ค่าอาหารและของใช้ในบ้านเป็นรายจ่ายที่ต้องมีอยู่เป็นประจำ ยิ่งเป็นของที่ต้องซื้อซ้ำทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน หากไม่วางแผนให้ดี ค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจรวมกันเป็นเงินก้อนใหญ่ได้ หลายคนจึงลองหาวิธีลดค่าใช้จ่ายกันในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำรายการก่อนซื้อ เปรียบเทียบราคา หรือเลือกซื้อสินค้าในช่วงที่มีโปรโมชัน รวมถึงบางคนอาจเลือกใช้บัตรเครดิตเพื่อรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว

แล้วถ้าต้องการประหยัดให้ได้มากขึ้น ยังมีวิธีไหนที่ช่วยควบคุมงบซื้อของเข้าบ้านได้อีกบ้าง? บทความนี้จะพาไปดูเทคนิคง่าย ๆ ที่นำไปปรับใช้ได้จริง ตั้งแต่ก่อนออกไปซื้อ ระหว่างเลือกสินค้า ไปจนถึงการวางแผนค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน

สเต็ปการวางแผนก่อนออกไปช้อปปิ้ง เพื่อคุมงบประมาณ

การจะช้อปปิ้งให้ประหยัดได้จริง ต้องเริ่มตั้งแต่การเตรียมตัวมาจากบ้านอย่างเป็นระบบ โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้

1. จัดสรรสัดส่วนงบประมาณสำหรับของใช้ในบ้าน

ค่าใช้จ่ายภายในบ้านไม่ได้มีแค่ค่าของกินของใช้ แต่ยังมีค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนบ้าน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การวางแผนทางการเงินที่ดีควรกำหนดงบประมาณสำหรับค่าอุปโภคบริโภคไว้ที่ประมาณ 15-20% ของรายได้ประจำ เช่น หากมีรายได้ 20,000 บาท ควรกำหนดงบช้อปปิ้งของเข้าบ้านไว้อยู่ที่ประมาณ 3,000-4,000 บาท และพยายามควบคุมไม่ให้เกินงบนี้เพื่อไม่ให้กระทบเงินส่วนอื่น

2. สำรวจของเดิมและจดลิสต์รายการที่จำเป็นจริง ๆ

การออกไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตโดยไม่มีแผน มักทำให้เราหยิบของที่ไม่จำเป็นติดมือมาด้วย หรือซื้อของที่มีอยู่แล้วซ้ำซ้อน ก่อนออกจากบ้านจึงควรสำรวจตู้เย็นและชั้นวางของอย่างถี่ถ้วน แล้วทำรายการสินค้าที่ต้องซื้ออย่างละเอียด โดยเรียงลำดับตามความจำเป็น เพื่อให้การเดินเลือกซื้อตรงจุดและประหยัดเวลา

3. เปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายช่องทาง

ยุคนี้การเช็กราคาทำได้ง่ายดาย ก่อนจะซื้อของชิ้นใหญ่หรือตุนของใช้ก้อนใหญ่ ลองใช้เวลาเปรียบเทียบราคานะระหว่างซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าร้านกับแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ ช่องทางไหนมีส่วนลดหรือโปรโมชันโมบายแอปพลิเคชันที่ถูกกว่า ก็เลือกซื้อจากช่องทางนั้นเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด

4. กำหนดวันและรอบการซื้อของที่ชัดเจน

การเดินทางไปห้างสรรพสินค้าบ่อยครั้งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน หรือค่าขนส่ง ควรวางตารางความถี่ให้แน่นอน เช่น ของสดซื้อสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วนของใช้จำเป็นซื้อเดือนละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งมักมีโปรโมชันพิเศษเฉพาะบางวันของสัปดาห์ การวางแผนไปช้อปให้ตรงวันที่มีส่วนลดก็จะช่วยประหยัดได้อีกทาง

รวมเทคนิคซื้อของเข้าบ้าน ให้ได้ราคาถูกและคุ้มค่าที่สุด

เมื่อวางแผนเรียบร้อยแล้ว มาดูเทคนิคการเลือกหยิบสินค้าบนชั้นวาง ที่จะช่วยให้คุณได้ของดีในราคาประหยัดยิ่งขึ้น

