พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ กิตจิตโต หรือ หลวงพี่น้ำฝน ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง จ.นครปฐม นำคณะสงฆ์ เจ้าหน้าที่ ออกเยี่ยมญาติโยมและนำเตียงสำหรับผู้ป่วย เครื่องยังชีพที่จำเป็นให้กับญาติโยมในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม ซึ่งเป็นการประสานขอรับการช่วยเหลือจากกองทุนหลวงพ่อพูลวัดไผ่ล้อม

ล่าสุด มีชาวบ้านที่มีความประสงค์ขอรับเตียงสำหรับผู้ป่วย จำนวน 3 ราย
รายแรก หลวงพี่น้ำฝน พร้อมคณะทำงานเดินทางไปที่ชุมชนคตกฤช ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม โดยได้พบ น.ส.ลออ ศรีคง อายุ 90 ปี บ้านเลขที่ 58/24 ถนนเทศา ชุมชนคตกฤช ต.พระปฐมเจดีย์ ปัจจุบันเป็นผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด กล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่มีครอบครัว มีญาติช่วยคอยดูแลให้ที่พักอาศัย ซึ่งตอนนี้มีน้องสาว ที่มีอาชีพรับจ้าง คอยดูแลหาอาหาร ช่วยพาไปหาหมอ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ อสม. ในเขตอำเภอเมือง คอยให้การช่วยเหลือในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น

รายที่สอง เดินทางไปพบ นายประเสริฐ ธรรมประกอบ อายุ 95 ปี บ้านเลขที่ 230/3 ถนนไร่เกาะ ต.ต้นสำโรง อ.เมือง จ.นครปฐม ตอนนี้นอนพักรักษาตัวจากการล้มสะโพกหัก เดินไม่ได้ มีภาวะอาการทางสมอง พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ซึ่งเป็นผลพวงจากการดื่มสุรามาเป็นเวลานาน โดยมี น.ส.ลูกหญิง ธรรมประกอบ น้องสาวต่างมารดาที่คอยดูแล ซึ่งมีอาชีพเป็นนักการภารโรง ของวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม และมีภาระที่ต้องดูแลแม่ที่ชราภาพ อายุ 74 ปี การเดินก็ทำได้ยากลำบาก เพราะได้รับการผ่าตัดที่ขามาแล้ว โดยยังมีภาระที่ต้องเลี้ยงดูลูกสาววัย 14 ปี ซึ่งทั้งหมด 4 ชีวิตมาจากรายได้ทางเดียวเพียงเดือนละ 9,500 บาท และตอนนี้นายประเสริฐ ยังคงต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครปฐม ซึ่งเป็นช่วงเตรียมความพร้อมในการกลับมารักษาตัวที่บ้านพัก

อีกทั้ง ยังพบว่า บ้านมีความเก่าทรุดโทรม เนื่องจากผนัง หลังคาและจุดต่างๆ ของบ้านที่เป็นไม้ ผุพังหลายจุด จึงน่าจะไม่สามารถนำเตียงผู้ป่วยมาจัดส่งได้ทันที ซึ่งหลวงพี่น้ำฝน ให้แนวทางในการช่วยดูแลปรับปรุงบ้านให้มีความพร้อมก่อน จึงจะสามารถนำตัวนายประเสริฐกลับมาที่บ้านอีกครั้งต่อไป
รายที่สาม เดินทางไปพบ นางอมรรัตน์ ศรีก๊กเจริญ อายุ 72 ปี บ้านเลขที่ 91 หมู่ 1 ต.ดอนยายหอม อ.เมือง จ.นครปฐม ผู้ป่วยมะเร็งไขกระดูกและกระดูกเชิงกรานหัก เดินไม่ได้ เป็นผู้ป่วยติดเตียง การลุกนั่งลำบากเพราะปวดกระดูกตลอดเวลา ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ทรมานมาก โดยมี นายศุภโชค ศรีก๊กเจริญ ลูกชายคอยดูแลอยู่

นายศุภโชค บอกว่า “ตอนนี้ มีภาระต้องดูแลครอบครัว โดยมีลูกอีก 2 คน วัย 4 ขวบ และ 7 ขวบ ตนมีอาชีพเปิดร้านขายรองเท้า ทุกวันนี้ไม่สามารถออกไปขายของได้ ต้องให้ภรรยาเป็นผู้ดูแลร้านแทน โดยสภาพปัจจุบันรายได้ไม่ดีเพราะเศรษฐกิจในพื้นที่ตกต่ำทำให้ลูกค้าลดลงไปมาก และตนเองต้องมาคอยดูแลแม่และป้า ทั้งอยู่ในวัยชราภาพ การเดินไม่ค่อยสะดวก ซึ่งยังต้องดูแลฟาร์มนกแก้ว ซึ่งพ่อเคยทำไว้ขายเป็นรายได้เข้าบ้านแต่พ่อได้เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้ต้องรักษาฟาร์มเอาไว้เพื่อเป็นรายได้จากการขายนกอีกทางหนึ่ง”

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จ.นครปฐม ยังคงทำหน้าที่ในการประสานงานช่วยเหลือญาติโยมที่ประสบปัญหาในการดำเนินชีวิตในด้านต่างๆ เพื่อแบ่งเบาภาระในสังคม โดยมีโครงการธนาคารเตียง รถวีลแชร์ เพื่อมอบให้กับผู้ที่ประสบปัญหาในการจัดหามาดูแลผู้ป่วย ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ครอบครัวที่ไม่พร้อมในการจัดหามาใช้เอง จะเกิดปัญหาในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวต่อว่า สำหรับ 3 รายที่เดินทางไปมอบเตียง พร้อมเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ทุกรายมีปัญหาเรื่องรายรับรายจ่าย ซึ่งวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง ได้นำหลัก บวร บ้าน วัด โรงเรียน เชื่อมโยงในการดูแลและช่วยเหลือกัน ซึ่งพระสงฆ์นอกจากจะมีหน้าที่หลักในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์แล้ว หน้าที่บทบาทเกี่ยวกับเรื่องสาธารณสงเคราะห์ ยังคงเป็นหน้าที่ที่พึงต้องทำ โดยเฉพาะในยามที่ประชาชนยังมีความเดือดร้อน พระสงฆ์ก็จะร่วมทำหน้าที่ในการเกื้อกูล ช่วยเหลือด้วยหลักแห่งเมตตาต่อกัน เพื่อให้สังคมของเราอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข
ยุวนิต สังวาลย์พานิช