อนุมัติพันล้านผลิตวัคซีนโควิด – เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิดรายใหม่ เพิ่ม 5 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 7 ราย ไม่มี เสียชีวิตเพิ่มเติม ผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,402 ราย หายกลับบ้านรวม 3,229 ราย ยังรักษาใน ร.พ. 115 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย
ทั้งนี้ผู้ป่วยรายใหม่ 4 ราย มาจากต่างประเทศ ตรวจพบระหว่างกักตัว คือ 1.นักธุรกิจหญิงไทยอายุ 26 ปี กลับจากโอมาน 2.พนักงานสปาหญิงไทย อายุ 47 ปี กลับจากตุรกี 3.และ 4.เป็นนักศึกษาไทยชายหญิง กลับจากอินโดนีเซีย ส่วนผู้ป่วยใหม่ที่พบรายที่ 5 เป็นชายไทย อายุ 46 ปี อาชีพรับจ้าง กลับจากสหรัฐอเมริกา ให้ประวัติว่าเคยป่วยเป็นโควิด จึงตรวจหาเชื้อวันที่ 23 ส.ค. ผลตรวจพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงกรณีชายไทยอายุ 46 ปี ว่า รายนี้เป็นเพียงการให้ประวัติเท่านั้น เพราะฉะนั้นกระบวนการ คือทีมสอบสวนโรคก็จะไปสอบสวนว่าประวัติที่ให้นั้นข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หน้าที่ของแพทย์คือต้องดูว่าสิ่งที่ ผู้ป่วยเล่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
กรณีนี้ก็เช่นกัน เมื่อเขาบอกว่าเป็นประวัติโควิด มีหลักฐานอะไร เช่น มีหลักฐานการตรวจทางห้องปฏิบัติ แพทย์วินิจฉัย ต้องรอผลการสอบสวนโรคก่อน ส่วนจะเป็นซากเชื้อหรือไม่นั้น ยังคงไม่ไปถึงขั้นนั้นขอให้มีการสอบสวนโรคก่อน
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวภายภายหลังการประชุม ครม. ถึงแนวคิดการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ในเดือนต.ค. หลังจากโควิด -19 คลี่คลายว่า เรื่องนี้ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ต้องพิจารณาว่าจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ เศรษฐกิจการท่องเที่ยว การรักษาพยาบาลในประเทศ
ส่วนนี้เป็นรายได้ของประเทศทั้งสิ้น ถ้าไม่ได้ก็ต้องหามาตรการที่เหมาะสม ส่วนปัญหาการว่างงานก็มีคณะกรรมการคัดกรองอยู่ ซึ่งมีวิธีจ้างงานหลายรูปแบบด้วยกัน แต่ตนยังให้ข้อมูลไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของการพิจารณางบประมาณต่างๆ ซึ่งมีหลายหลักการด้วยกัน
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงวัคซีนโควิดว่า ครม.อนุมัติงบเงินกู้สนับสนุน 1 พันล้าน โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่กำลังดำเนินการผลิต อีกช่องทางหนึ่งคือ ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
โดยการทำข้อตกลงเพื่อให้เขาจัดสรรโควตา เมื่อได้วัคซีนต้นแบบแล้ว อาจจะมีเงื่อนไขว่าให้เขาจำหน่ายให้เราในราคาต้นทุน อีกส่วนหนึ่งคือ ไทยผลิตเองโดยใช้งบประมาณไม่มาก มีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ส่งเสริม ซึ่งจะทำให้ไทยมีวัคซีนได้เร็วสุดปลายปีนี้ ช้าสุดกลางปี 2564 และในส่วนที่จะร่วมกับต่างประเทศ เชื่อว่าจะดำเนินการได้เร็วเช่นได้