นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม แสดงความเสียใจต่อความสูญเสีย จากเหตุการณ์ชายแดนภาคใต้

ในห้วงนี้เกิดติดๆ กัน โดยเฉพาะการก่อเหตุกลางเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และที่อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

ทั้ง 2 เหตุมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บนับสิบราย มีชาวบ้านถูกลูกหลงบาดเจ็บด้วย

แม้กลุ่มก่อเหตุพุ่งเป้าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นหลักก็จริง แต่สะท้อนถึงสถานการณ์ไม่ดีต่อการสร้างสันติภาพ

โดยเฉพาะการพูดคุยกับฝ่ายเห็นต่าง การใช้การเมืองนำการทหาร ที่ถูกตั้งคำถามคืบหน้าไปถึงไหน

“หากชัดเจนว่าการเจรจาเป็นสิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายประสงค์ ก็ขอดูว่าใช่คนที่จะต้องเจรจาจริงหรือไม่ ขณะนี้ติดต่อไว้หลายส่วน ไม่แน่ใจว่าใครเป็นตัวแทนตัวจริงที่จะคุยกับเรา และเรายังไม่ได้หยุด

ขณะนี้เดินหลายทาง พยายามเช็กให้แน่นอน แต่ต้องให้ถูกคน ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามสรุป ซึ่งก็ได้รับรายงานแจ้งว่าให้เดินหน้าคุยต่อ และตรวจเช็กว่าใช่คนที่เราคุยถูกต้องหรือไม่”

นายภูมิธรรมยืนยันเดินหน้าการพูดคุย แต่อยู่ระหว่างจัดวางตัวบุคคล และตรวจสอบให้ชัดว่าคุยถูกตัวหรือไม่

“ผมใช้การเมืองนำการทหารอยู่แล้ว ใช้เรื่องสันติ การพัฒนาเป็นเรื่องนำ และพยายามไม่ให้ใช้เรื่องการใช้กำลังรุนแรงนำ” รองนายกฯ ภูมิธรรม ย้ำ

ขณะเดียวกันมีข้อสังเกตจากสว.อังคณา นีละไพจิตร หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนงานด้านสันติภาพ โดย ยกตัวอย่างกรณีคณะพูดคุยชุดที่แล้ว ที่มีนายทหารระดับสูงร่วมด้วย แต่ชาวบ้านมองว่าคือคู่ขัดแย้ง จึงไม่ไว้วางใจ

“เหมือนที่นายภูมิธรรมพูดว่าอาจจะคุยไม่ถูกคน ซึ่งก็เห็นด้วยว่าน่าจะไม่ถูกคน ทั้งในระดับพื้นที่ และการพูดคุยบนโต๊ะ หากเราเอาทหารไปเจรจา ต้องมีกองกำลังติดอาวุธที่เป็นตัวแทนของเขามาพูดคุยด้วย และเวลาพูดคุยต้องมีหลักประกันว่าเขาจะปลอดภัย หากปรากฏตัว”

นั่นคือข้อสังเกตของสว.อังคณา

โดยสรุปก็คือรัฐบาลยืนยันใช้หลักการเมืองนำการทหาร ใช้เวทีพูดคุย แต่การบ้านคือจะทำอย่างไรเพื่อพูดคุยถูกคน และเร่งให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน