ดุเดือดขึ้นทุกวัน สำหรับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น เอาแค่ช่วงเดือนที่ผ่านมาก็พอจะรู้สึกได้
ไม่ว่าจะเป็นการพลิกโหวตเปลี่ยนแปลงการคำนวณส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากร่างเดิมที่เสนอหาร 100 เข้าสู่ชั้นกรรมาธิการก็ยังคงเดิม
แต่เมื่อเข้าที่ประชุมรัฐสภากลับกลายเป็นหาร 500 ไปอย่างงงๆ ตามปุ่มสั่งการของผู้มีอำนาจ
ต่อมาก็เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรียกได้ว่าบรรดารัฐมนตรีต่างชอกช้ำ ถูกแฉกันอย่างไม่มีชิ้นดี
และที่น่าสนใจคือเกือบทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาทุจริต เอื้อประโยชน์ให้บริวารว่านเครืออย่างชัดเจน
จนรัฐมนตรีบางคนอาการหนัก ชี้แจงไม่ได้ ต้องกลับไป‘ครอบครู’ ตั้งหลักหาสคริปต์มาชี้แจงกลางสภา ในสภาพสีข้างถลอกปอกเปิก
สุดท้ายท่ามกลางข้อครหา ‘แจกกล้วย’ ที่ถือว่าหมิ่นศักดิ์ศรีของผู้แทนปวงชนชาวไทยมากที่สุด
บรรดารัฐมนตรีที่ผ่านความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อไปอีกจนได้
จากนั้นก็เป็นเรื่องวิ่งวุ่นกันเองในพรรคแกนนำรัฐบาล จี้ให้ปรับครม. เป้าหมายก็เพื่อให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรมว.มหาดไทย แทนพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ส.ส.มองว่าเข้าไม่ถึง พึ่งไม่ได้
เรื่องยังไม่สะเด็ด ก็กลับมาวุ่นในสภาอีกจนได้ เมื่อกระแสร่ำลือว่าอาจกลับใจอีกรอบ ไม่เอาหาร 500 แล้ว เพราะไปคิดใหม่ว่าอาจไม่ได้ประโยชน์ จ่อจะกดปุ่มกลับมาหาร 100 อีกตามเดิม
ลามไปถึงขั้นแก้ไขเรื่องจะกลับมาใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ทั้งที่แก้รัฐธรรมนูญไปแล้วว่าเป็นบัตร 2 ใบ
แน่นอนว่าคงไม่ง่าย เพราะเรื่องนี้พรรคร่วมรัฐบาลเองก็ออกมาตีกัน เพราะก็รู้ว่ากระแสมันไปไม่รอด
เลือกตั้งครั้งหน้าถ้าไม่มี‘ตัวช่วย’โอกาสเป็นรัฐบาล หรือชนะเลือกตั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ที่หนักแน่นราวไม้หลักปักอยู่บนขี้เลนนั้น ก็เพื่อจะอยู่ในอำนาจต่อไปให้ได้นานที่สุด
โดยไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องความเขินอาย หรือศักดิ์ศรีใดๆกันอีกต่อไปแล้ว
ส่วนจะสมหวังตามปรารถนาหรือไม่นั้น ประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบ!!
รุก กลางกระดาน