ปฏิทินการเมืองส.ค. มีหลายประเด็นให้เกาะติดห้ามกะพริบตา

เริ่มจาก 7 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตา “ก้าวไกล” จะมีคำสั่ง “ยุบพรรค” หรือไม่ หลังใช้เวลา 127 วันพิจารณาวินิจฉัยคำร้องของ กกต. ข้อหามีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

โดยนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค จะแถลงต่อสาธารณะถึงคำแถลงปิดคดี ในวันที่ 2 ส.ค. เพื่อยืนยันแนวทางการต่อสู้ปกป้องพรรค

“ยืนยันไม่ได้ถอดใจว่าพรรคจะถูกยุบ และไม่อยากให้สังคมด่วนสรุปว่าพรรคจะถูกยุบ และเราจะพยายามทำเต็มที่เพื่อปกป้องพรรค” นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล ระบุ

พุธถัดมา 14 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดี 40 สว.ยื่นร้องถอดถอนนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน จากกรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี หลังใช้กระบวนการพิจารณารวม 84 วัน

นายกฯ เศรษฐา ส่งคำแถลงการณ์ปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 31 ก.ค. ตามกรอบเวลาที่ศาลกำหนด ความยาว 2-3 หน้า สรุปประเด็นต่างๆ ที่เคยยื่นต่อสู้ไปแล้ว

นักวิเคราะห์วงนอกประเมินผลชี้ชะตาในทางลบ จุดประกายความหวัง “ลุงบ้านป่า” สวนทางคนวงในพรรคเพื่อไทยที่มั่นใจนายกฯ เศรษฐา ได้ไปต่อแน่นอน และรัฐบาลไม่ได้เตรียมแผนสำรองใดๆ ไว้ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่มีใครแสดงออกถึงความวิตกกังวลเรื่องนี้

ปิดท้ายกรณีอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่อยู่ระหว่างการพักโทษและถูกคุมความประพฤติ 6 เดือน จะครบกำหนดพักโทษวันที่ 22 ส.ค.

เมื่อครบกำหนดแล้ว กรมราชทัณฑ์จะออกใบบริสุทธิ์ให้ โดยกรมคุมประพฤติจะเป็นหน่วยงานรับเอกสารดังกล่าว เพื่อประสานกับผู้ถูกคุมประพฤติ เมื่อครบกำหนดพักโทษจะได้รับการปล่อยตัวจากสถานที่ที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน เรียกว่าเป็นผู้พ้นโทษ ได้รับการปล่อยตัวตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ทักษิณยังเหลืออีกคดีคือ ม.112 ที่ศาลรับฟ้องไว้แล้ว นัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 19 ส.ค.

หลังพ้นโทษ ทักษิณตีกรอบบทบาทตัวเอง ยืนยันไม่รับตำแหน่งใดๆ แต่จะทำงานเบื้องหลังช่วยรัฐบาลผลักดันผลงาน กับอีกภารกิจสำคัญคือ ทำให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นพรรคอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ทั้ง 3 เหตุการณ์เดือนส.ค. แต่ละเหตุการณ์สร้างจุดเปลี่ยนทางการเมืองได้ทั้งสิ้น

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน