กสม.ยันมีหลักฐานชัด”ปู่คออี้”เกิดในไทย หลังสื่อบางสำนักเสนอข่าวว่าเป็นคนพม่า

กสม.เตือนใจ ดีเทศน์ ยันมีหลักฐานปู่คออี้เกิดในแผ่นดินไทย

กสม.เตือนใจ ดีเทศน์ ยันมีหลักฐานปู่คออี้เกิดในแผ่นดินไทยไม่ใช่พม่า หลังสื่อบางสำนักนำเสนอไม่ตรงกับข้อเท็จจริง สงสัยมีเจตนาแอบแฝงเรื่องอื่นหรือไม่

กรณีที่ปรากฏข่าวในรายงานของสื่อมวลชนบางสำนักระบุว่า “…ล่าสุด เจ้าหน้าที่มีหลักฐานชัดเจน จากกรณีที่นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เดินทางไปเยี่ยมปู่คออี้ ที่บ้านบางกลอย ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเพื่อติดตามความคืบหน้า โดยปู่คออี้ได้เล่าให้นางเตือนใจฟังว่า ตนเองนั้นเกิดที่ต้นแม่น้ำภาชี ใกล้ๆกับบ้านพุระกำ จ.ราชบุรี ไม่ใช่เกิดในประเทศไทย ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่มีการให้ข่าวตลอดมาว่าปู่คออี้เกิดที่ใจแผ่นดินและอาศัยอยู่มานานนับร้อยปี…”

เตือนใจ ดีเทศน์ กสม. เดินทางไปเยี่ยมปู่คออี้ ที่บ้านบางกลอย

วันที่ 14 มิ.ย. นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวชี้แจงในกรณีนี้ว่า ถ้อยคำที่ปู่คออี้บอกเล่ากับตนในคลิปดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่ได้แตกต่างหรือขัดแย้งไปจากรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือเป็นที่รับทราบโดยทั่วไปก่อนหน้านี้แต่อย่างใด เนื่องจากพื้นที่ที่เรียกว่าบ้านใจแผ่นดินอยู่ในเขตจ.เพชรบุรี ซึ่งไม่ไกลจากบ้านพุระกำ จ.ราชบุรี โดยมีแนวสันเขาต้นน้ำลำภาชีแบ่งเขตกั้น

ที่สำคัญพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตประเทศไทยไม่ใช่ประเทศพม่าตามที่มีการระบุในรายงานข่าวแต่อย่างใด ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับหลักฐานเอกสาร ทร.ชข. ที่สำรวจโดยกรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งระบุชัดเจนว่า ปู่คออี้ เกิดเมื่อปี 2454 ที่จ.เพชรบุรี บิดาชื่อนายมิมิ และมารดาชื่อนางพีนอคี นอกจากนั้นยังมีหลักฐานภาพถ่ายที่ปรากฎว่าปู่คออี้และกะเหรี่ยงบ้านใจแผ่นดินเดินทางไปหากำนันตำบลสวนผึ้ง เพื่อนำของป่าไปขายยังตัวเมืองจ.ราชบุรี

ปู่คออี้สมัยยังหนุ่ม

นางเตือนใจ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างข่าวว่าปู่คออี้ไม่ได้เกิดในประเทศไทยอาจเป็นความพยามยามในการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์ในทางคดี ทำให้ศาลและประชาชนทั่วไทยเข้าใจว่า ปู่คออี้เป็นคนพม่าเข้ามาบุกรุกอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานไม่ใช่ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม นอกจากนั้นมีข้อสังเกตว่าตนลงพื้นที่ไปเยี่ยมปู่คออี้ที่บ้านบางกลอยตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.61 แต่เพิ่งมีการนำคลิปดังกล่าวออกมาเผยแพร่ ภายหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากรณีการเผาบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจานเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่ปู่คออี้และพวกรวม 6 คน จะมีเจตนาแอบแฝงเรื่องอื่นหรือไม่

ทั้งนี้ตนเองจะทำหนังสือเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้องถึงกองบรรณาธิการของสำนักข่าวที่ได้เสนอข่าวในเรื่องดังกล่าว และเรียกร้องให้สื่อมวลชนตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและมีความรอบคอบก่อนนำเสนอข่าว

ทะเบียนสำรวจบัญชีบุคคล

อ่าน “ปู่คออี้” เศร้าศาลไม่ให้กลับคืนถิ่นเกิด แต่ชี้เจ้าหน้าที่บุกเผาบ้าน ใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ

อ่าน นักกฎหมายชี้คำพิพากษาระบุชัด “ปู่คออี้” เป็นคนกะเหรี่ยงดั้งเดิมไม่ใช่ผู้บุกรุก

อ่าน ‘ชัยวัฒน์’ ลั่น ‘ไม่จำเป็นต้องขอโทษกะเหรี่ยง’ เพราะเป็นผู้ที่บุกรุกป่า