การเมืองเข้าสู่โหมดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เริ่มวันนี้ถึง 22 ก.ค. โหวตชี้ชะตาวันเสาร์ที่ 23

ฝ่ายค้านนำโดยเพื่อไทย-ก้าวไกล ระดมขุนพลไว้ราว 50 คน ซักฟอกแบบจัดหนักจัดเต็ม

ครั้งนี้ยังแหวกแนววางคิวถล่มพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคนสุดท้าย เพื่อความตื่นเต้นน่าติดตามตลอดรายการ 4 วันเต็ม

ด้านฝ่ายรัฐบาลไม่ยอมเป็นเป้านิ่ง จัดทีมปราบมาร กับทีมเจ้ายุทธ์ ไว้ต่อกรทั้งในห้องประชุมและนอกห้องประชุมสภา

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ท่าทีพรรคเศรษฐกิจไทยของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เพิ่งตัดขาดกับรัฐบาลไปหมาดๆ ย้ายขั้วเปลี่ยนข้างไปอยู่ฝ่ายค้าน จะอย่างไร

สิ่งพิสูจน์ว่าพรรคเศรษฐกิจไทยเป็นฝ่ายค้านแท้ ไม่ใช่ฝ่ายค้านเทียม ตัวแทนพรรคต้องมีส่วนร่วมกับ 6 พรรคฝ่ายค้านเดิมในการอภิปรายครั้งนี้ด้วย

และสำคัญที่สุดต้อง “ไม่โหวตไว้วางใจ” ให้รัฐมนตรีคนใด โดยเฉพาะพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างเด็ดขาด

ไม่ว่าจะเคยให้สัมภาษณ์อะไรไว้ ก็เป็นการพูดตอนสมัยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อย้ายมาเป็นฝ่ายค้านก็ต้องทำตามธรรมเนียมปฏิบัติของฝ่ายค้าน จะยกมือโหวตให้พล.อ.ประวิตร ไม่ได้

อย่างน้อยก็ต้อง “งดออกเสียง” เพราะถ้าไม่เช่นนั้นการอยู่กับรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน อะไรคือความแตกต่างในจุดยืนพรรคเศรษฐกิจไทย?

จุดยืนโลเลต้องระวัง เดี๋ยวไม่มีใครเอา รัฐบาลไม่เอา ฝ่ายค้านก็ไม่เอา ถึงเวลาเลือกตั้งจะอธิบายกับประชาชนลำบาก

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุ ฝ่ายค้านตั้งเป้าผลการอภิปรายครั้งสุดท้ายนี้จะทำให้รัฐบาลเกิด 3 อาการ คือ ตายคาที่ หมายถึงล้มในสภา เพราะตอนนี้ใกล้เลือกตั้ง อาจมีพรรคร่วมรัฐบาลอื่นยกมือล้มรัฐบาล

ตายที่โรงพยาบาล คือ หลังอภิปรายแม้ยกมือผ่านแต่ความเสื่อมจะตามมา พรรคร่วมรัฐบาลอื่นอาจถอนตัวเพราะใกล้เลือกตั้งใหญ่ ไม่มีใครอยากร่วมตายด้วย

สุดท้ายคือ กลับไปตายที่บ้าน คือไม่ตายจาก 2 อาการแรก แต่ถึงเวลาเลือกตั้ง ตายเพราะประชาชนไม่เลือกให้กลับเข้าสภา

สรุปไม่ว่าอย่างไรก็ตายอยู่ดี แต่จะตายแบบไหน เมื่อไหร่ อย่างไร แล้วแต่พรรครัฐบาลจะเลือก

รวมถึงพรรคเศรษฐกิจไทย ก็มีสิทธิ์เลือกด้วยเช่นกัน

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน