“ผบ.ทบ.” ร่วมงานวันสถาปนา นรด. ครบรอบปีที่ 77 มุ่งเดินหน้าก้าวสู่การเป็นกลไกหลัก ด้านการเตรียมกำลังสำรองที่ได้รับการยอมรับ
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 ก.พ. 68 ที่อาคารสวนเจ้าเชตุ ภายในหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานในพิธี วันสถาปนาหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ครบรอบปีที่ 77
โดยมีพล.ท.ทวีพูล ริมสาคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ให้การต้อนรับ ทั้งนี้หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) เป็นกรมฝ่ายกิจการพิเศษขึ้นตรงต่อกองทัพบก มีขอบเขตความรับผิดชอบครอบคลุม 4 กิจงานหลัก ได้แก่ กิจการกำลังพลสำรอง, กิจการนักศึกษาวิชาทหาร, กิจการสัสดี และกิจการอาสารักษาดินแดนมีหน่วยขึ้นตรง ประกอบด้วย ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร (ศศท.) ศูนย์การกำลังสำรอง (ศสร.) และ กองพันทหารราบ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (พัน.ร.นรด.) หน่วยจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2491 ตามแนวความคิดในการที่จะฝึกวิชาทหารให้แก่ประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการเตรียมการด้านกำลังพลสำหรับการสงครามในอนาคต โดยเริ่มทำการฝึกผู้ที่จะมาเป็นผู้บังคับบัญชาก่อน
จากนั้นจึงได้ทำการฝึกวิชาทหารให้กับพลเมืองต่อไป ซึ่งแนวคิดนี้ได้พัฒนามาเป็น “นักศึกษาวิชาทหาร” และดำเนินการเรื่อยมาในนามของ กรมการรักษาดินแดน ตราบจนกระทั่งปี พ.ศ.2544 จึงได้ควบรวมเข้ากับ กรมการกำลังสำรองทหารบก ใช้นามหน่วยใหม่ว่า หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง เพื่อบูรณาการกิจการที่เกี่ยวกับกำลังสำรองทั้งปวงให้อยู่ภายใต้การบริหารของหน่วยงานเดียว และต่อมาในปี พ.ศ.2552 ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงนามหน่วยอีกครั้งเป็น “หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน” และยึดถือวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ตามการจัดตั้งกรมการรักษาดินแดน เป็นวันสถาปนาหน่วย
และในรอบปี 2567 หน่วยได้นำนโยบายของกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ที่เห็นได้ชัด คือ การรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564 ควบคู่กับการดำเนินการตรวจเลือกฯ ประจำปี
โดยมียอดการดำเนินการรับสมัครและการคัดเลือกฯ เพิ่มขึ้นทุกปี จนถึงปัจจุบัน เป็นการรับสมัครฯ ประจำปี 2568 ซึ่งมีห้วงการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 67 – 24 ม.ค. 68 โดยมียอดผู้สมัครทั้งสิ้น 25,622 คนสำหรับผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการ ในผลัดที่ 2/67 เป็นตัวจริง 1,056 คน เป็นตัวสำรอง 429 คน และ ผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการ ในผลัดที่ 1/68 เป็นตัวจริง 14/983 คน เป็นตัวสำรอง 263 คน จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่ายอดผู้สมัครและผู้ผ่านการคัดเลือกฯ เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่ง ทบ. โดย นรด. มุ่งมั่นที่จะสนองตอบนโยบายของกระทรวงกลาโหม ให้บรรลุผลและก้าวไปสู่ “รูปแบบสมัครใจโดยสมบูรณ์”
กิจกรรมสำคัญที่หน่วยได้ริเริ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ นศท. ได้แสดงพลังในการเป็นแกนนำทำความดีทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สังคม บนพื้นฐานของความเสียสละ และการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ได้แก่ กิจกรรม รด.จิตอาสา ๓ แสนนาย “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช เมื่อ 9 ต.ค. 66 และกิจกรรม เติมโลหิตครั้งใหญ่ให้กาชาด โดย รด. จิตอาสา 25,000 นาย “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เมื่อ 12 ธ.ค. 66
และล่าสุด กิจกรรมที่ นรด. ภาคภูมิใจในฐานะที่ได้เป็นผู้จุดประกายความดีในหัวใจของผู้คนในสังคมให้ขยายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สรรค์สร้างสังคมที่งดงาม ในนามกิจกรรม “เติมคนดีครั้งยิ่งใหญ่ 1 ล้านคน ให้สังคม รด.จิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ในรูปแบบการเชิญชวนให้ นศท. ได้ทำความดี ใน 3 มิติ ได้แก่ มิติการทำความดีต่อครอบครัว, ต่อโรงเรียน/สถานศึกษา และต่อสังคม (ตามรายการกิจย่อยของแต่ละมิติที่ได้แนะนำไว้) แล้วบันทึกผลการทำความดีในแต่ละครั้ง ในรูปแบบภาพนิ่ง/ภาพเคลื่อนไหว พร้อมข้อความประกอบไว้ที่ web application ของหน่วย เมื่อทำครบตามจำนวนกิจย่อยที่กำหนด จะได้รับป้าย Level 1 จากนั้นเชิญชวนให้สมาชิกในครอบครัวหรือผู้สนใจที่มิได้เป็น นศท. เข้าร่วมกิจกรรมอีกจำนวน 4 คน และร่วมกันทำความดีให้ครบทั้ง 3 มิติ เพื่อให้รับ Level ของตน (เมื่อครบทั้ง 4 คน นศท. ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจะได้เลื่อนชั้นเป็น Level 2) กิจกรรมนี้สามารถเพิ่มจำนวนผู้ทำความดีให้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณโดยในห้วง 190 วัน นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนถึงปัจจุบัน (8 ก.ค.67- 14 ม.ค. 68 ) มีจำนวนผู้ร่วมทำความดีทั้งสิ้น 1,520,370 คน แบ่งเป็น นศท. 325,114 นาย และผู้ร่วมทำความดี 1,192,171คน ณ วันนี้ (13 ม.ค.68) มีกิจกรรมความดีที่บันทึกแล้วทั้งสิ้น 7,145,410 กิจกรรม ซึ่ง นรด. หวังให้กิจกรรมนี้ดำเนินต่อไป เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่น่าอยู่ให้คนไทยทุกคน
ปัจจุบัน หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ดำเนินภารกิจโดยมี พล.ท. ทวีพูล ริมสาครเป็น ผบ.นรด. ซึ่งมีความตั้งใจที่จะนำหน่วยให้เจริญก้าวหน้า สู่วิสัยทัศน์ที่ประกาศไว้ว่า จะเป็นหน่วยงานที่ “เป็นกลไกหลักของกองทัพบกในการเตรียมกำลังสำรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นองค์กรที่มีความสมบูรณ์และทันสมัย เป็นที่ยอมรับ เชื่อมั่น และศรัทธาจากประชาชน”