ไม่ถึงกับชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีแนวโน้มเป็นไปได้สูง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้ตอบรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเด็ดขาด ต่อกรณีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีความสนิทสนมกับคนในรัฐบาลชุดนี้ ไปยื่นขอจัดตั้งพรรค “พลังประชารัฐ”
เพื่อเป็นฐานผลักดัน พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ทั้งยังวางตัวให้มาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค เพื่อลบล้างภาพ “คนนอก” อีกด้วย
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการตั้งพรรคพลังประชารัฐว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
และวันนี้ยังไม่มีใครมาเชิญไปนั่งประธานที่ปรึกษาพรรค หรือหากมีการทาบทามมาจริง ก็ยังไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ตอนนี้ขอทำงานก่อน เพราะการเมืองยังมีเวลา
เป็นความชัดเจนในความไม่ชัดเจน
วันเดียวกันนั้นเอง ที่ประชุมครม. ได้มีมติอนุมัติงบฯ กลางปี 2561 วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท เพื่อเตรียมนำไปใช้ในโครงการต่างๆ ภายใต้นโยบายประชารัฐ ไทยนิยมยั่งยืน
บวกกับประเด็นที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่า การกำหนดโรดแม็ปเลือกตั้งใหม่ยืดเวลาจากพฤศจิกายน 2561 เป็นภายในไม่เกินกุมภาพันธ์ 2562
นอกจากการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมา คั่นเวลาในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งถูกมองว่าจุดประสงค์เพื่อสำรวจจุดแข็ง-จุดอ่อน ในแต่ละพื้นที่ล่วงหน้า ก่อนเลือกตั้งระดับชาติ
ยังหมายความว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีอำนาจเต็มในการจัดแถวบิ๊กทหารในกองทัพ และจัดทำโผแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทุกกระทรวง อีกรอบช่วง ปลายปีนี้
รวมถึงการจัดทำร่างพ.ร.บ.งบ ประมาณ ปี 2562 วงเงินกว่า 3 ล้านล้านบาท และการเก็บเกี่ยวดอกผลก็จะ ยังอยู่ในยุคสมัยรัฐบาลชุดนี้เช่นกัน
ที่สำคัญกว่าจะถึงการเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2562 หรืออีก 1 ปีเต็มนับจากนี้ รัฐบาลยังมีเวลาจัดประชุมครม.สัญจร เก็บเกี่ยวอะไรต่อมิอะไรได้อีกหลายจังหวัด
คนพร้อม พรรคพร้อม กระสุนพร้อม
ปฏิวัติหนนี้ไม่ “เสียของ” แน่นอน