มีปรากฏการณ์หลายอย่าง บ่งบอกว่า โอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะต้องแยกกันเดิน ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป มีความเป็นไปได้สูง แต่แยกกันเดินเพื่อรวมกันตี หรือแยกกันเดินแบบทางใครทางมัน ก็ต้องดูกันต่อไป
แม้พล.อ.ประยุทธ์ จะยังพูดจาทำนองว่า ไม่ย้ายไปไหน ไม่ย้ายจากพรรคพลังประชารัฐ
แต่พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้า ออกอาการคึกคักอย่างมาก
ทำให้เกิดความเข้าใจโดยทั่วไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงเข้าสังกัดนี้แน่ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของพรรคนี้แน่นอน
แถมน่าจะยังมีผลต่อการดูดส.ส.จากพรรคการเมืองอื่นเข้ามาได้อีกด้วย
ที่แน่ๆ คงมีผลสะเทือนไปถึงพรรคพลังประชารัฐ จะมีส.ส.ย้ายตาม เข้าพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่!?
ความคิดเห็นจากคนในแวดวงการเมือง และคอการเมืองทั้งหลายมองว่า การแยกกันเดินของ 2 ป. ก็น่าจะหมายถึงจุดล่มสลายของ 3 ป.
แยกกันแล้ว ด้านหนึ่งอาจจะหมายถึงมี 2 พรรคการเมืองที่เป็นพันธมิตรกัน
แต่รวมไทยสร้างชาติก็ยังเป็นพรรคใหม่ จะมีส.ส.ได้มากน้อยแค่ไหน แล้วพลังประชารัฐจะ อ่อนยวบลงไปหรือไม่!
ทำเอากองหนุนกองเชียร์เครือข่าย 3 ป.เริ่มห่วงใย
แล้วจะเอาอะไรไปสู้ พรรคการเมืองอีกขั้ว โดยเฉพาะเพื่อไทย!!
เป็นที่รู้กันดีว่า ตลอด 8 ปีของนายกฯ ประยุทธ์ อยู่ในท่ามกลางวิกฤตหลายด้าน ส่งผลต่อเศรษฐกิจชีวิตความเป็นอยู่ของประชนอย่างมาก
ประเด็นเศรษฐกิจนี่แหละ ที่เชื่อกันว่า ประชาชนจะหันไปเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก ในการเลือกตั้ง ครั้งหน้า
ทำให้พรรคเพื่อไทยมั่นใจอย่างยิ่ง กับปรากฏการณ์ ชนะแบบแลนด์สไลด์
นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า เครือข่ายอำนาจปัจจุบัน น่าจะกำลังเดินหมากผิดพลาด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยัง ขายได้
ทั้งที่อยู่มายาวนานถึง 8 ปี ไม่ได้มีทีเด็ดอะไรเลยในการบริหารงาน
ยิ่งประเด็นเศรษฐกิจ ยิ่งทำให้มองไม่เห็นอนาคต
แถมยังจะเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมีวาระอยู่ได้แค่ 2 ปีเท่านั้น
จุดขายเศรษฐกิจติดลบ แล้วอายุนายกฯ 2 ปี จะให้ประชาชนไปเลือกได้อย่างไร
แบบนี้ยิ่งเข้าทางเพื่อไทยและแลนด์สไลด์!
วงค์ ตาวัน