พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ผ่านศึกอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในสภาพสะบักสะบอม

ทำให้หลายคนแอบคิด หากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ ตามมาตรา 151 ประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอยต้องเปลือง ‘กล้วย’ หลายเครือ

อย่างไรก็ตาม ผลพวงการอภิปรายแบบไม่ลงมติครั้งนี้ มีความเห็นเป็น 2 ทาง แต่ก็เป็นทางที่ไม่ดีนักกับฝ่ายรัฐบาล

ทางหนึ่งมองว่า ข้อมูลที่ถูกใช้ในการอภิปรายครั้งสุดท้ายของสภาชุดนี้ จะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการลงคะแนนเลือกตั้ง

เพราะถึงแม้ ส.ส.ลงมติไม่ได้ แต่ประชาชนลงมติได้ในการเลือกตั้ง เป็นการอภิปรายครั้งสำคัญที่ประชาชนได้ฟังข้อมูลก่อนเข้าคูหา

เมื่อการอภิปรายจบลง ยังเชื่อว่าประเด็นอภิปรายหลายเรื่องในสภาจะถูกนำมาขยายผลต่อบนเวทีปราศรัยของพรรคฝ่ายค้าน

ไม่ว่าเรื่องทุนจีนสีเทา เรื่องหลานชายนายกฯ การทุจริตคอร์รัปชั่น การระบาดของยาเสพติด การแต่งตั้งโยกย้าย ฯลฯ กระทั่งเรื่องตึกอาคารที่ทำการพรรคก็ยังเป็นประเด็น

ด้วยข้อมูลในลักษณะเปิดโปงอื้อฉาวเหล่านี้ น่าจะทำให้ ‘พรรคลุง’ พรรคตั้งใหม่ฝ่ายรัฐบาล ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการชี้แจงต่อประชาชน

ซึ่งยากลำบากกว่าการชี้แจงต่อพรรคฝ่ายค้านในสภามากมายหลายเท่า

สื่อมวลชนเองก็คงกัดไม่ปล่อย มีโอกาสเมื่อไหร่ก็คงต้องตามเซาะแซะถามหาความคืบหน้ากันทุกเรื่องอยู่เรื่อยไป จนกว่าจะได้คำตอบชัดเจน

แต่สื่อเองก็ต้องระวัง จะโดน ‘ลุง’ ทำท่าหงุดหงิดใส่ ไม่ว่าจะหงุดหงิดจริงหรือแกล้งหงุดหงิด เจตนากลบเกลื่อนเรื่องที่ถูกถามก็ตาม

กับอีกทางหนึ่งมีการมองต่างออกไป การอภิปรายตามมาตรา 152 ของฝ่ายค้าน ไม่น่ามีผลสะเทือนกับการเลือกตั้งมากนัก อาจจะมีบ้างแต่ไม่ได้เป็นนัยยะสำคัญ

ด้วยเหตุผลที่ว่า ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งส่วนใหญ่ร้อยละ 80-90 มีคำตอบในใจไว้แล้วก่อนการอภิปรายจะมีขึ้นเสียด้วยซ้ำไปว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้าพวกเขาจะลงคะแนนให้พรรคการเมืองใด

เลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตย หรือพรรคขั้วอำนาจเดิม

การอภิปรายที่เพิ่งจบลงเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นเพียงการประเมิน ทบทวนผลงานของรัฐบาลในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา หรือในรอบ 9 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกฯ

อาจมีข้อมูลใหม่ที่หวือหวา น่าตื่นตาตื่นใจ

แต่ก็ไม่ได้ทำให้คำตอบในใจประชาชนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

เป็นคำตอบเดียวกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 แต่หนักแน่นและถล่มทลายยิ่งกว่า

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน