คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

ศึกซักฟอกวัดใจเพื่อไทย – โปรแกรมเบื้องต้นกำหนดให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ระหว่าง 16-19 ก.พ. ก่อนลงมติในวันรุ่งขึ้น 20 ก.พ.

ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ต้องดูว่าฝ่ายค้านสมราคาคุยหรือไม่ ตามที่ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน จากพรรคเพื่อไทย ยืนยันครั้งนี้จะมีใบเสร็จทุจริตเชิงนโยบายของรัฐบาลมาโชว์ให้ดูเป็นขวัญตา

สำหรับเป้าหมายรัฐมนตรีที่จะโดนชำแหละคือ 7 คนบวก ในช่วงระเบิดศึก 4 วันเต็ม ๆ

ที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นพระเอกตามท้องเรื่องนั้น แน่นอนอยู่แล้ว

แต่ที่น่าสนใจคืองานนี้พรรคก้าวไกลยืนกรานใส่ชื่อ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ไว้ในบัญชีเชือดหนนี้ด้วย หลังจากการอภิปรายครั้งที่แล้วเมื่อเดือนก.พ.2563 ก็มีชื่อบิ๊กป้อม ในญัตติไม่ไว้วางใจ

แต่เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคในพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันเอง ไม่รู้ว่าบังเอิญ หรือตั้งใจ ทำให้พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้อภิปรายบิ๊กป้อมในสภาแม้แต่แอะเดียว จนต้องใช้วิธีอภิปรายนอกสภาแทน

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุครั้งนี้ต้องมีบทเรียน ต้องทำทุกวิถีทางไม่ให้มีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นอีก

ในส่วนพรรคเพื่อไทยแกนนำฝ่ายค้าน ไม่มีข่าวชัดเจนว่าได้เตรียมข้อมูลไว้อภิปรายบิ๊กป้อมด้วยหรือไม่ ตรงกันข้าม กลับมีกระแสข่าวออกมาว่า บิ๊กป้อมอาจไม่มีชื่ออยู่ในโผรัฐมนตรีที่จะต้องขึ้นเขียง
ก็ต้องลุ้นว่าจริงเท็จอย่างไร

อย่างที่รู้กันในวงกว้างว่า บิ๊กป้อมนั้นมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคเพื่อไทย ผ่านทางคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย

ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งทำให้รอดจากการถูกอภิปรายซักฟอกเมื่อเดือนก.พ.2563 มาได้

พร้อมกับทิ้งรอยบาดหมางระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่ไว้อีกต่างหาก กระทั่งพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ตั้งใหม่เป็นพรรคก้าวไกล ก็ยังถือเอาเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นบทเรียนสอนใจ

ดังนั้น ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะระเบิดสังเวียนขึ้นอีกครั้งวันที่ 16-19 เดือนหน้า พรรคก้าวไกลได้รับบทเรียน มีประสบการณ์มากขึ้น

ขณะเดียวกันศึกครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ให้เห็น

พรรคเพื่อไทยในวันที่ไม่มีคุณหญิงสุดารัตน์อยู่กับพรรคอีกต่อไปแล้ว

จะยังมีสายสัมพันธ์อันดีกับบิ๊กป้อม อยู่อีกหรือไม่

 

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน