ทส. ยกระดับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโควิด-19 หวังประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติโควิด–19 ไปด้วยกัน พร้อมจัดตั้งตู้ปันสุข อาหารกล่องมื้อกลางวัน
เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี โฆษกประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. ได้สั่งการให้ยกระดับความเข้มข้นมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา – 2019 (โควิด-19) ของกระทรวงทรัพยากรฯ ตามมาตรการของรัฐบาล เพื่อชะลอและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19
โดยล่าสุดได้ออกประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ เรื่อง มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคโควิด-19 ฉบับที่ 17 เพิ่มมาตรการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ณ สถานที่พัก (Work from Home) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99 โดยไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน งดหรือเลื่อนการประชุม สัมมนา และฝึกอบรม หรือกิจกรรมที่มีการรวมตัวกัน ออกไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หากมีความจำเป็นต้องจัดประชุมให้พิจารณาใช้วิธีการประชุมแบบออนไลน์หรือ VDO Conference แทน

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี โฆษกประจำกระทรวงทรัพยากร
ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันมากกว่า 5 คน และงดหรือชะลอการเดินทางออกนอกเขตพื้นที่ กรณีมีเหตุผลหรือความจำเป็นอย่างยิ่ง ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาอนุญาตตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างน้อย 14 วัน หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
นายปิ่นสักก์ กล่าวต่อว่า นอกจากการยกระดับมาตรการต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. และปลัดทส. ได้แสดงความห่วงใยต่อเพื่อน พี่น้อง ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนพนักงานทำความสะอาด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ยังคงต้องเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ ณ กระทรวงฯ มาอย่างต่อเนื่อง

โดยได้สั่งการให้จัดตั้งตู้ปันสุข ภายใต้โครงการ ทส. ปันสุข กู้วิกฤติโควิด – 19 ปันน้ำใจจากผู้ให้สู่ผู้รับ จัดหาอาหารกล่องมื้อกลางวัน จากร้านอาหารบริเวณโดยรอบอาคารกระทรวงฯ พร้อมน้ำดื่มบรรจุขวดจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ไว้สำหรับแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงาน ต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 1 เดือน หลังจากที่ได้ดำเนินโครงการต่อเนื่องมาแล้ว 2 เดือนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเจ้าหน้าที่ที่ยังคงต้องเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ประจำ ณ อาคารกระทรวงฯ และเพื่อเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการที่จะต้องออกไปหาซื้ออาหารกลางวันของเจ้าหน้าที่ ที่อาจทำให้ต้องไปสัมผัสกับบุคคลอื่น รวมถึงเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหารบริเวณโดยรอบอาคารกระทรวงฯ ที่ต้องได้รับผลกระทบจากมาตรการปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from Home) ของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ ด้วย
