พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญดอกไม้ธูปเทียนแพ น้ำสรง พุ่มบัว ผ้าไตร และไทยธรรมพระราชทาน ถวายแด่สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี เนื่องในพิธีสมโภชสุพรรณบัฏ และบำเพ็ญกุศลอายุวัฒนมงคล 72 ปี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ พระอุโบสถวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
โดยมีนางอุดมพร เอกเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมทั้งนมัสการรายงาน การอัญเชิญสุพรรณบัฏ และเครื่องประกอบสมณศักดิ์สมเด็จพระราชาคณะ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานมาถวายแด่ สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี
ทั้งนี้ วันที่ 14 ก.ค.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนา พระพรหมโมลี ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี ศรีปริยัติวิธานวิเศษ วิเทศศาสนกิจประธาน วิมลสีลาจารนิวิฐ วิจิตรธรรมกถาสาธก ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดปากน้ำ พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.2569 ประกาศ ณ วันที่ 14 ก.ค.2569
ปัจจุบัน สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี (สุชาติ ธัมมรตโน) สิริอายุ 72 ปี พรรษา 50 ดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม, เจ้าคณะภาค 5, แม่กองบาลีสนามหลวง และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ
มีนามเดิมว่า สุชาติ สอดสี เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ต.ค.2497 ปีมะเมีย ที่ ต.วังหว้า อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
ในวัยเยาว์ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนสำเร็จการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดเกาะ ต.วังหว้า อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
ต่อมา บิดา-มารดานำเข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2508 ที่วัดเกาะ ต.วังหว้า โดยมีพระครูวรนาถรังษี วัดเกาะ อ.ศรีประจันต์ เป็นพระอุปัชฌาย์
มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2510 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ จากสำนักเรียนวัดดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี
จากนั้นเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี โดยเข้ามาอยู่จำพรรษาที่วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ
มุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนอย่างอุตสาหะวิริยะเต็มความสามารถ จนสามารถสอบผ่านไปโดยลำดับ พ.ศ.2519 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค ตั้งแต่เป็นสามเณร

ตามประเพณีว่าสามเณรที่สอบได้เปรียญธรรมประโยค 9 จะได้บวชเป็นนาคหลวง จึงได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2519 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินธโร) วัดสามพระยา เป็นพระอุปัชฌาย์, สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสสโร) วัดชนะสงคราม ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมปิฎก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) วัดปากน้ำภาษีเจริญ ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมธีรราชมหามุนี เป็นพระอนุสาวนาจารย์
สร้างคุณูปการต่อคณะสงฆ์วัดปากน้ำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงานด้านการศึกษา เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดปากน้ำ และเป็นกรรมการตรวจประโยคธรรมสนามหลวง ต่อมาได้เป็นกรรมการตรวจประโยคบาลีสนามหลวง เป็นกรรมการควบคุมการสอบบาลีสนามหลวง ป.ธ.5 วัดปากน้ำ
นอกจากนี้ พ.ศ.2537 เป็นครูสอนโรงเรียนพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ ป.ธ.7, 8, 9 วัดสามพระยา ในปีเดียวกัน ยังได้รับมอบหมายให้เป็นเลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง
สำหรับงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นผู้แสดงธรรม บรรยายธรรม และแสดงปาฐกถาแก่ประชาชนที่มารักษาอุโบสถศีลวันธรรมสวนะ ท่านยังได้เป็นรองประธานคณะพระธรรมจาริกอีกด้วย
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2530 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ พระอารามหลวง พ.ศ.2539 เป็นพระอุปัชฌาย์ วิสามัญ พ.ศ.2557 เป็นแม่กองบาลีสนามหลวง พ.ศ.2564 เป็นเจ้าคณะภาค 5
พ.ศ.2565 เป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ พระอารามหลวง
พ.ศ.2568 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีศาสนวงศ์ พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชพุทธิญาณวงศ์
พ.ศ.2542 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพมุนี พ.ศ.2547 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมปัญญาภรณ์
พ.ศ.2554 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏที่พระพรหมโมลี
ล่าสุดวันที่ 14 ก.ค.2569 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี ศรีปริยัติวิธานวิเศษ
เป็นสมเด็จพระราชาคณะองค์ที่สองแห่งพระอาราม ต่อจากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ)
เป็นศรีสง่าและร่มโพธิ์ร่มไทรใหญ่สืบต่อไปตลอลกาลนาน