ภารกิจของ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ กิตติจิตโต หรือ หลวงพี่น้ำฝน ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง อ.เมือง จ.นครปฐม ที่ยังคงปฏิบัติในการสืบสานเจตนารมณ์ของพระมงคลสิทธิการ หรือ “หลวงพ่อพูล อัตตรักโข” อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมและอดีตพระเกจิชื่อดัง

มอบเงินช่วยเหลือ

ที่เมตตาแก่ญาติโยมผู้ยากไร้ เพื่อเป็นการทำให้บ้าน-วัด-โรงเรียน ได้เชื่อมโยงถึงกันตามหลัก “บวร”
ยิ่งในช่วงยุคปัจจุบันที่เศรษฐกิจ ชะลอตัวและยังมีความขัดแย้งในแนวคิดกันในหลายประเทศทั่วโลก ยังผลให้การเติบโตและพัฒนาของประเทศต่างๆ มีตัวเลขที่ลดลง ในบ้านเรายังเข้าสู่สภาวะของสังคมผู้สูงวัย จึงทำให้เกิดจำนวนของผู้สูงวัยและกลุ่มเปราะบางมากยิ่งขึ้น
ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ได้รับแจ้งจากนางเบญจวรรณ ริทเทอร์ นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะศิษยานุศิษย์ ว่าประสงค์ที่จะขอร่วมบุญกับคณะสงฆ์วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง ในการสงเคราะห์แก่ญาติโยมที่กำลังประสบปัญหาในการดำเนินชีวิตในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี และได้เคลื่อนทัพสายบุญ วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง ประสานความร่วมมือกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำบลรางบัว
ลงพื้นที่เพื่อสอบถามความเป็นอยู่และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค ข้าวสาร อาหารแห้งและปัจจัยยังชีพให้กับผู้ป่วยติดเตียงและผู้ยากไร้ ใน 15 หมู่บ้าน 45 หลังคาเรือน


โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์และทัพสายบุญวัดไผ่ล้อมฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อไปพบกับญาติโยมและเข้าเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจกับผู้สูงวัยถึงเตียงในบ้านพักซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ที่ได้พบจะเป็นครอบครัวที่ต้องเร่งหารายได้และแบ่งเวลาในการดูแล ผู้สูงวัยในบ้าน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงรวมถึงยังมีโรคประจำตัวและเป็นกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้
ซึ่งในกลุ่มที่มีปัญหาในการดำเนินชีพดังกล่าวนอกจากจะได้รับการประสานงานจากหน่วยงานภาครัฐแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอจึงจำเป็นต้องมีการระดมกำลังจากกลุ่มผู้ใจบุญ ในการเข้าช่วยเหลือเพื่อเป็นการประทังความเดือดร้อนอีกทางหนึ่ง

หลวงพี่น้ำฝนเปิดเผยว่า การเดินสายบุญออกช่วยเหลือญาติโยมที่ประสปัญหาในการดำเนินชีวิต ซึ่งวัดไผ่ล้อม พระอารามหลวงดำเนินการผ่านมูลนิธิหลวงพ่อพูล โดยกองทุนหลวงพ่อพูลฯ มีการขับเคลื่อนหลายโครงการเพื่อช่วยเหลือสังคม
โดยปกติจะมีโครงการธนาคารเตียงผู้ป่วยและรถวีลแชร์ โครงการแจกทานให้กับผู้ยากไร้ โครงการสวดเผาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งการออกเดินสายในการช่วยเหลือกับญาติโยมในพื้นที่ต่างๆ จะเป็นการได้รับการประสานการร้องขอความช่วยเหลือเข้ามา พิจารณาตรวจสอบข้อมูลที่ชัดเจนก็จะลงพื้นที่ช่วยเหลือทันที โดยจะมีคณะสงฆ์เจ้าหน้าที่ของวัดและประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงปัญหานั้นๆ อย่างชัดเจน


“อาตมายังคงวางโครงการ 9 โครงการหลักของวัดให้เข้าถึงการช่วยเหลือญาติโยมอย่างจริงจัง ซึ่งทุกพื้นที่เราก็จะพบปัญหาเดียวกันคือเรื่องรายได้ครัวเรือนที่ไม่เพียงพอ จะมาพร้อมกับสุขภาพที่มีปัญหาซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายจ่ายและไม่สามารถหารายได้มาอย่างเพียงพอ ซึ่งข้อมูลในเรื่องของสังคมของผู้สูงวัยได้เข้ามาถึงช่วงที่ประเทศของเรากำลังประสบปัญหาในระยะยาว ในฐานะพระสงฆ์รูปหนึ่งและคณะสงฆ์ของวัดไผ่ล้อมฯ
หากจะสามารถช่วยโยงให้มีความสงบทางใจด้วยหลักพระธรรมคำสั่งสอนแล้ว การเข้าถึงปัญหาเพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาของสังคมเพื่อแบ่งเบาภาระของภาครัฐได้ อาตมาก็เห็นว่าสมควรจะกระทำและอาตมายังคงสานต่อแนวคิดของหลวงพ่อพูล ซึ่งท่านวางรากฐานเรื่องนี้ไว้ ให้ดูแลญาติโยมรอบวัดดังที่ท่านเคยปฏิบัติมา อาตมาจะทำต่อไป ซึ่งตอนนี้เรามีสายทัพบุญมาร่วมช่วยเหลือเป็นแนวทางที่ทำต่อไป” หลวงพี่น้ำฝนกล่าวปิดท้าย
ยุวนิต สังวาลย์พานิช