“พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ กิตติจิตโต” หรือ หลวงพี่น้ำฝน รักษาการเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จ.นครปฐม พร้อมคณะสงฆ์ เมตตาเดินทางไปที่เรือนจำจังหวัดอ่างทองในพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2568 หรือปีใหม่ไทย และจัดกิจกรรมบรรยายธรรม เจิมป้ายสนามมวย พัฒนาฝีมือสร้างชื่อเวทีระดับชาติ ให้โอกาสขัดเกลาคนเคยกระทำความผิด เริ่มต้นชีวิตใหม่ตั้งแต่อยู่ในเรือนจำ

มี นายธิตินัย พาติกบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดอ่างทอง พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ถวายการต้อนรับ ซึ่งในวันนี้ทางผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดอ่างทอง ได้มีโอกาสทำบุญตักบาตรในพื้นที่ควบคุม ผู้ต้องขังได้มีการเข้าแถวและได้ร่วมกันใส่บาตรพระ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ พร้อมทั้งร้องเพลง “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” และถ่ายทำ MV สำหรับเผยแพร่ความสามารถของผู้ต้องขังในการฝึกร้องเพลงประสานเสียง เพื่อเผยแพร่กิจกรรมในการร้องเพลง ซึ่งมีเนื้อหาให้กำลังใจผู้ที่ต้องรับโทษภายในสถานที่จำกัดเสรีภาพในช่วงต้องโทษ


รักษาการเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จ.นครปฐม ได้บรรยายธรรม โดยนิมนต์พระสงฆ์ผู้เป็นแบบอย่างของวัดไผ่ล้อมที่เคยหลงผิดและตกเป็นทาสของยาเสพติด กระทั่งถูกจับกุมทั้งในฐานะของผู้ค้าและผู้เสพและฆ่าคนตาย ซึ่งเคยต้องโทษในเรือนจำมาแล้วถึง 5 ครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจบวช เพื่อศึกษาพระธรรม ซึ่งปัจจุบันสามารถกลับตัวกลับใจ จนไม่กลับไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดและใช้หลักพระธรรมคำสั่งสอนมาปฏิบัติปรับใช้ จนสามารถเข้าใจถึงความหมายของชีวิตได้ ซึ่งปัจจุบันดำรงแหน่งเป็นพระครู ทำหน้าที่บรรยายธรรม นำเอาประสบการณ์ตรงสอนเพื่อเป็นแนวทางป้องกันหลงกระทำความผิด โดยได้มุ่งเน้นเพื่อนำประสบการณ์มาถ่ายทอดให้ผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดอ่างทอง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนราว 1,350 คน ได้รับฟังและนำวิธีคิดและปฏิบัติไปปรับใช้ ในช่วงที่รอการปลดปล่อยหลังรับโทษครบตามคำพิพากษา


หลวงพี่น้ำฝนเปิดเผยว่า การที่วัดไผ่ล้อมได้นำคณะสงฆ์มาจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในเรือนจำจังหวัดอ่างทอง เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมองเห็นว่าผู้ต้องขังนั้นมีโอกาสน้อยกว่าคนที่อยู่ภายนอกกำแพงสูงมาก และยังมีผู้ต้องขังอีกมากที่มีความรู้ ความสามารถ แต่อาจจะหลงกระทำความผิด หรือตั้งใจกระทำความผิดแต่เมื่อมารับโทษและมีความคิดใหม่ ซึ่งการนำเอาศาสนามาปรับสอนให้เขาเหล่านั้นได้เข้าถึงจะทำให้เป็นการนำหลักพระธรรมคำสั่งสอนมาปรับใช้ในช่วงถูกควบคุมตัว เชื่อว่าถ้าเราตั้งใจจะให้โอกาสในการกลับตัวกลับใจกับเขาเหล่านี้เมื่อเขาพ้นโทษออกไปก็จะมีภูมิป้องกันในการไม่กลับไปกระทำความผิด

“อย่างที่อาตมานำคณะสงฆ์มาให้เขาได้ร่วมกันทำบุญตักบาตร ภาพที่เห็นคือเขาดีใจ เขาตั้งใจและอยากทำบุญหลายคนยิ่งเมื่อได้มานั่งพูดคุยกันแล้วถ้าเราทำให้เขาศรัทธาและให้โอกาสกับเขา ก็จะทำให้เขาเริ่มคิดดีและเริ่มต้นทำดีได้ทันที แม้จะไร้อิสรภาพแต่เขามีอิสระทางการคิดเริ่มต้นที่จะวางชีวิตใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอถึงวันที่ปลดปล่อยออกมา และวัดไผ่ล้อมก็พร้อมจะทำหน้าที่ด้านสาธารณสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือให้สังคมมีความสงบสุขเหมือนหลายโครงการที่ผ่านมา” หลวงพี่น้ำฝนระบุ