เพื่อไทยยกเครื่องใหญ่ ได้ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่
ชินวัตรเปิดทางคนรุ่นใหม่ นำทัพสีแดงลงเลือกตั้งต้นปีหน้า
เลือกตั้งปี 2566 เพื่อไทยเข้าอันดับ 2 ได้ 141 สส. แต่สามารถนำจัดตั้งรัฐบาล หลังจากอันดับ 1 พรรคประชาชนที่ได้ 151 สส. รวมเสียงสส.และสว.ไม่สำเร็จ
รัฐบาลเพื่อไทยบริหารประเทศ 2 ปี นายกฯ 2 คนโดยศาลรัฐธรรมนูญสั่งพ้นตำแหน่งด้วยข้อหาจริยธรรม
เปิดทางพรรคอันดับ 3 ภูมิใจไทย ที่มีสส.แค่ 70 โชว์พลังสีน้ำเงินพลิกเกมตั้งรัฐบาล แลก MOA กับพรรคส้ม แก้รัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาใน 4 เดือน คือ 31 ม.ค.2569
สถานการณ์หลังเพื่อไทยเพลี่ยงพล้ำ เลือดสีแดงไหลออก บ้านใหญ่ซึมเซา สวนทางภูมิใจไทยคึกคักสุดขีด เปิดตัวบ้านใหญ่บ้านน้อยไม่เว้นวัน คนอยากเป็นผู้แทนหลั่งไหลมาสวมเสื้อสีน้ำเงิน
ส่วนพรรคประชาชนยังขยันสร้างประเด็น จุดเรื่องนั้นลุยเรื่องนี้เรียกกระแสด้อมส้มไม่มีแผ่ว
เลือกตั้งมี.ค.2569 ทั้ง 3 พรรค 3 สี ‘ส้ม-แดง-น้ำเงิน’ จะแย่งชิงตั้งรัฐบาล
ส้ม-ประชาชน คงรักษาระดับสส.เกิน 100 บวกๆๆ ไว้ได้ แต่ต้องเพิ่มจำนวนอีกมากหากต้องการลุ้นตั้งรัฐบาล
น้ำเงิน-ภูมิใจไทย แรงทั้งอำนาจ-น้ำเลี้ยง-พลังแฝง ยังต้องฝันหลายๆ ชั้น ชั้นแรกได้สส.ทะลุ 100 แล้วค่อยฝันชนะเลือกตั้ง
แดง-เพื่อไทย แม้ดูเหมือนคลอนแคลนแต่ฐานยังแกร่ง หลักยังแน่น สส.รุ่นใหญ่ยังอยู่พร้อมหน้า ว่าที่สส.รุ่นใหม่ไม่น้อยหน้าคู่แข่ง รักษาระดับพรรคเกิน 100 ไว้ได้ ก็ยังพอมีหวัง
ด้วยประชาธิปไตยไทยๆ แค่ในนาม ด้วยรัฐธรรมนูญซ่อนเงื่อน ด้วยการเมืองอัศจรรย์พันลึก ใครพรรคใดจะได้ตั้งรัฐบาลมีเงื่อนไขนอกโต๊ะเจรจา?!
ตราบใดการเมืองถูกทำให้อ่อนแอ พรรคการเมืองถูกทำให้ไม่โต ตราบนั้นยากจะเกิดพรรคชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ได้สส.เกินกว่าครึ่งสภาเหมือนไทยรักไทยเคยทำไว้
ทั้งส้ม-แดง-น้ำเงิน แข่งกันเดือดขนาดไหนไม่พ้นรัฐบาลผสม
ส้มเหนื่อยหนักถ้าอยากได้โอกาสบริหารประเทศสักครั้งเสียที ขณะที่แดง-น้ำเงินแข่งกันเอง
ใครชนะโอกาสตั้งรัฐบาลสูงลิ่ว??!
นายเจ็ดอักษร