1. เลือกซื้อวัตถุดิบอาหารสดตามฤดูกาล

ผัก ผลไม้ และวัตถุดิบตามธรรมชาติที่เติบโตตามฤดูกาลจะมีปริมาณออกมาสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาถูกลงอย่างเห็นได้ชัด แถมยังได้วัตถุดิบที่สดใหม่ รสชาติดี และเสี่ยงต่อสารเคมีเร่งการเจริญเติบโตน้อยกว่าสินค้านอกฤดูกาล

2. ซื้อเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และของชิ้นใหญ่นอกฤดูกาล

ในทางกลับกัน สินค้าประเภทแฟชั่นและเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับควรเลือกซื้อ “นอกฤดูกาล” เพราะในช่วงที่สินค้าชนิดนั้นกำลังเป็นที่ต้องการสูง ราคาก็มักจะพุ่งสูงตามและไม่ค่อยมีส่วนลด เช่น แอร์หรือพัดลมจะแพงช่วงฤดูร้อน เสื้อกันหนาวจะแพงช่วงฤดูหนาว แต่หากเราวางแผนซื้อแอร์ช่วงฤดูหนาว หรือซื้อเสื้อกันหนาวช่วงเซลล้างสต็อกในฤดูร้อน ร้านค้ามักจะนำมาลดราคา ทำให้เราได้สินค้าคุณภาพดีในราคาถูกลง

3. ของใช้จำเป็นเลือกซื้อแบบยกแพ็ก แต่ต้องเช็กวันหมดอายุ

สินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน เช่น กระดาษทิชชู น้ำยาล้างจาน ยาสระผม หรือน้ำมันพืช การซื้อแบบแพ็กใหญ่หรือซื้อยกกล่องจะมีราคาต่อหน่วยถูกกว่าการซื้อแยกชิ้นเดี่ยวอย่างมาก แต่สิ่งสำคัญคือต้องคำนวณปริมาณการใช้งานและเช็กวันหมดอายุให้ดี ไม่ให้ของหมดอายุเสียก่อนใช้หมด

4. เลือกซื้อสินค้าแบรนด์ของห้าง (House Brand) สำหรับของใช้เบสิก

ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำมักมีสินค้าแบรนด์ของตัวเอง (House Brand) วางจำหน่ายคู่กับแบรนด์ดัง สำหรับของใช้เบสิก เช่น ถุงขยะ สำลี ทิชชู หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป สินค้าแบรนด์ห้างมักผลิตจากโรงงานมาตรฐานเดียวกัน แต่ราคาถูกกว่าแบรนด์ติดตลาด ถือเป็นตัวเลือกสลับใช้ที่ช่วยเซฟเงินได้ดีมาก

5. เล็งช่วงเวลาลดราคาปลายวัน สำหรับอาหารสดและของพร้อมทาน

หากต้องการซื้ออาหารพร้อมทาน วัตถุดิบประกอบอาหาร หรือขนมเบเกอรี ลองเปลี่ยนเวลามาเดินช่วงเย็นถึงค่ำ เพราะห้างสรรพสินค้ามักจะนำสินค้ากลุ่มนี้มาติดป้ายลดราคาพิเศษ (Yellow Tag) เพื่อระบายสินค้าวันต่อวัน ทำให้ได้อาหารคุณภาพดีในราคาประหยัดลง

6. สมัครสมาชิกซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อรับสิทธิ์สะสมคะแนน

การสมัครสมาชิกซูเปอร์มาร์เก็ตที่เราใช้บริการประจำมักไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ช่วยให้เราได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย ทั้งราคาสมาชิก ส่วนลดพิเศษเฉพาะบุคคล รวมถึงการสะสมคะแนนเพื่อนำมาเปลี่ยนเป็นคูปองส่วนลดในอนาคต

7. ชำระผ่านบัตรเครดิตที่มอบสิทธิประโยชน์คืนกลับมาเป็นส่วนลด

แทนที่จะจ่ายเงินสดออกไปเพียงอย่างเดียว การเลือกใช้บัตรเครดิตที่มอบผลตอบแทนคืนกลับมาถือเป็นเทคนิคที่หลายคนนิยมทำกัน ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นคนที่ชอบซื้อของเข้าบ้านที่โลตัสเป็นประจำ การเลือกชำระผ่านบัตรเครดิตโลตัส แพลทินัม บียอนด์ หรือบัตรเครดิตโลตัส แพลทินัม รีวอร์ด จะช่วยเปลี่ยนยอดใช้จ่ายให้กลายเป็น “โลตัสมันนี่คอยน์” ในอัตราที่สูงกว่า* การใช้จ่ายที่ร้านค้าอื่น ๆ ซึ่งสามารถนำกลับมาแลกเป็นคูปองเงินสดโลตัส และใช้แทนเงินสดสำหรับการซื้อของในรอบถัดไปได้อย่างคุ้มค่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ควรซื้อของเข้าบ้านสัปดาห์ละกี่ครั้งถึงจะประหยัดที่สุด

