เปิดสมัยประชุมสภา 12 ธ.ค. พรรคเพื่อไทยอันดับ 2 ฝ่ายค้าน ประกาศจะยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแน่นอน
แต่จะถึงขั้นล้มรัฐบาลได้หรือไม่ หลายคนยังสงสัย เพราะถึงจะมีข้อมูลพร้อม แต่แกนนำบางคนอ้างว่ายังไม่มีเรื่องใหญ่พอจะเป็น “หมัดน็อก”
ประมวลจากข่าว ฝ่ายค้านโยนหลายประเด็นขึ้นโต๊ะ ล่าสุดปัญหา “น้ำท่วมซ้ำซาก” ที่การช่วยเหลือเยียวยาล่าช้า หน่วยงานรัฐทำงานขาดเอกภาพ
ปัญหา “สแกมเมอร์” ที่รัฐบาลประกาศเป็นวาระชาติ ตั้งกรรมการหลายชุด เซ็น MOU ร่วม 15 หน่วยงาน แต่ผลลัพธ์ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม
อีกประเด็นที่แรงไม่แพ้กันคือการตั้ง “นักการเมืองสีเทา” เป็นรัฐมนตรี ซึ่งฝ่ายค้านจะใช้เป็นหลักฐานโจมตีเรื่องมาตรฐานจริยธรรมของผู้นำรัฐบาล
รวมถึงปมปัญหา “ชายแดนไทย-กัมพูชา” หลังเกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาดรายที่ 7 ฝ่ายค้านชี้ว่ารัฐบาลขาดความรอบคอบด้านความมั่นคง
ยังมีคดี “ที่ดินเขากระโดง” สะท้อนการจัดการทรัพย์สินของรัฐ “คดีฮั้ว สว.” ที่โยงถึงนักการเมืองพรรคใหญ่ซีกรัฐบาล, “งบโมโตจีพี” 4 พันล้าน ที่ถูกมองว่าเอื้อพวกพ้อง ใช้เงินภาษีไม่คุ้มค่า
รวมถึง “MOU แร่หายาก” กับสหรัฐ ที่ทำอย่างมุบมิบไม่โปร่งใส การ “โยกย้ายข้าราชการ” ที่ฝ่ายค้านตั้งประเด็นกล่าวหาเอื้อพวกพ้อง ใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและทางการเมือง
แม้จะมีประเด็นครบทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคงและธรรมาภิบาล แต่ความเป็นจริงทางการเมืองปัจจุบัน การจะล้มรัฐบาลได้หรือไม่ จุดชี้เป็นชี้ตายอยู่ที่ท่าทีของพรรคใหญ่ฝ่ายค้าน ว่าพร้อมสลัดทิ้งภาพ “ฝ่ายค้ำ” หรือไม่
ถ้าไม่ โอกาสที่รัฐบาลจะล้มก็น้อยมาก แต่หากมองอีกมุม สิ่งที่ฝ่ายค้านอันดับสอง หวังจริงๆ อาจแค่ต้องการใช้เวทีสภาสร้างภาพติดลบให้รัฐบาล เพื่อปูทางสู่สนามเลือกตั้งมากกว่าจะโค่นล้มในสภา
ด้วยเหตุนี้ ทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่นายกฯ อนุทิน ว่าจะยอมให้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น หรือจะเลือกใช้วิธี “ทิ้งไพ่ตาย” ชิงยุบสภาหนีศึกก่อนเปิดฉาก เปลี่ยนสมรภูมิจาก “เวทีซักฟอก” ในสภา ไปสู่ “คูหาเลือกตั้ง” ให้ประชาชนตัดสินชี้ขาด
คำตอบน่าจะมาถึงในห้วงเวลาไม่ใกล้ไม่ไกลจากนี้
มันฯ มือเสือ