ราม วัชรประดิษฐ์
ได้กล่าวถึง พระพุทธโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สำคัญองค์หนึ่งของประเทศไทย หนึ่งในตำนาน “พระพุทธรูปลอยน้ำ” อันลือเลื่องไปแล้ว ฉบับนี้มาดูเรื่อง “วัตถุมงคลพระพุทธโสธร” ที่มีการจัดสร้างกันมาแต่อดีตสืบจนปัจจุบันมากมายหลายประเภท ทั้งพระบูชา พระเครื่อง เหรียญ แหวน ฯลฯ

แต่ที่ยกให้เป็น “สุดยอด” ก็ต้อง “เหรียญอาร์มรุ่นแรก ปี 2460” ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “ชุดเบญจภาคีเหรียญพระพุทธ” และประการสำคัญที่สุดคือ เป็นเหรียญพระพุทธที่ “แพง” ที่สุดในประเทศ และหาของแท้ยากเอามากๆ ครับผม
ในปีพ.ศ.2460 สมัยที่พระอาจารย์หลินดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ท่านได้ดำริจัดสร้าง เพื่อมอบแก่พุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทรัพย์ ในการ “ซ่อมแซมฐานชุกชีขององค์หลวงพ่อโสธร” โดยมี ขุนศิรินิพัฒน์ มัคนายกวัด เป็นผู้ดำเนินงาน โดยสร้างเป็น 2 แบบ คือ เหรียญรูปอาร์ม และเหรียญรูปเสมา โดย “เหรียญรูปเสมา” สำหรับแจกเฉพาะกรรมการเท่านั้น

มากล่าวถึง “เหรียญอาร์มพระพุทธโสธร ปี 2460” มีการจัดสร้างเป็น 4 เนื้อ คือ เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อสำริด และเนื้อทองแดง แต่ในอดีตจะนิยมเล่นหากันเฉพาะเนื้อเงิน เนื้อสำริด เนื้อทองแดง เพิ่งจะมานิยมและยอมรับ “เนื้อทองคำ” กันเมื่อไม่นานมานี้

ลักษณะเป็นเหรียญปั๊มรูปอาร์ม หูในตัว ขอบข้างเลื่อย ความกว้างประมาณ 2.3 ซ.ม. และสูง 3 ซ.ม. ด้านหน้า ยกขอบสูง ตรงกลางเป็นรูปจำลองพระพุทธโสธรประทับนั่งเหนืออาสนะ ระบุปีที่สร้างคือ “พ.ศ.๒๔๖๐” ด้านล่างอาสนะเป็นลายกนกหน้าสิงห์ ด้านข้างทั้ง 2 มีอักษรไทยว่า “พระพุทธโสทร เมืองฉเชิงเทรา” โดยมีตัว “อุ” ปิดหัว-ท้าย ด้านหลัง บนสุดเป็นตัว “อุ”
ต่อมาเป็นอักขระขอม 4 บรรทัด อ่านว่า “นะ โม พุท ธา ยะ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง” แต่เนื่องจากมีการจัดสร้างเป็นจำนวนมาก เหรียญนี้จึงมีหลายแม่พิมพ์ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดย “แม่พิมพ์ด้านหน้า” แบ่งเป็น 3 พิมพ์ คือ พิมพ์สระอุติดชัด, พิมพ์สระอุติดไม่ชัด และพิมพ์สระอุติดไม่ชัด มีเส้นแตก หรือเรียกกันว่า “พิมพ์แตก” ส่วน “แม่พิมพ์ด้านหลัง” มี 4 พิมพ์
สังเกตที่อักขระขอมบรรทัดสุดท้ายที่อ่านว่า “สุขัง พะลัง” คือ “พิมพ์ยันต์ใหญ่” ตัว “ขัง” มีลักษณะกลมมน หางไม่ชิด “พิมพ์ยันต์กลาง” ตัว “ขัง” มีลักษณะแกะปลายหางชิดติดกันเป็นเส้นตรง “พิมพ์ยันต์เล็ก” ตัว “ขัง” มีลักษณะแกะปลายหางติดกัน แต่ไม่เชื่อมต่อกับช่วงตัว และ “พิมพ์ยันต์เล็กบล็อกแตก” จะเป็นพิมพ์ยันต์เล็ก ที่ตรงท้ายอักขระขอมบรรทัดสุดท้ายจะมีรอยขี้กลาก
ผู้ชำนาญการรุ่นเก่าได้ให้ข้อชี้แนะในการพิจารณา สำหรับ “เนื้อเงิน เนื้อสำริด และเนื้อทองแดง” ไว้ว่า ให้ดูที่ “สระอุ” ใต้คำว่า “พระพุทธ” คือ “พิมพ์สระอุติดชัด” จะเจอในเนื้อเงินและสำริด ส่วน “พิมพ์สระอุติดไม่ชัด” เจอในเนื้อทองแดง แต่อาจจะมีพิมพ์สระอุติดชัดในเนื้อทองแดงบ้าง แต่ก็น้อยมาก
นอกจากนี้ยังมีเอกลักษณ์แม่พิมพ์ต่างๆ ในการพิจารณา ดังนี้
เอกลักษณ์แม่พิมพ์ ของพิมพ์สระอุติดชัด
– เส้นขอบด้านหน้าเหนือคำว่า “โส” เส้นนอกจะยกเป็นขดลวดเหมือนขอบกระด้ง มีรอยเส้นตีคู่เป็น “เส้นใน” ลักษณะเป็นเม็ดไข่ปลาเล็กๆ เรียงกัน
– พระกรรณยาวและปลายไม่แตกเป็นปากตะขาบ
– ตัว “พ” หางจะสั้น
– ปรากฏเส้นพระศอโค้งงอ 2 เส้น
– ที่ตัวเลขพ.ศ. ปลายหางเลข ๔ กับเลข ๖ จะจรดกัน
– ตัวอักขระด้านหลังจะเล็กกว่า
เอกลักษณ์แม่พิมพ์ ของพิมพ์สระอุติดไม่ชัด
– เส้นขอบด้านหน้าเหนือคำว่า “โส” รอยเส้นตีคู่ที่เป็น “เส้นใน” ลักษณะเป็นเส้น
– พระกรรณจะสั้นกว่า และปลายแตกเป็นปากตะขาบทั้งสองข้าง
– ตัว “พ” หางจะยาวกว่า ส่วนสระอุจะติดเลือนๆ
– ไม่ปรากฏเส้นพระศอ
– ที่ตัวเลขพ.ศ. ปลายหางเลข ๔ จะยาวกว่าเลข ๖
อย่างไรก็ดี ตามที่บอกไปแล้วว่า “เป็นเหรียญพระพุทธที่ “แพง” ที่สุดในประเทศ และหาของแท้ยากเอามากๆ” ดังนั้น ท่าน ผู้สนใจใฝ่แสวงหาไว้แนบกายควรปรึกษา กูรูผู้เชี่ยวชาญและไว้ใจได้จริงๆ ครับผม