แถลงการณ์นายกฯ อนุทิน ต่อกระแส “ชิงยุบสภา” ก่อน 31 ม.ค.69

ไม่แค่ยืนยันเส้นตายทางการเมือง แต่ยังเป็นความพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลเสียงข้างน้อย ภายใต้สถานการณ์การเมืองเปราะบาง ถูกฝ่ายค้านและสังคมจับตาตรวจสอบใกล้ชิด

นายอนุทินยืนยัน “ข้อตกลง 120 วัน” มีสาระสำคัญอยู่ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จัดทำประชามติและยุบสภาใน 4 เดือน

แจกแจงว่ารัฐบาลไม่ได้จะสืบทอดอำนาจ แต่เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ ที่มีภารกิจชัดเจนและต้องแข่งกับเวลา เปิดกว้างรับการตรวจสอบ แต่ต้องไม่ใช่เกมการเมือง

แถลงการณ์นี้มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายค้านเรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งอาจเป็นชนวนให้เกิดการยุบสภาก่อนกำหนด

ประโยคที่ว่า “รัฐบาลไม่ได้จับรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน” เป็นการตอบโต้คำกล่าวหาของฝ่ายค้าน ที่มองว่ารัฐบาลใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นข้ออ้างเพื่อหลบหลีกการถูกยื่นญัตติซักฟอก

แม้นายอนุทินจะยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเร่งรัดการทำประชามติ และไปสู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว

แต่การย้ำข้อจำกัดรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็เป็นการส่งสัญญาณว่า หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเสียงในสภาไม่พอ “รัฐบาลก็ต้องคิดว่าจะดำเนินการอย่างไร”

ไม่ใช่ชิงหนีการตรวจสอบ แต่เป็นตามกลไกรัฐธรรมนูญที่ไม่เปิดช่องให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยอยู่ได้ หากไร้เสียงสนับสนุนในสภา

ซึ่งถูกตีความว่าหมายถึง “ยุบสภา” นั่นเอง

ในแถลงการณ์ยังกล่าวถึงพรรคประชาชนในทางบวก เพื่อลดแรงปะทะทางการเมือง โดยนายกฯ ยืนยันความพร้อมในการหารือร่วมแก้ปัญหาสแกมเมอร์

ทั้งหมดจึงนำมาสู่ความเห็นของนักวิเคราะห์การเมืองว่า แถลงการณ์นี้เป็นมากกว่าการชี้แจงข้อเท็จจริงทางการเมือง แต่เป็นการสร้าง “บังเกอร์” ป้องกันตัวเองของนายกฯ

ต้องการยืนยันว่าไม่ได้อยู่เพื่ออำนาจ แต่อยู่เพื่อทำภารกิจให้ครบก่อนคืนอำนาจให้ประชาชน

สถานการณ์การเมืองที่ผูกโยงกันอย่างสลับซับซ้อน

ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากฝ่ายการเมืองและประชาชนที่รอเลือกตั้งใหม่ จึงมีความเป็นไปได้สูง

หากฝ่ายค้านเดินหน้า “ญัตติซักฟอก” นายอนุทินจะเลือก “ชิงยุบสภา” มากกว่าเสี่ยงประคองสถานการณ์ไปจนครบเส้นตาย 31 ม.ค.69

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน