ถือเป็นประเด็นร้อนที่สุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาเลยทีเดียว สำหรับกรณีที่ ‘ลุงศักดิ์’ ชายเสื้อแดง วัย 62 ปี บุกเข้าชกหน้า ศรีสุวรรณ จรรยา ‘นักร้อง’ คนดัง ขณะเข้าร้องเรียน ‘เดี่ยว 13’ ของ โน้ส-อุดม แต้พานิช
แน่นอนว่าเสียงสะท้อนของสังคมประสานเสียงตรงกันว่าไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง และไม่ต้องการให้เหตุการณ์บานปลายออกไป
แต่ก็ต้องยอมรับว่าภายใต้การ ต่อต้านความรุนแรงนั้นมีอารมณ์และความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นอยู่จริงๆ
สะท้อนได้จากการโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชี ‘ลุงศักดิ์’ ที่แม้ไม่ถึง 6 ล้านตามข่าวเต้า แต่เจ้าตัวก็ยอมรับว่าเป็นหลักล้านเช่นกัน!!
เป็นคำถามสำคัญว่าทำไมความรู้สึกอารมณ์ร่วมของสังคมจึงเดินมาถึงจุดนี้ได้!??
เป็นเพราะความหมดหวังในเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่กลายเป็น เครื่องมือคุกคามคนเห็นต่าง อย่างที่เห็นในช่วง 8 ปีหลัง
ไม่ใช่กลายเป็นนิติรัฐ แต่เป็นนิติสงคราม ที่ต้องประหัตประหารให้สิ้นซากกันไปข้างหนึ่ง!!!
และยิ่งผู้ถูกร้องโดยนักร้อง ‘ศรีสุวรรณ’ ได้ออกมาเปิดเผยความทุกข์ยากหลังจากที่โดนร้องเรียนสารพัดสารเพ ด้วยข้อหาที่มีโทษรุนแรง ทั้งมาตรา 112 และมาตรา 116
ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ที่ระบุว่าถูกตัดความช่วยเหลือเรื่องเงินทุน สามเณร ที่เกือบจะถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัย ไร้ซึ่งกิจนิมนต์ เพราะข้อครหาเหล่านี้
ยิ่งทำให้ความอดทนกลายเป็นความอัดอั้นจนปะทุจนกลายเป็นความรุนแรงอย่างที่เห็น
ดังนั้นการจัดการเรื่องความรุนแรง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดการตั้งแต่ต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรมที่มีมาตรฐานเดียว ไม่ดูหมิ่นดูแคลนว่า 2 มาตรฐาน หรือไร้มาตรฐาน
ให้กฎหมายเป็นกฎหมายอย่างแท้จริง
รวมทั้งความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีต่อประชาชน และกลายเป็นอภิสิทธิ์ไม่ต้องรับผิดด้วยกฎหมายพิเศษต่างๆ จะต้องยุติและล้มเลิก
หากทำได้เช่นนั้นความอึดอัดกดดันต่างๆ ก็จะคลี่คลาย เมื่อเชื่อมั่นในระบบได้ ศาลเตี้ยก็จะไม่เกิดขึ้น
แต่ถ้าไม่พยายามแก้ไข แล้วปล่อยให้เดินต่อด้วยความคุกรุ่น ก็สุ่มเสี่ยง อย่างยิ่งที่จะเกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ ดีไม่ดีอาจเกิดความสูญเสียอย่างที่ไม่ควรจะเกิด
จะเลือกทางไหนก็อยู่ที่ผู้มีอำนาจ จะตระหนักรู้หรือไม่ ก็เท่านั้น!!!
รุก กลางกระดาน