เริ่มนับหนึ่งไทม์ไลน์เลือก สว. ตลอดทั้งสัปดาห์ จันทร์ถึงศุกร์ 20-24 พ.ค.นี้
กกต.ประกาศเป็นวันรับสมัครเลือก สว. ในสถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอกำหนด ไม่เว้นวันหยุดพุธที่ 22 พ.ค. ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา
จับตาลุ้นกันก็คือ วันปิดรับสมัคร ทั่วประเทศจะมีผู้สมัครถึง 1 แสนคนตามที่ กกต.คาดการณ์หรือไม่
นักวิเคราะห์หลายคนประเมินว่า น่าจะอยู่แค่หลักหมื่น ไม่ถึงแสน ด้วยปัจจัยลดทอน เช่น ค่าสมัคร 2,500 บาท ซึ่งไม่ค่อยแฟร์นัก เพราะเงินจำนวนนี้อาจไม่มากสำหรับบางคน แต่กับอีกหลายคนถือว่าไม่ใช่น้อยๆ
กับอีกประเด็นคือ ระเบียบแนะนำตัว แม้ กกต.จะ “คลายล็อก” ให้ผู้สมัครแนะนำตัวผ่านสื่อโซเชี่ยลได้
แต่เนื้อหาต้องอยู่ในกรอบข้อมูลประวัติส่วนตัว การศึกษา ประวัติและประสบการณ์การทำงาน แบบห้วนสั้น ตามที่กรอกในใบสมัคร ห้ามล้ำไปกว่านั้น
จึงเป็นข้อจำกัดสำหรับคนมีประวัติประสบการณ์ทำงานยาวเหยียด แต่ไม่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
อยากแสดงวิสัยทัศน์ จุดยืนบางเรื่อง เพื่อโน้มน้าวให้คนอื่นมาเลือก แต่ทำไม่ได้
อาจเป็นสาเหตุทำให้ตัดสินใจ “ถอยดีกว่า” ลงสมัครไปอาจเสียสองพันห้าฟรีๆ โอกาสได้รับเลือกแทบไม่มี อาจตกรอบตั้งแต่ระดับอำเภอเสียด้วยซ้ำ
กระแสก่อนหน้า กกต.ออกระเบียบ บรรยากาศในสังคมตื่นตัวค่อนข้างมาก แต่พอระเบียบออกมาทั้งเรื่องแบ่งกลุ่มอาชีพ และการแนะนำตัวผู้สมัคร ที่มีข้อจำกัดหยุมหยิม แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่โอกาสพลาดมีมาก หลายคนจึงไม่อยากเสี่ยงพาตัวเองไปติดคุก
ประกอบกับกติกาที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ยากต่อความเข้าใจ ที่ตอนนี้ไม่ว่าใครวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้
สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในรอบสัปดาห์นี้ คือ รณรงค์เชิญชวนให้ผู้มีคุณสมบัติ มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือก สว. ให้มายื่นใบสมัครกันมากๆ มากเท่าที่จะเป็นไปได้
ภายใต้กฎกติกาที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยเต็มร้อย สุดท้ายปลายทางแม้ไม่ได้รับเลือก หรือคนได้รับเลือกก็อาจไม่ได้เป็นอย่างที่ประชาชนคาดหวัง
แต่ถึงจุดนี้แล้ว ผลลัพธ์อย่างไรก็ต้องยอมรับกัน แล้วค่อยไปหาทางแก้ทีหลัง
เพราะ 200 สว.ใหม่ที่กำลังจะมา ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่า สว.ชุดลากตั้งโดยคณะรัฐประหารอยู่ดี
มันฯ มือเสือ