กระแสความเบื่อหน่ายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน อันเนื่องจากไม่สามารถบริหารประเทศชาติให้เจริญรุดหน้าไปได้ ด้วยเพราะมีกรอบความคิดแบบขุนศึกและอยู่ภายใต้ระบบคิดแบบอนุรักษนิยมทางการเมือง จึงไม่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลก้าวทันโลกยุคใหม่ ไม่มีไอเดียในการพลิกฟื้นปัญหาเศรษฐกิจ
ดังนั้น เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเผชิญปัญหาการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี จนถูกสั่งพักหน้าที่นายกฯ
ทำให้ประชาชนรู้สึกมีความหวังในระดับหนึ่ง ว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ ได้บ้าง
แม้ว่าโดยภาพรวมแล้ว ถือว่าเครือข่ายอำนาจของ 3 ป.ก็ยังคงอยู่ต่อไป
ถ้าจะให้เปลี่ยนแปลงจริงๆ ต้องหมดไปทั้งเครือข่ายนี้
แต่อย่างน้อยเปลี่ยนไปสัก 1 ป.ก็อาจจะมีอะไรดีขึ้นมาบ้าง ประมาณนั้น!
ขณะเดียวกันมองในด้านรัฐบาลเอง จะพบว่าเมื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ
สามารถเดินหน้าภารกิจต่างๆ ได้ อย่างราบรื่น
ประชุมครม. ประชุมแต่งตั้งผบ.ตร.ใหม่ แต่งตั้งนายพลตำรวจชุดใหม่ ลุล่วงไปด้วยดี
แถมยังทำงานแบบไม่มีวันหยุด ไม่ใช่เสาร์-อาทิตย์หายเงียบไป
รักษาการนายกฯ สั่งการแก้ปัญหาน้ำท่วมในช่วงวันหยุด เนื่องจากพายุฝนถล่มหนัก แถมติดต่อพูดคุยกับผู้ว่าฯ กทม. อย่างไม่ต้องถือตัว เพื่อร่วมมือในการป้องกันน้ำท่วมเมืองกรุง!
จนกล่าวกันว่า บิ๊กป้อมทำหน้าที่นายกฯ ได้เป็นมวยกว่าเยอะ
ทำหน้าที่ได้อย่างเข้าใจสังคมโดยรวมมากกว่า มีความคิดกว้างกว่า ประสานความร่วมมือกับฝ่ายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
ไม่ใช่ถือตัวว่า เป็นผู้นำที่วิเศษเหนือกว่าผู้อื่น
กลายเป็นว่า คนที่ถามอะไร แล้วตอบไปหมดทุกเรื่อง ทั้งที่ไม่รู้จริงไม่รู้เรื่อง
กับคนที่ถามอะไรแล้วตอบว่า ไม่รู้ๆ อาจจะดูดีกว่า!!
อีกทั้งเป็นที่รู้กันว่า การขับเคลื่อนทางการเมืองของกลุ่มอำนาจ 3 ป.นั้น คนที่มีบทบาทสำคัญสุดก็คือ บิ๊กป้อมนี่แหละ
ในบทบาทอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์นั้น ถ้าไม่มีพล.อ.ประวิตรอยู่ข้างหลัง อาจจะเดินมาไม่ถึงวันนี้
วันนี้บิ๊กป้อม ต้องออกมาเป็นรักษาการนายกฯ เอง ถ้าสามารถทำหน้าที่ผู้นำรัฐบาลได้ดี มีความพลิ้ว ไม่ใช่แข็งทื่อใช้แต่อำนาจ
อาจจะลดอุณหภูมิทางการเมือง ทำให้บรรยากาศขัดแย้งในบ้านเมืองลดลงไป
ผู้คนในสังคมก็อาจจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ตัวจริงไปเลย บริหารไปถึงสิ้นปี จังหวะดีๆ ก็ยุบสภาเลือกตั้งกันใหม่!
วงค์ ตาวัน