แนะนำให้ซื้อสัปดาห์ละ 1 ครั้งสำหรับของสดที่เน่าเสียได้ และซื้อเดือนละ 1-2 ครั้งสำหรับของใช้และอาหารแห้ง การจำกัดความถี่ในการไปห้าง จะช่วยลดโอกาสในการหยิบของนอกเหนือรายการที่จดไว้ และช่วยประหยัดค่าเดินทางด้วย

การซื้อของใช้แบบแพ็กใหญ่ประหยัดกว่าเสมอไปหรือไม่

ไม่เสมอไป บางครั้งห้างอาจลดราคาสินค้าขนาดเล็กจนเมื่อคำนวณราคาต่อหน่วยแล้วถูกกว่าแบบแพ็กใหญ่ นอกจากนี้ หากครอบครัวมีขนาดเล็ก การซื้อของกินแพ็กใหญ่มาแล้วกินไม่ทันจนต้องทิ้ง ก็ถือเป็นการสิ้นเปลืองมากกว่าเดิม

สินค้าป้ายเหลืองหรือสินค้าลดราคาใกล้หมดอายุ ปลอดภัยที่จะซื้อหรือไม่

สามารถซื้อได้อย่างปลอดภัยหากคุณมีแผนจะนำไปประกอบอาหารหรือบริโภคทันทีในวันนั้น สินค้ากลุ่มนี้จะช่วยประหยัดเงินได้มาก แต่ควรเช็กสภาพสินค้าและวันหมดอายุให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ

ใช้บัตรเครดิตซื้อของเข้าบ้านช่วยประหยัดได้หรือไม่

การใช้บัตรเครดิตช่วยเพิ่มความคุ้มค่าจากสิทธิประโยชน์ เช่น เงินคืน คะแนนสะสม หรือคอยน์สะสม ขึ้นอยู่กับบัตรเครดิตแต่ละประเภท

ตัวอย่างเช่น การใช้บัตรเครดิตโลตัสชำระค่าสินค้าที่โลตัส โลตัสมันนี่คอยน์ที่ได้รับ สามารถกดแลกเป็นคูปองเงินสดโลตัสเพื่อนำมาใช้หักลบกับบิลค่าสินค้าในรอบการช้อปปิ้งถัดไป (ในอัตรา 1 โลตัสมันนี่คอยน์ มีมูลค่าเท่ากับ 1 บาท) ถือเป็นการนำรายจ่ายประจำมาหมุนเวียนเป็นส่วนลดที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าลงได้จริง

ทั้งนี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดโปรโมชันของบัตรแต่ละประเภทก่อนใช้จ่ายทุกครั้งเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด

ซื้อของเข้าบ้านออนไลน์ช่วยประหยัดกว่าซื้อหน้าร้านหรือไม่

ขึ้นอยู่กับสินค้าและช่วงเวลาที่ซื้อ ควรเปรียบเทียบราคาสินค้า ส่วนลด ค่าจัดส่ง และโปรโมชันต่าง ๆ รวมกันก่อนตัดสินใจ

สรุปบทความ

การซื้อของเข้าบ้านให้คุ้มค่าที่สุด เริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการสำรวจของที่มีอยู่ จดลิสต์สินค้าที่จำเป็น ตั้งงบประมาณล่วงหน้า และรู้จักเปรียบเทียบราคาต่อหน่วย ควบคู่ไปกับการเลือกใช้สิทธิประโยชน์จากช่องทางการชำระเงินมาช่วยเปลี่ยนยอดจ่ายให้เป็นความคุ้มค่ากลับคืนมา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยควบคุมงบไม่ให้บานปลาย พร้อมมีเงินเหลือเก็บที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ เดือน

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด

  • ให้บริการโดย บริษัท โลตัสส์ มันนี่ เซอร์วิสเซส จำกัด
  • บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน