษัท วันเดอร์ ไซเดอร์ จำกัด ผลิตภัณฑ์ไซเดอร์มะม่วง 3 ดาว,ไซเดอร์สับปะรด 3 ดาว และ aGaligo Coffee 2 ดาว

จังหวัดระยอง จำนวน 3 ราย ได้แก่ Novotel Rayong Star Convention Centre 3 ดาว, รักระยอง 2 ดาว และวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนเจดีย์กลางน้ำและแม่น้ำระยอง 1 ดาว

“อาร์ต พศุตม์ – คุณชายหมูกรอบ” ชวนช้อปของดี EEC ผ่าน TikTok Live

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือการร่วมกิจกรรมของ “อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม” หรือ “คุณชายหมูกรอบ” ซึ่งมีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์ม TikTok กว่า 1.3 ล้านคน ร่วมแนะนำสินค้าและบริการที่ได้รับตรารับรอง EEC Select Best Service 2026 ผ่านกิจกรรม TikTok Live ระหว่างวันที่ 12–13 กันยายน 2569 เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทั่วประเทศได้รู้จักเรื่องราว จุดเด่น และคุณภาพของสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการ EEC มากขึ้น

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวทางของโครงการที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ “คัดเลือกและมอบตรารับรอง” แต่พร้อมเดินหน้าต่อยอดสู่การสร้างตลาดจริง ทั้งการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการออกบูธจำหน่ายสินค้า เพิ่มโอกาสพบปะผู้บริโภคโดยตรง และการใช้พลังของ Social Commerce และ Influencer เชื่อมสินค้าท้องถิ่นเข้ากับผู้บริโภคยุคดิจิทัล ช่วยเพิ่มทั้งการรับรู้ โอกาสในการขาย และฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ EECO มุ่งหวังให้ผู้ประกอบการทั้ง 21 ราย เป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันออก นำ “Local Roots” ที่มีคุณค่ามาต่อยอดด้วยมาตรฐาน นวัตกรรม และการตลาดยุคใหม่ เพื่อเดินหน้าสู่ “Global Reach” และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับการพัฒนาพื้นที่ EEC

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน