เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร กรณี ครม.อนุมัติแก้ไขสัญญาโครงการเรือดำน้ำ Yuan Class รุ่น S26T โดยเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์จีนรุ่น CHD620 แทนเครื่องยนต์เยอรมัน MTU396
หลังจ่ายเงินไปแล้ว 10 งวด 7.7 พันล้านบาท ยังค้างจ่ายอีก 8 งวด 5.5 พันล้านบาท พร้อมขยายเวลาต่อเรือออกไป 1,217 วัน หรือประมาณ 3 ปี 4 เดือน
การเปลี่ยนแปลงนี้มีข้อดี และข้อวิพากษ์วิจารณ์
ข้อดีคือ สามารถเดินหน้าโครงการต่อได้ จากแต่เดิมจีนไม่สามารถจัดหาเครื่องยนต์ของเยอรมันได้ตามสัญญา เพราะถูกจำกัดตามมาตรการของสหภาพยุโรป โครงการจึงหยุดชะงักไป
การยอมเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์จีน จึงช่วยให้โครงการเดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องฉีกสัญญา
เนื่องจากขณะนี้โครงการคืบหน้าไปแล้ว 64% การเปลี่ยนเครื่องยนต์จึงช่วยให้เงินที่จ่ายไปแล้ว 7.7 พันล้านบาท ไม่เสียไปฟรีๆ ถึงจะต้องจ่ายอีก 5.5 พันล้านบาทก็ตาม
ส่วนข้อที่ถูกวิจารณ์มากคือ เครื่องยนต์ CHD620 ที่จีนพัฒนาขึ้น ยังมีข้อกังวลด้านประสิทธิภาพ สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เยอรมันที่มีชื่อเสียงในวงการเรือดำน้ำ ประเด็นนี้อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานเรือดำน้ำในอนาคต
การขยายเวลาต่อเรือออกไปอีก 3 ปี 4 เดือน ทำให้โครงการล่าช้ากว่ากำหนดเดิมอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อตารางเวลาในการนำเรือดำน้ำเข้าประจำการ และต่อความพร้อมทางยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ
การแก้ไขสัญญาหลังจากลงนามและจ่ายเงินไปแล้วเกินครึ่ง ยังอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของโครงการ และความเชื่อมั่นในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทางการทหาร เพิ่มความซับซ้อนในการบริหารจัดการโครงการ และความเสี่ยงด้านเทคนิค
ผู้เชี่ยวชาญบางคนแสดงความวิตกกังวลว่า การใช้เครื่องยนต์จีนที่อาจเป็นเครื่องยนต์ดัดแปลง ไม่ได้สร้างขึ้นสำหรับเรือดำน้ำโดยเฉพาะ อาจมีอันตราย หรือเป็นจุดอ่อนด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพในระยะยาว
สรุปภาพรวมก็คือ โครงการนี้ตั้งแต่เริ่มคิด จนถึงลงนามเซ็นสัญญา ก็ติดปัญหาหลายอย่าง ทั้งข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี นโยบายระหว่างประเทศ เงื่อนไขสัญญา การเมืองภายในและแรงต้านในสังคม โดยเฉพาะประเด็นเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นหัวใจหลัก ทำให้โครงการยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน
แต่เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ เครื่องยนต์จีน ยังไงก็ต้องยอม ดีกว่าเสียเงินฟรีเกือบ 8 พันล้าน
จากนี้ก็คงได้แต่ติดตามเอาใจช่วยให้โครงการสำเร็จตามความหวังของกองทัพเรือไทยต่อไป
มันฯ มือเสือ