วันพุธที่ 17 เม.ย.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 48 ปี มรณกาล “หลวงพ่อเปลี่ยน กันตสีโล” หรือ “พระครูสาครศีลาจารย์” อดีตเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล ต.ชัยมงคล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

มีนามเดิมว่า เปลี่ยน คงถิ่น เกิดเมื่อวันที่ 3 พ.ย.2433 ตรงกับวันจันทร์ แรม 6 ค่ำ เดือน 11 ที่บ้าน ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร บิดา-มารดาชื่อนายลอยและนางสี คงถิ่น ครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมด 8 คน

พ.ศ.2451 อายุ 18 ปี บรรพชาอยู่ที่วัดเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อศึกษาเล่าเรียนเขียนอ่านตามแบบสมัยนิยม

พ.ศ.2453 อายุได้ 20 ปี จึงเข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดเกาะ โดยมีเจ้าอธิการนุต เจ้าอาวาสวัดบางปลา เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการแก้ว เจ้าอาวาสวัดเกาะ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์กล่ำ วัดบางปลา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า กันตสีโล

อยู่จำพรรษาที่วัดเกาะเป็นเวลา 6 พรรษา ก่อนย้ายไปจำพรรษาที่วัดคลองครุอีก 7 พรรษา จากนั้นย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดชัยมงคล (เดิมชื่อวัดหัวตะเข้) ต.ชัยมงคล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อปี พ.ศ.2466

ก่อนที่จะมาเป็นวัดชัยมงคลนี้ เดิมชื่อวัดหัวตะเข้มาก่อน ซึ่งมีประวัติความเป็นมาว่า ได้มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจากมหาชัยได้เอาขวานทองฟันหัวจระเข้ตัวหนึ่งซึ่งเป็นจระเข้มีอาคม เพราะใครก็ฆ่าไม่ได้ทั้งที่ได้พยายามล่ามันอยู่นาน โดยชาวบ้านเชื่อว่าเป็นจระเข้ของหลวงปู่เฒ่าเก้ายอด (หลวงปู่นุต วัดบางปลา) อย่างแน่นอน

เมื่อจระเข้ถูกขวานจามหัวแล้วตะเกียกตะกายเพื่อหนีตายไปจากคุ้งน้ำมหาชัย รอนแรมไปตามคลองเล็กคลองน้อย จนกระทั่งมาถึงทุ่งกว้างแห่งหนึ่งทางมาอำเภอบ้านแพ้ว ชาวบ้านจึงออกตามล่าเพื่อเอาขวานทองคืน แต่เมื่อถึงตัวจระเข้แล้วกลับไม่มีใครกล้าที่จะจัดการ ด้วยกลัวในฤทธิ์เดช

เนื่องจากเป็นจระเข้อาคมดังกล่าว ชาวบ้านจึงต้องไปนิมนต์ หลวงพ่อเปลี่ยน ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เฒ่าเก้ายอดมาปราบ หลวงพ่อเปลี่ยนเดินทางมาตามคำนิมนต์ของชาวบ้าน และเมื่อมาถึงท่านก็ได้ไปดูบริเวณที่จระเข้นอนกบดานอยู่ ท่านจึงทำพิธีสะกดจิตให้จระเข้ขึ้นมาจากน้ำด้วยการฟังภาวนาบนริมคลอง

ทันใดนั้น จระเข้ได้โผล่ขึ้นมาที่หัวของมันก็ยังมีขวานทองปักคาอยู่ ท่านจึงเรียกให้มันขึ้นมาบนบก ซึ่งมันก็ตะเกียกตะกายขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ทำเอาชาวบ้านแตกตื่นหนีกันอลหม่าน

หลวงพ่อเปลี่ยนใช้อาคมทำให้หลับแล้วดึงขวานออกจากหัวจระเข้จนสำเร็จและได้ตรวจดูที่หัวของมัน พบกับรอยสักยันต์ 4 ทิศ อันเป็นยันต์ของหลวงปู่เฒ่าเก้ายอดที่ท่านได้ลงไว้นั่นเอง ต่อมาจระเข้ตัวนั้นทนต่อพิษบาดแผลไม่ไหว ตายในที่สุด หลวงพ่อเปลี่ยนจึงสั่งให้ชาวบ้านนำไปฝังไว้ใกล้กับจุดที่พบจระเข้

หลังจากจระเข้ตายไม่นาน ชาวบ้านผู้ที่ปาขวานทองใส่หัวจระเข้ก็ตายตามไปอีกคนและคนอื่นที่ได้ร่วมขบวนในการไล่ล่า ต่างล้มป่วยกันเป็นทิวแถว ด้วยแรงอาถรรพณ์ของวิญญาณจระเข้

หลวงพ่อเปลี่ยนพอทราบเรื่องจึงได้ทำพิธีสะกดวิญญาณ และให้ตั้งศาลขึ้น เหตุการณ์ต่างๆ จึงสงบลงอย่างปาฏิหาริย์ ซึ่งศาลของจระเข้ตัวนั้น เคยตั้งอยู่ในบริเวณวัดหัวตะเข้ ต่อมาได้มีการสร้างศาลาเพื่อใช้ในการประกอบศาสนพิธี จึงได้ย้ายศาลหัวจระเข้ไปไว้ยังท้ายวัดจวบจนถึงปัจจุบัน

ชาวบ้านกลุ่มแรกที่ตามล่าจระเข้กันมาได้พากันมาตั้งรกรากกันที่นั่นเลย โดยให้ชื่อว่าบ้านหัวตะเข้และนิมนต์ให้ตั้งชื่อวัดขึ้นในที่พบจระเข้และให้ชื่อว่า วัดหัวตะเข้ เช่นกัน

ต่อมาเปลี่ยนเป็นวัดศีรษะตะเข้ ผ่านไปหลายปี เมื่อก่อสร้างเสนาสนะสงฆ์ จนมีความเจริญมากขึ้นแล้ว ท่านพิจารณาเพื่อให้ชื่อเป็นสิริมงคล จึงเปลี่ยนชื่อวัดมาเป็นวัดชัยมงคล และหมู่บ้านก็เปลี่ยนชื่อตามวัดว่า หมู่บ้านชัยมงคล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ก็ยังคงเรียกติดปากกันว่า บ้านหัวตะเข้ กันอยู่ถึงปัจจุบัน

มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2519 สิริอายุ 86 ปี พรรษา 66

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน