รัฐบาลเศรษฐายืนยันเดินหน้าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมวงกว้าง ทั้งจากภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคการเมือง
บรรยากาศแบบนี้โดยเฉพาะการคัดค้านมาตรการของรัฐบาล ไม่มีมานานเกือบ 10 ปีในยุครัฐบาล คสช. และรัฐบาลประยุทธ์
ถามว่านโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท รัฐบาลจะ “เททิ้ง” ตามที่นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐศาสตร์ และอดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ ร่วมกันออกแถลงการณ์หรือไม่
คำตอบรัฐบาลคือคำว่า “ยกเลิก” หรือ “ไม่ทำ” นโยบายนี้ ไม่มีอยู่ในความคิด
เพราะไม่เพียงเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ที่สำคัญเป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อรัฐสภา
นโยบายเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัล วอลเล็ต จะทำหน้าที่เป็นตัว “จุดชนวน” กระตุกเศรษฐกิจประเทศให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
รัฐบาลจะใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง กระจายไปยังทุกพื้นที่ ให้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจถึงฐานราก เกิดการจับจ่ายใช้สอย ยกระดับคุณภาพชีวิต
สร้างโอกาสประกอบอาชีพของประชาชนและภาคธุรกิจที่จะขยายการลงทุน ขยายกิจการ เกิดการผลิตสินค้ามากขึ้น นำไปสู่การจ้างงาน สร้างอาชีพ เกิดการหมุนเวียนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายรอบ
ส่วนรัฐบาลจะได้รับผลตอบแทนคืนมาในรูปแบบภาษี
และที่ต้องย้ำคือ ไม่ได้มีแค่นโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่เป็น “จุดเริ่มต้น” การพลิกฟื้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชน แต่ยังมีอีกหลายนโยบายหลายมาตรการที่ต้องทำไปพร้อมกัน ซึ่งบางอย่างได้ทำไปแล้ว
เช่น แก้ปัญหาหนี้สินภาคเกษตร ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ลดราคาพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม ผลักดันสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว วีซ่าฟรี เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในจุดนี้นโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ยัง “ปรับแก้” ในรายละเอียด “ลดเงื่อนไข” บางอย่างลงได้ แต่ “ยกเลิก” ไม่ได้ เพราะประชาชนรออยู่
แน่นอนรัฐบาลที่ดีต้องเปิดใจรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้านลบและด้านบวก โดยเฉพาะต่อนโยบายที่ต้องใช้งบประมาณ 5.6 แสนล้านบาท กับคำถามสารพัด
จะนำงบมาจากไหน กระทบกรอบวินัยการเงินการคลังหรือไม่ ได้คุ้มเสียหรือไม่ ฯลฯ
แน่นอนการทำนโยบายนี้ให้บรรลุผลไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐบาลที่ดีนอกจากต้องรับฟังข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่มีเข้ามามากมาย ยังต้องไม่เหน็ดเหนื่อยกับการอธิบายตอบข้อสงสัยของสังคม
ให้ชัดเจน หายข้องใจอีกด้วย
มันฯ มือเสือ